ข่าว
กสทช. ทลายโกดังวิทยุสื่อสารเถื่อน ยึดของกลางละเมิดลิขสิทธิ์รวมมูลค่ากว่า 20 ล้านบาท
สำนักข่าวบริคอินโฟ – สำนักงาน กสทช. ร่วมมือกับหน่วยงานความมั่นคง บุกทลายคลังสินค้าและจุดกระจายสินค้าผิดกฎหมายรายใหญ่ในจังหวัดสมุทรปราการ ยึดของกลางวิทยุสื่อสารเถื่อน กล่องรับสัญญาณทีวี และสินค้าละเมิดลิขสิทธิ์รวมกว่า 5,500 ชิ้น มูลค่าความเสียหายทะลุ 20 ล้านบาท หลังพบพฤติการณ์ลักลอบจำหน่ายผ่านแพลตฟอร์มออนไลน์ พร้อมปลอมแปลงสติ๊กเกอร์ครุฑรับรองมาตรฐาน เตือนประชาชนและผู้ประกอบการที่ซื้อไปใช้งานมีความผิดตามกฎหมายทันที แม้ไม่มีเจตนาก็ตาม
นายไตรรัตน์ วิริยะศิริกุล รองเลขาธิการ รักษาการแทนเลขาธิการคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ เปิดเผยว่า เมื่อวันที่ 21 พฤษภาคม 2569 สำนักงานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ หรือ สำนักงาน กสทช. ร่วมกับตำรวจไซเบอร์ กรมศุลกากร กรมสรรพสามิต และสำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล ได้เข้าตรวจค้นขบวนการลักลอบจำหน่ายวิทยุสื่อสาร และอุปกรณ์โทรคมนาคมผิดกฎหมายรายใหญ่ ในพื้นที่อำเภอพระสมุทรเจดีย์ จังหวัดสมุทรปราการ โดยพบของกลางเป็นวิทยุสื่อสาร เครื่องรับ-ส่งสัญญาณ และอุปกรณ์ดัดแปลงที่ไม่ได้ผ่านการรับรองมาตรฐานจำนวนมาก
การจับกุมครั้งนี้สืบเนื่องจากเจ้าหน้าที่ตรวจพบร้านค้าบนแพลตฟอร์มออนไลน์โฆษณาขายวิทยุสื่อสารในราคาถูกผิดปกติ และไม่มีใบอนุญาตให้จำหน่ายเครื่องวิทยุคมนาคมจากสำนักงาน กสทช. จึงสืบสวนขยายผลจนพบโกดังเช่าซึ่งเป็นแหล่งจัดเก็บสินค้าขนาดใหญ่ ตรวจพบเครื่องวิทยุคมนาคมที่ไม่ผ่านการตรวจรับรองมาตรฐาน กล่องรับสัญญาณโทรทัศน์ผ่านระบบอินเทอร์เน็ต หรือ Internet TV Box และมีการปลอมแปลงสติ๊กเกอร์ครุฑรับรองมาตรฐานของสำนักงาน กสทช. ซึ่งการใช้งานอุปกรณ์เหล่านี้อาจก่อให้เกิดการรบกวนคลื่นความถี่อื่น นอกจากนี้สินค้าดังกล่าวยังเข้าข่ายละเมิดลิขสิทธิ์ ซึ่งทางหน่วยงานได้เชิญเจ้าของลิขสิทธิ์เข้าร่วมตรวจสอบด้วย
สำหรับของกลางที่ตรวจยึดได้ ประกอบด้วย วิทยุสื่อสารตราอักษร MOTOROLA (โมโตโรล่า) จำนวน 4,131 เครื่อง วิทยุสื่อสารตราอักษร ICOM (ไอคอม) จำนวน 139 เครื่อง วิทยุสื่อสารชนิดใส่ซิมการ์ดไม่ปรากฏตราอักษร จำนวน 44 เครื่อง ซิมการ์ดตราอักษร YCTEL จำนวน 97 รายการ อุปกรณ์ GPS ไม่ปรากฏตราอักษร จำนวน 21 เครื่อง ลำโพงบลูทูธ (Bluetooth) ตราอักษร Marshall (มาร์แชล) จำนวน 1,124 เครื่อง และกล่องรับสัญญาณโทรทัศน์ผ่านระบบอินเทอร์เน็ตตราอักษร MXQ รุ่น Pro 4K จำนวน 7 เครื่อง รวมอุปกรณ์ทั้งหมด 5,563 เครื่อง คิดเป็นมูลค่าของกลางรวมทั้งสิ้น 20,047,759 บาท
นายไตรรัตน์ กล่าวว่า “วิทยุสื่อสารเป็นอุปกรณ์ที่ใช้คลื่นความถี่ ที่ต้องมีการควบคุมเพื่อไม่ให้เกิดการรบกวนกัน การครอบครองหรือใช้งานอุปกรณ์ที่ผิดกฎหมายมีบทลงโทษรุนแรงตามพระราชบัญญัติวิทยุคมนาคม พ.ศ. 2498 หากมีการนำเข้า จำหน่าย หรือผลิตโดยไม่ได้รับอนุญาต มีโทษปรับไม่เกิน 100,000 บาท หรือจำคุกไม่เกิน 5 ปี หรือทั้งจำทั้งปรับ ส่วนผู้ที่ครอบครอง หรือใช้เครื่องวิทยุคมนาคมโดยไม่ได้รับใบอนุญาต มีโทษปรับไม่เกิน 100,000 บาท หรือจำคุกไม่เกิน 5 ปี หรือทั้งจำทั้งปรับ เช่นกัน ดังนั้นประชาชนทั่วไป หรือผู้ประกอบการที่ซื้อวิทยุสื่อสารเถื่อนมาใช้งาน แม้จะอ้างว่าไม่ทราบว่าเป็นของผิดกฎหมาย แต่ในทางกฎหมายถือว่ามีความผิดฐาน มีและใช้เครื่องวิทยุคมนาคมโดยไม่ได้รับอนุญาต ทันที”
ทางสำนักงาน กสทช. แนะนำให้ผู้บริโภคตรวจสอบก่อนเลือกซื้อ โดยต้องเลือกจากร้านค้าที่น่าเชื่อถือ มีหน้าร้านหรือมีการจดทะเบียนพาณิชย์ และมีใบอนุญาตนำเข้าหรือค้าเครื่องวิทยุคมนาคมแสดงอย่างชัดเจน สังเกตเครื่องหมายรับรองจาก กสทช. (NBTC ID) ซึ่งจะมีรหัสหมายเลขการรับรองให้สามารถนำไปตรวจสอบในระบบได้ นอกจากนี้ ประชาชนทั่วไปหรือร้านค้าจะต้องใช้วิทยุสื่อสารประเภทเครื่องแดง (CB) ความถี่ 245 MHz หรือ 78 MHz ที่มีกำลังส่งไม่เกิน 5 วัตต์ และต้องขอใบอนุญาตมีและใช้อย่างถูกต้อง พร้อมเตือนให้หลีกเลี่ยงสินค้าที่ราคาถูกเกินจริงเพราะเสี่ยงต่อการไม่ได้มาตรฐาน แบตเตอรี่ระเบิด หรือสร้างคลื่นรบกวน
นอกจากนี้ สำนักงาน กสทช. ได้กำชับไปยังแพลตฟอร์มออนไลน์ต่าง ๆ ให้ดำเนินการตรวจสอบร้านค้าในระบบอย่างเข้มงวด โดยห้ามมิให้มีการจำหน่ายเครื่องวิทยุสื่อสารที่ไม่ผ่านการตรวจรับรองมาตรฐาน หรือห้ามร้านค้าที่ไม่มีใบอนุญาตจำหน่ายสินค้าที่ไม่ถูกกฎหมายโดยเด็ดขาด หากปล่อยปละละเลย แพลตฟอร์มออนไลน์ดังกล่าวอาจมีความผิดฐานเป็นผู้สนับสนุนให้กระทำความผิดตามพระราชบัญญัติวิทยุคมนาคม พ.ศ. 2498
