ข่าว
ติ๊กต็อก เผยพฤติกรรมผู้บริโภคไทยเข้าสู่ยุคเน้นความคุ้มค่า ดันยอดใช้งานโฆษณาผ่านแชทโต 1.9 เท่า
สำนักข่าวบริคอินโฟ – ติ๊กต็อก เผยผลสำรวจพฤติกรรมผู้บริโภคชาวไทยที่กำลังเปลี่ยนผ่านเข้าสู่ยุคการใช้จ่ายที่เน้นความคุ้มค่า หรือ Value-Driven Spending โดยพบว่าผู้บริโภคกว่า 50% ให้ความสำคัญกับความคุ้มค่าเป็นหลัก และ 2 ใน 3 มีการค้นหาข้อมูลเพิ่มเติมก่อนตัดสินใจซื้อสินค้า ส่งผลให้ยอดการค้นหาคำที่เกี่ยวข้องกับการช็อปปิงและลดราคาบนแพลตฟอร์มเติบโตขึ้น 83% พร้อมเปิดเผยแนวโน้มการเติบโตของโฆษณาในรูปแบบข้อความที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง

ข้อมูลจาก TikTok ระบุว่าฐานผู้ใช้งานในประเทศไทยมีจำนวนมากกว่า 50 ล้านราย โดยในไตรมาส 1-4 ของปี 2568 มียอดการค้นหาข้อมูลบนแพลตฟอร์มรวมกันกว่า 4.8 พันล้านครั้ง พฤติกรรมการระมัดระวังการใช้จ่ายส่งผลให้ผู้บริโภคต้องการข้อมูลที่ชัดเจนก่อนตัดสินใจ โดยปัจจัยหลัก 3 ประการที่มีผลต่อการเลือกซื้อสินค้า ได้แก่ ความเชื่อมั่นในแบรนด์หรือครีเอเตอร์ 57% ความมั่นใจและความรู้สึกปลอดภัยในการตัดสินใจซื้อ 50% และความเข้าใจในตัวผลิตภัณฑ์อย่างชัดเจน 56% ซึ่งผู้บริโภคมากกว่า 80% ยินดีที่จะติดต่อแบรนด์ผ่านช่องทางข้อความเพื่อประกอบการตัดสินใจ

นายธัญวุฒิ วงษ์สุนทร ผู้บริหาร TikTok for Business ประเทศไทย เปิดเผยว่า ปัจจุบันพฤติกรรมของผู้บริโภคเปลี่ยนจากเพียงแค่การรับชมคอนเทนต์ไปสู่การค้นหาข้อมูลและการสร้างบทสนทนาที่นำไปสู่ยอดขาย การโฆษณาผ่านข้อความ หรือ TikTok Messaging Ads จึงเติบโตขึ้น 1.9 เท่า เนื่องจากเข้ามาช่วยลดขั้นตอนในกระบวนการตัดสินใจซื้อของผู้บริโภค โดยเป็นการสื่อสารแบบสองทางที่สามารถตอบสนองความต้องการได้ทันที และช่วยคัดกรองกลุ่มเป้าหมายที่มีความตั้งใจซื้อสูงตั้งแต่วันเริ่มต้นบทสนทนา
ระบบโฆษณาผ่านข้อความดังกล่าวมีการให้บริการใน 2 รูปแบบ คือ การส่งข้อความโดยตรงบนระบบของแอปพลิเคชัน และการเชื่อมต่อไปยังแอปพลิเคชันส่งข้อความพันธมิตร เช่น เฟซบุ๊ก เมสเซนเจอร์ (Facebook Messenger), วอตส์แอปป์ (WhatsApp) และ ซาโล (Zalo) พร้อมทั้งมีการนำเครื่องมืออัตโนมัติอย่างระบบช่วยจัดการข้อความและการตอบกลับอัตโนมัติเข้ามาใช้งาน เพื่อแก้ไขปัญหาการคลิกโฆษณาโดยไม่มีการซื้อสินค้า รวมถึงปัญหาข้อความที่ไม่มีคุณภาพ

สำหรับแนวทางการปรับตัวของธุรกิจนั้น กลุ่มแบรนด์ขนาดใหญ่เน้นการผสานระบบโฆษณาเข้ากับฐานข้อมูลและระบบอัตโนมัติเพื่อคัดกรองผู้ซื้อที่มีคุณภาพ ขณะที่กลุ่มธุรกิจขนาดกลางและขนาดย่อมหรือ SME รวมถึงร้านค้าออนไลน์ เน้นการสื่อสารด้วยบุคลากรเพื่อสร้างความใกล้ชิด โดยพบว่าการตอบกลับข้อความภายในระยะเวลา 3 นาที สามารถเพิ่มโอกาสให้ผู้บริโภคอยู่ในบทสนทนาต่อได้มากขึ้นถึง 2.2 เท่า ควบคู่ไปกับการควบคุมข้อมูลราคาและโปรโมชันในโฆษณาให้ตรงกับข้อมูลในแชทเพื่อสร้างความน่าเชื่อถือ
