Connect with us

บทความ

คนสูงวัยแยกสี “ฟ้า-น้ำเงิน” กับ “เขียว” ไม่ออก หรือแค่เรียกชื่อสีผิด ?

Published

on

ทำไมคนแก่แยกสีไม่ออก

ลูกๆ หลานๆ หลายคนคงเคยเจอประสบการณ์ผู้ใหญ่หรือผู้สูงวัยที่บ้าน หรือใครก็ตามที่อายุมากเรียกสีฟ้า กับ สีเขียวสลับกันอยู่บ่อยๆ หรือบางครั้งถึงขั้นเถียงจนงอนกันไปข้างเลยก็มี และแน่นอนว่าคุณไม่ได้ประสบปัญหานี้คนเดียว มีคนเข้ามาตั้งกระทู้ถามเรื่องนี้อยู่ไม่น้อยเหมือนกัน 

“แล้วทำไมผู้ใหญ่ถึงเรียกสีน้ำเงินเป็นสีเขียว ?” แค่เข้าใจชื่อสีไม่ตรงกัน หรือว่าท่านมองสีสองโทนนี้แล้วมันชวนสับสนกันแน่​

นี่ไม่ได้หมายถึงแค่เรื่องสีหม้อเท่านั้น แต่ตั้งข้อสังเกตไปถึงสิ่งของอื่นๆ ด้วย หลายความเห็นในโซเชียลมีเดีย ให้เหตุผลว่าในอดีตไม่มีเรียกชื่อสีน้ำเงินด้วยโทนสีที่ใกล้เคียงจึงเหมารวมเรียกเขียวไปหมดเป็นเรื่องปกติ ซึ่งอาจเป็นไปได้ แต่ก็ไม่มีข้อมูลที่แน่ชัดว่านี่คือสาเหตุที่แท้จริงเสียทีเดียว

แต่หากหาเหตุผลในด้านวิทยาศาสตร์ รายงานการศึกษาใน Optometry and Vision Science ซึ่งเป็นวารสารทางการของ American Academy of Optometry 

นักวิจัยได้ทำการทดสอบการมองเห็นสีกับกลุ่มตัวอย่างแบบสุ่มของผู้สูงอายุ 865 คน ซึ่งมีอายุระหว่าง 58-102 ปี (ไม่รวมกลุ่มตัวอย่างที่มีข้อบกพร่องในการมองเห็นสีแต่กำเนิด หรือ ตาบอดสี) พบว่า เกือบ 80% พบว่ากลุ่มตัวอย่างมีความสับสนเมื่อต้องมองสีฟ้าอ่อน (พาสเทล) สีน้ำเงิน สีม่วง สีเหลือง และสีเขียว 

Advertisement

ซึ่งอาจมีผลมาจากขนาดรูม่านตาที่เล็กลง การรับแสงเข้าตาน้อยลง สีเหลืองของเลนส์ภายในดวงตาเพิ่มขึ้น ทำให้ผู้สูงวัยสามารถเห็นสีเหลืองได้ชัดเจน ในทางกลับกันเลนส์ตาของผู้สูงอายุจะกรองเก็บสีม่วงและน้ำเงินไว้มากขึ้น ทำให้แยกสีโทนนี้ได้ยาก

พูดง่ายๆ คือ อายุที่มากขึ้นมีผลทำให้การมองสีผิดเพี้ยนไป และนั่นอาจมีส่วนทำให้เรียกชื่อสีผิดด้วย ซึ่งอาการนี้มีโอกาสเกิดขึ้นได้กับผู้สูงวัยทุกคน ที่มีโอกาสเกิดขึ้นได้กับผู้สูงวัยทุกคน แต่หากจำเป็นต้องทำงานบางประเภทที่ต้องอาศัยการมองหรือแยกสีอาจส่งผลกระทบได้ 

เพราะฉะนั้นลูกหลานที่เคยประสบปัญหานี้ ต้องเริ่มพิจารณาดูว่าสาเหตุที่ผู้ใหญ่เรียกชื่อสีสลับไปมาเป็นเพราะแค่เรียกชื่อไม่ตรงกัน หรือสุขภาพสายตากำลังเสื่อมถอย เพื่อจะได้ดูแลได้อย่างเหมาะสมต่อไป แล้วหนุ่มสาวในตอนนี้อย่าลืมสังเกตตัวเองด้วยว่าถ้าเราอายุมากเข้าจะสับสนสีฟ้า สีเขียว สีน้ำเงิน กับเขาบ้างหรือเปล่า ?

เรื่องโดย : ปณิดดา เกษมจันทโชติ
ที่มา [1] [2]

Advertisement
Continue Reading
Advertisement