ข่าว
“ฮุน มาเนต” ยัน “กัมพูชา” ใช้กลไก UNCLOS ไกล่เกลี่ยข้อพิพาททางทะเลกับไทย พร้อมปฏิเสธเจรจาทวิภาคี
สำนักข่าวบริคอินโฟ – สมเด็จมหาบวรธิบดี ฮุน มาเนต (Hun Manet) นายกรัฐมนตรีกัมพูชา ยืนยันจุดยืนของรัฐบาลในการแก้ไขข้อพิพาทเขตแดนทางทะเลกับประเทศไทย โดยระบุชัดเจนว่าจะเลือกใช้กลไก “การไกล่เกลี่ยแบบบังคับ” (Compulsory Conciliation) ภายใต้กรอบของ อนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยกฎหมายทะเล ค.ศ. 1982 หรือ UNCLOS (United Nations Convention on the Law of the Sea) พร้อมปฏิเสธข้อเรียกร้องของฝ่ายไทยที่ต้องการให้กลับไปใช้แนวทางการเจรจาแบบ ทวิภาคี เพียงสองฝ่าย
- ฮุน เซน โต้ไทยยกเลิก MOU44 ทำลายกรอบเจรจาทวิภาคี ให้รัฐบาลกัมพูชาใช้กระบวนการ UNCLOS สากลแทน
- ข่าววันที่ 11 พ.ค. : รัฐบาลไทยโต้ข่าวกัมพูชา ยันยังไม่ตกลงเงื่อนไข UNCLOS และไม่มีการเจรจาเปิดด่านชายแดน
- ย้อนอ่าน : ครม. มีมติยกเลิก MOU 44 ปรับใช้กรอบกฎหมายสากล UNCLOS เจรจาพื้นที่ทับซ้อนไทย-กัมพูชา
รายงานจากสำนักข่าว Khmer Times ระบุว่า นายกรัฐมนตรีของกัมพูชาได้กล่าวสุนทรพจน์ต่อที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎร ถึงสถานการณ์ความตึงเครียดและการหารือทางการทูตระหว่างกัมพูชาและไทยที่ยังคงยืดเยื้อ ซึ่งเป็นผลสืบเนื่องมาจากข้อพิพาทเรื่องพรมแดนและการเผชิญหน้าทางทหารในช่วงที่ผ่านมา โดยทางกัมพูชาเชื่อมั่นว่าการนำกระบวนการทางกฎหมายระหว่างประเทศเข้ามาปรับใช้ จะเป็นทางออกที่สร้างความยั่งยืนมากกว่า
ทางด้าน ฮุน มาเนต (Hun Manet) ได้ให้เหตุผลถึงการตัดสินใจเลือกใช้กลไกสากลในครั้งนี้ว่า “การมีคนกลาง หรือกระบวนการทางกฎหมายระหว่างประเทศ จะให้ความเป็นธรรมได้มากกว่าการเจรจา 2 ฝ่าย” ซึ่งถือเป็นการแสดงท่าทีอย่างหนักแน่นว่ากัมพูชาจะไม่ยอมถอยกลับไปสู่กระบวนการเจรจาตรงกับไทยโดยไม่มีตัวกลางจากหน่วยงานระหว่างประเทศเข้ามาเกี่ยวข้อง
นอกจากนี้ รัฐบาลกัมพูชายังคงย้ำจุดยืนเดิมว่า กลไกสากลและกรอบกฎหมายระหว่างประเทศเป็นเครื่องมือที่สำคัญที่สุดในการแก้ไขข้อพิพาทอย่างสันติและยุติธรรม โดยเฉพาะในประเด็นที่ส่งผลกระทบโดยตรงต่อ อธิปไตย และการกำหนดเขตแดน ซึ่งเป็นเรื่องละเอียดอ่อนที่ต้องอาศัยบรรทัดฐานที่เป็นสากลในการตัดสินเพื่อให้เกิดความยอมรับจากทั้งสองฝ่าย
