การเมือง
ชัชชาติ แถลงนโยบาย 251 ข้อ ลุยเมกะโปรเจกต์ท่องเที่ยว พร้อมใช้ AI แก้ปัญหารถติดกรุงเทพฯ
สำนักข่าวบริคอินโฟ – นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้สมัครผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร แถลงนโยบายขับเคลื่อน กรุงเทพมหานคร จำนวน 251 ข้อ มุ่งเน้นการต่อยอดนโยบายเดิมเชิงรุกด้วยเทคโนโลยี พร้อมเดินหน้าโครงการ เมกะโปรเจกต์ เพื่อดึงดูดการท่องเที่ยวและกระตุ้นเศรษฐกิจเมือง โดยมีประชาชนร่วมรับฟังอย่างคับคั่ง ณ สเตเดียมวัน (Stadium One)
- อ่านนโยบาย : teamchadchart.com
การแถลงนโยบายดังกล่าวจัดขึ้นตั้งแต่เวลา 18.00 น. ท่ามกลางประชาชนที่เดินทางมาร่วมรับฟังและให้กำลังใจ โดยนายชัชชาติได้เปิดเผยถึงแผนการดำเนินงานชุดใหม่ “250+” ซึ่งมี โครงการขนาดใหญ่ ที่จะกลายเป็นหมุดหมายสำคัญของเมือง ได้แก่ การสร้างสะพานคนเดินข้ามแม่น้ำเจ้าพระยา การจัดตั้งพิพิธภัณฑ์เมืองของกรุงเทพ การปรับปรุง ลานคนเมือง ให้เป็นพื้นที่สาธารณะ รวมถึงการสร้างศูนย์คนเมืองฝั่งธนบุรี ซึ่งจะประกอบด้วยหอศิลป์ พิพิธภัณฑ์ และพื้นที่สาธารณะเพื่อขับเคลื่อนเศรษฐกิจและการท่องเที่ยว
ด้านนโยบายสุขภาวะและการแพทย์ มีการนำเสนอโครงการตรวจสุขภาพฟรีถ้วนหน้าให้แก่ชาวกทม. ทั้งยังตั้งเป้าเพิ่มขีดความสามารถในการรองรับสิทธิ์ บัตรทอง เป็น 1.3 ล้านคน เพิ่มจำนวนเตียงในโรงพยาบาลสังกัดกรุงเทพมหานคร และพัฒนาระบบนัดล่วงหน้าเพื่อลดเวลารอคิวให้ไม่เกิน 1 ชั่วโมง นอกจากนี้จะมีการสร้างเครือข่ายดูแลสุขภาพจิตและกิจกรรมฟื้นฟูใจในสวนสาธารณะ ส่วนในมิติด้านความปลอดภัยจะดำเนินการคัดกรองปัญหายาเสพติดทุกชุมชนเพื่อมุ่งสู่การเป็นชุมชนสีขาว
สำหรับนโยบายเพื่อภาพรวมสังคมและการอยู่อาศัย จะมีการพัฒนาแพลตฟอร์มรวบรวมข้อมูลบ้านและคอนโดมิเนียมราคาประหยัดเพื่อให้ประชาชนเข้าถึงที่อยู่อาศัยได้ง่ายขึ้น พร้อมส่งเสริมการจ้างงานผู้พิการผ่านการสร้างเครือข่ายร่วมกับภาคเอกชน ตลอดจนการจัดหางานให้แก่กลุ่มผู้สูงอายุ สำหรับกลุ่มคนไร้บ้านจะขับเคลื่อนผ่านโครงการ บ้านอิ่มใจ เพื่อทำหน้าที่เป็นศูนย์กลางการดูแลและสร้างอาชีพให้สามารถพึ่งพาตนเองได้
ทางด้านการศึกษาและการคมนาคม นายชัชชาติระบุว่าเด็กทุกคนจะต้องได้รับสิทธิ์เรียนฟรี โดยเฉพาะนักเรียนระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 ถึงปีที่ 6 จะต้องมีแลปทอป (Laptop) สำหรับเรียนออนไลน์เพื่อก้าวทันโลกดิจิทัล ควบคู่กับการลดภาระงานที่ไม่จำเป็นของครูผู้สอน เพื่อให้มีเวลาดูแลเด็กอย่างเต็มที่ ส่วนปัญหาการจราจรทางกรุงเทพมหานครมีแผนจะนำเทคโนโลยีระบบสัญญาณไฟอัจฉริยะควบคุมด้วยปัญญาประดิษฐ์ หรือ AI มาใช้บริหารจัดการทางแยกที่มีไฟแดงกว่า 500 แยก ควบคู่ไปกับการขยายทางเดินลอยฟ้าหรือ สกายวอล์ก (Skywalk) และการผลักดันกฎหมายผังเมืองฉบับใหม่เพื่อแก้ไขปัญหารถติดอย่างยั่งยืน
