Connect with us

การเมือง

ณัฐกานต์ รองโฆษก ปชป. ตั้งข้อสังเกต กทม. ให้สิทธิเอกชนทำ Bike Sharing ฟรี 3 ปี เสี่ยงเอื้อประโยชน์

Published

on

รองโฆษกพรรคประชาธิปัตย์ ณัฐกานต์ ชูชนะ ตั้งข้อสังเกตโครงการ Bike Sharing ระยะ 2 ของกรุงเทพมหานคร ให้สิทธิเอกชน 3 รายใช้พื้นที่ทางเท้าทำธุรกิจฟรี 3 ปี หวั่นเอื้อประโยชน์

สำนักข่าวบริคอินโฟ – นายณัฐกานต์ ชูชนะ รองโฆษกพรรคประชาธิปัตย์ (Democrat Party) ออกมาตั้งคำถามถึงความโปร่งใสในโครงการจักรยานสาธารณะกรุงเทพมหานคร หรือ Bike Sharing ระยะที่ 2 หลังจากกรุงเทพมหานคร (Bangkok Metropolitan Administration) โดยสำนักการจราจรและขนส่ง ได้ลงนามให้สิทธิบริษัทเอกชน 3 ราย ดำเนินกิจการเช่าจักรยานและติดตั้งจุดจอดในที่สาธารณะ รวมถึงการโฆษณาโดยไม่มีการจัดเก็บค่าธรรมเนียมหรือค่าตอบแทนเข้าสู่รัฐ ซึ่งอาจเป็นการเอื้อประโยชน์ให้เอกชนในพื้นที่ทำเลทองและสร้างภาระผูกพันถึงผู้บริหารชุดอนาคต

ย้อนกลับไปในโครงการระยะที่ 1 สัญญาได้สิ้นสุดลงเมื่อวันที่ 27 กุมภาพันธ์ 2568 จนกระทั่งมีการลงนามในสัญญาระยะที่ 2 เมื่อเดือนเมษายน 2569 ที่ผ่านมา โดยสัญญานี้มีระยะเวลานานถึง 3 ปี ซึ่งทางสำนักการจราจรและขนส่ง (Traffic and Transportation Department) ยังคงให้สิทธิเอกชนเข้าใช้พื้นที่ทางเท้าในการประกอบธุรกิจเชิงพาณิชย์และหาประยชน์จากการโฆษณาบนตัวรถได้โดยไม่ต้องเสียค่าตอบแทนใด ๆ ให้กับทาง กทม. เช่นเดิม ซึ่งถือเป็นประเด็นที่ถูกจับตามองว่าเป็นการใช้ที่สาธารณะเพื่อประโยชน์ของกลุ่มทุนฝ่ายเดียวหรือไม่

ทางด้านนายณัฐกานต์ระบุว่า ก่อนจะมีการลงนามในสัญญาครั้งนี้ คณะอนุกรรมการการวัฒนธรรม การท่องเที่ยวและการกีฬา ของสภากรุงเทพมหานคร ซึ่งมีนายพินิจ กาญจนชูศักดิ์ สมาชิกสภากรุงเทพมหานคร (ส.ก.) เขตสัมพันธวงศ์ เป็นประธาน ได้เคยให้คำแนะนำไปแล้วว่าสัญญาระยะที่ 2 ควรพิจารณาถึงผลตอบแทนที่เหมาะสมต่อประชาชนและตัวเมือง แต่หน่วยงานที่รับผิดชอบกลับละเลยข้อเสนอและดำเนินการทำสัญญาในรูปแบบเดิม

โครงการดังกล่าวอาจสร้างความได้เปรียบให้เอกชนอย่างมาก โดยเฉพาะการเข้าถึงพื้นที่เศรษฐกิจสำคัญ เช่น บริเวณสถานีรถไฟฟ้า (BTS/MRT) และแหล่งท่องเที่ยวต่าง ๆ ซึ่งการอ้างเหตุผลเรื่องการสร้างแรงจูงใจในระยะแรกนั้นอาจรับฟังได้ แต่การต่อสัญญายาวอีก 3 ปีโดยไม่มีหลักเกณฑ์ผลตอบแทนที่ชัดเจน ถือเป็นเรื่องที่ไม่ถูกต้องและควรมีการทบทวนเพื่อให้เกิดความเป็นธรรมต่อสาธารณะ

Advertisement

“ในฐานะคนปั่นจักรยานคนหนึ่ง ผมเห็นประโยชน์ของการปั่นจักรยาน ไม่คัดค้านนโยบายนี้ แต่ต้องตั้งอยู่บนหลักผลประโยชน์ร่วมกัน” นายณัฐกานต์กล่าว

นอกจากประเด็นเรื่องสัญญาแล้ว รองโฆษกพรรคประชาธิปัตย์ยังย้ำว่า สิ่งสำคัญที่ควรดำเนินการควบคู่ไปคือการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานเพื่อให้เกิดความปลอดภัย เนื่องจากปัจจุบันสภาพเส้นทางยังเป็นอันตรายทั้งต่อคนเดินเท้าและผู้ใช้รถใช้ถนน การมุ่งเน้นเพียงการให้เช่าจักรยานโดยไม่ปรับปรุงความปลอดภัยอาจนำไปสู่อุบัติเหตุได้

Continue Reading
Advertisement