Connect with us

ข่าว

SCGD ทุ่มงบ 1.6 พันล้านบาท ปรับโฉมฐานผลิตไทย-เวียดนาม ติดตั้งระบบ Automation สู้ศึกสินค้านำเข้า

Published

on

SCGD เดินหน้ายุทธศาสตร์ใช้เวียดนามเป็นเสาหลักที่ 2 รุกตลาดวัสดุตกแต่งพื้นผิวอาเซียน ผนึก PRIME GROUP ขยายกำลังผลิตกระเบื้องเกรซพอร์ซเลน รับดีมานด์ฟื้นตัว พร้อมมุ่งเป้า Net Zero

สำนักข่าวบริคอินโฟ – บริษัท เอสซีจี เดคคอร์ จำกัด (มหาชน) หรือ SCG Decor (SCGD) ประกาศแผนการลงทุนครั้งใหญ่ด้วยงบประมาณกว่า 1,600 ล้านบาท เพื่อยกระดับฐานการผลิตในประเทศไทยและเวียดนาม มุ่งเน้นการติดตั้งระบบอัตโนมัติ (Automation) และการปรับปรุงเทคโนโลยีเครื่องจักรเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตกระเบื้องเกลซพอร์ซเลนและสินค้ามูลค่าเพิ่มสูง (High Value Added – HVA) หวังลดผลกระทบจากความผันผวนของราคาพลังงานและเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันกับสินค้านำเข้าจากต่างประเทศ ภายใต้กลยุทธ์การบริหารฐานการผลิตในระดับภูมิภาคแบบองค์รวม (Regional Optimization)

สำหรับการลงทุนในประเทศเวียดนาม SCGD ได้อนุมัติงบประมาณ 660 ล้านบาท ผ่านบริษัท PRIME Pho Yen Joint Stock Company ซึ่งเป็นบริษัทย่อยในเครือ PRIME Group เพื่อปรับปรุงเทคโนโลยีและเครื่องจักรที่โรงงาน Pho Yen ทางตอนเหนือของเวียดนาม โดยจะเปลี่ยนสายการผลิตจากกระเบื้องเซรามิกเดิมมาเป็นกระเบื้องเกลซพอร์ซเลน (Glazed Porcelain) แทน ซึ่งจะทำให้มีกำลังการผลิตเพิ่มขึ้นเป็น 6.6 ล้านตารางเมตรต่อปี โครงการนี้มีกำหนดแล้วเสร็จภายในไตรมาสที่ 2 ของปี 2570 และจะส่งผลให้กลุ่มบริษัทมีสัดส่วนกำลังการผลิตกระเบื้องเกลซพอร์ซเลนเพิ่มขึ้นเป็นร้อยละ 40 เพื่อรองรับความต้องการที่ขยายตัวทั้งในตลาดเวียดนามและการส่งออก

ในส่วนของฐานการผลิตในประเทศไทย บริษัท เอสซีจี เซรามิกส์ จำกัด (มหาชน) หรือ SCG Ceramics (SCGCE) เตรียมงบลงทุน 957 ล้านบาท เพื่อดำเนินโครงการรวมศูนย์สายการผลิตกระเบื้องเซรามิกและเกลซพอร์ซเลนมาไว้ในพื้นที่เดียวกัน พร้อมติดตั้งสายการผลิตใหม่ด้วยระบบ Automation เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการบริหารจัดการและลดต้นทุนการผลิตต่อหน่วย โครงการนี้มีกำหนดแล้วเสร็จในไตรมาสที่ 3 ของปี 2570 โดยจะมีกำลังการผลิตรวมอยู่ที่ 44.5 ล้านตารางเมตรต่อปี ซึ่งเป็นระดับที่เหมาะสมต่อการรักษาความเป็นผู้นำตลาดในประเทศไทยได้อย่างยั่งยืน

ทั้งนี้ การรวมศูนย์การผลิตในไทยคาดว่าจะมีการรับรู้ค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวข้องประมาณ 679 ล้านบาท ในช่วงปลายไตรมาสที่ 2 ของปี 2569 ซึ่งส่วนใหญ่เป็นรายการทางบัญชีที่ไม่ใช่เงินสดและเป็นค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้นเพียงครั้งเดียว อย่างไรก็ตาม ทางบริษัทยืนยันว่าเมื่อพิจารณาจากผลตอบแทนจากการลงทุนในระยะยาว ทั้งระยะเวลาคืนทุน (Payback Period) และอัตราผลตอบแทนภายใน (IRR) ยังคงอยู่ในเกณฑ์การลงทุนที่บริษัทกำหนดไว้

Advertisement

ทางด้าน นายนำพล มลิชัย ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท เอสซีจี เดคคอร์ จำกัด (มหาชน) ได้ให้ข้อมูลถึงทิศทางในครั้งนี้ว่า “การลงทุนในประเทศเวียดนามและประเทศไทยครั้งนี้ จะเพิ่มความสามารถในการทำกำไรที่แข็งแกร่งให้ SCGD เพื่อรองรับการเติบโตอย่างยั่งยืนในอนาคต ผ่านการบริหารฐานการผลิตในแต่ละประเทศอย่างมีประสิทธิภาพ สอดคล้องกับกลยุทธ์ Regional Optimization โดยมุ่งรองรับความต้องการของตลาดที่เพิ่มขึ้น ควบคู่กับการเสริมสร้างขีดความสามารถในการแข่งขัน และสนับสนุนการเติบโตของธุรกิจในระยะยาว”

Continue Reading
Advertisement