Connect with us

ข่าว

เพชรบูรณ์ วัดดังเพชรบูรณ์ชี้แจงไม่ใช่ศูนย์อพยพเหตุอุกกาบาตชนโลก ขณะด้านเจ้าของลูกอุกกาบาตที่ตกเมื่อปี 2536 ประกาศขาย 20 ล้านบาท

Published

on

ผู้สื่อข่าว : รุ่งทิพย์ บุญบำรุง ผู้สื่อข่าวเพชรบูรณ์

วันที่ 27 สิงหาคม 2563 ผู้สื่อข่าวรายงานว่าจากการที่องค์การนาซ่าได้ประกาศว่า จะมาดาวเคราะห์น้อยโคจรเข้ามาให้โลก และมีโอกาสที่จะชนโลก ในวันที่ 2 พ.ย.2563 ทำให้มีกระแสข่าวลือต่างๆ นานา รวมทั้งได้มีกระแสข่าวว่าหากอุกกาบาตชนโลก พร้อมทั้งมีการลือว่าหากเกิดอุกกาบาตชนโลกให้ไปหลบภัยตามวัดต่างๆ หนึ่งในนั้นก็คือวัดธรรมยาน ต.นาเฉลียง อ.หนองไผ่ จ.เพชรบูรณ์ จึงทำให้มีผู้โทรศัพท์เข้ามาสอบถามอย่างมากมาย กระทั่งวัดฯได้ออกประกาศและโพสต์ในเฟสบุคของวัด มีข้อความว่า “ประกาศ จาก วัดธรรมยาน ตามที่ มีผู้ประโคมข่าวว่า อุกกาบาตจะตกในเดือนกันยายน และเริ่มส่งสัณญาณปลาย-เดือนสิงหาคม โดยระบุว่า ให้ไปหลบภัยตามวัดต่างๆ มีระบุชื่อ วัดธรรมยาน จ.เพชรบูรณ์ รวมอยู่ด้วย เรื่องนี้ ทางวัดธรรมยาน ไม่มีความเกี่ยวข้องกับผู้ประโคมข่าวนี้แต่อย่างใด และไม่เคยรู้จักกันนับว่า ผู้ประโคมข่าวนี้ เสียมารยาทอย่างยิ่ง ที่แพร่ข่าวสร้างความเดือดร้อนให้แก่ผู้อื่น โดยนำเบอร์โทรศัพท์ทางวัด ไปอ้างอิงโดยไม่ได้ขออนุญาต ทำให้พระเจ้าหน้าที่ของทางวัด ถูกรบกวนโทรมาสอบถามทุกวัน แม้ยามดึกดื่น เวลาตี 3 เป็นเวลาพระจำวัดก็มี ผู้โทรมาสอบถามโดยไม่เคยรู้จักกัน วัดธรรมยานเป็นสถานที่ สำหรับผู้มาปฏิบัติหาความสงบ ไม่ใช่ศูนย์อพยพ ตามที่กล่าวอ้าง คนหวังดีจริงๆ เขามีวิธีอื่นที่ฉลาดกว่านี้ โดยไม่ทำให้คนอื่นเดือดร้อน ประกาศโดย คณะสงฆ์วัดธรรมยาน ประกาศ ณ 26 สิงหาคม พ.ศ.2563

และหลังจากข้อความในประกาศดังกล่าว ถูกเผยแพร่ออกไป ได้มีผู้เข้ามาแสดงความคิดเห็นวิพากษ์วิจารณ์ กดไลค์กดแชร์ กันเป็นจำนวนมาก ส่วนใหญ่จะแสดงความคิดเห็นวิพากษ์วิจารณ์กันว่า “อะไรกันนี่ วัดสายหลวงพ่อฤาษีฯ โดนพวกนี้ ก่อกวน หมดทุกวัดเลยมั้งนี่ ? จะก่อกรรมไปถึงไหนกันหนอ !?” ขณะที่บางรายกล่าวว่า “เขาแค่อาศัยวัดสายหลวงพ่อฤาษีเป็นเครื่องมือหากิน….โดยไม่คำนึงว่าผลกระทบเป็นการสร้างความลำบากให้วัด…จุดประสงค์ไม่ได้ตั้งใจก่อกวนวัด” บางรายกล่าวว่า “การไปรบกวนพระในยามวิกาลมันเป็นบาปหนัก. ”ส่วนบางรายกล่าวว่า “อย่าเชื่อและอย่าโทรไปรบกวนพระท่านนะ มันบาปมากๆ เราชาวพุทธต้องมีความยับยั้งสติ อย่าเชื่ออะไรง่ายๆ” บางรายยังกล่าวว่า “คงเป็นพวกก่อกวนสร้างความวุ่นวาย ผู้มีสติต้องไม่เป็น บุคคลตื่นข่าว ไร้สาระ” และมีบางรายกล่าวว่า “เป็นวิธีตีกินของพวกนอกศาสนาหรือป่าวครับ” ผู้สื่อข่าวจึงเดินทางไปที่วัดธรรมยาน ต.นาเฉลียง อ.หนองไผ่ จ.เพชรบูรณ์ เพื่อขอสัมภาษณ์สอบถามข้อเท็จดังกล่าว โดยทางวัดได้บอกว่า พระปลัดวิรัช โอภาโส เจ้าอาวาสวัดธรรมยาน ไม่อยู่ ส่วนด้านรองเจ้าอาวาสฯ ไม่ขอให้สัมภาษณ์ใดๆ ทั้งสิ้น เนื่องจากได้ลงประกาศในเฟสบุ๊คของทางวัดไปแล้ว ดังนั้นถ้าอยากทราบข้อเท็จจริง ก็ให้ดูตามประกาศในเพสบุ๊คของทางวัด

ผู้สื่อข่าวรายงานว่าสำหรับพื้นที่จังหวัดเพชรบูรณ์ ได้เคยมีเหตุการณ์อุกกาบาตตกมาแล้ว 1 ครั้ง เมื่อวันที่ 13 มิถุนายน 2536 นายสาลีและนางคำหล้า รักก้อน บ้านร่องดู่ ตำบลลานบ่า อำเภอหล่มสัก จังหวัดเพชรบูรณ์ การตรวจสอบโดยนายสิโรตม์ ศัลยพงษ์ และ ดร.ปริญญา พุทธาภิบาล ฝ่ายวิจัยธรณีวิทยา กองธรณีวิทยา กรมทรัพยากรธรณี ยืนยันว่าเป็นอุกกาบาตเหล็ก มีประกายโลหะและความถ่วงจำเพาะสูง พบริ้วโลหะเป็นทางบนผิวอุกกาบาตซึ่งเกิดจากการเสียดสีกับบรรยากาศโลก ผิวนอกสุดมีรอยไหม้ ด้านหนึ่งมีรอยยุบบุบแบบก้นหม้อ อีกด้านฉีกขาดเป็นร่องหลืบ ลักษณะทั่วไปคล้ายตะกรันโลหะ ต่างกันที่ไม่มีรูพรุน
รูปร่างของอุกกาบาตบ้านร่องดู่คล้ายลูกสะบ้า กว้าง 7.5 นิ้ว ยาว 10 นิ้ว หนา 4.5 นิ้ว น้ำหนัก 16.7 กิโลกรัม ความถ่วงจำเพาะ 8.08 บริเวณที่พบอุกกาบาตเป็นที่ดอนดินปนทราย เนื้อแน่นปานกลาง ความชื้นต่ำ ลูกอุกกาบาตมุดลงไปในดิน ขณะไปตรวจสอบซึ่งเป็นเวลาหลังจากเอาลูกอุกกาบาตออกมาแล้วพบว่าบริเวณนั้นเป็นหลุมลึก 110 เมตร ประเมินได้คร่าวๆ ว่าอุกกาบาตพุ่งมาจากทิศใต้เฉียงไปทางตะวันตก 15 องศา และพุ่งลงมาโดยทำมุมประมาณ 80 องศากับพื้นราบ

ด้านนายสาลี รักก้อน อายุ 89 ปี เปิดเผยว่าในคืนเกิดเหตุตนไม่อยู่บ้าน มีเพียงลูกชายที่เห็นเหตุการณ์ แต่หลังจากเกิดเหตุการณ์แล้วก็ได้มีชาวบ้านแห่แหนกันมาดูเป็นจำนวนมาก รวมทั้งส่วนราชการอื่นๆ แม้กระทั่งปัจจุบันนี้ถึงเหตุการณ์จะผ่านไปแล้วกว่า เกือบ 30 ปี ก็ยังมีชาวบ้านแวะเวียนมาดู รวมทั้งมีการมาขอขุดเอาดินบริเวณอุกกาบาตตกไปเพื่อที่จะนำไปเป็นส่วนประกอบของมวลสารในการทำพระเครื่องเพราะมีความเชื่อว่าทำให้พระเครื่องมีความศักดิ์สิทธิ์ ด้านนายบุญมา รักก้อน อายุ 57 ปี ผู้ซึ่งพบอุกกาบาตตกเป็นคนแรกกล่าวว่าในช่วงเวลาประมาณ 2 ทุ่มกว่าๆ ของวันที่ 13 มิ.ย.2536 ตนได้ไปนอนเฝ้าบ้านหลังดังกล่าว ขณะที่ตนกำลังทำงานบ้านอยู่นั้นได้ยินเสียงคล้ายเครื่องบินตก แต่เมื่อตกถึงพื้นมีเสียงดัง “ตุ๊บ” เท่านั้น แต่ตนก็ไม่กล้าออกไปดู กระทั่งรุ่งเช้าจึงพบว่าลานหญ้าหน้าบ้านมีหลุมกว้างประมาณ 2 คืบ และมีความลึกประมาณ 1 เมตรกว่า ๆ ตนจึงมองลงไปดู พบวัตถุสีดำ ตอนแรกไม่กล้าจับ เพราะกลัวว่าจะเกิดอันตราย แต่ก็เปลี่ยนใจใช้เสียมขุดเป็นรูกว้าง และได้ลงไปอุ้มขึ้นมา พบว่ามีน้ำหนักมาก กระทั่งข่าวแพร่กระจายไปก็มีหน่วยงานมาดูจึงทราบว่าเป็นอุกกาบาตจึงได้เก็บรักษาไว้ โดยในตอนแรกมีชาวต่างชาติติดต่อขอซื้อในราคา 15 ล้านบาท แต่ก็เงียบหายไป ปัจจุบันนี้ลูกอุกกาบาตดังกล่าวน้องสาวได้ทำเรื่องเอาไปที่ประเทศเยอรมันเพื่อเสนอขายให้กับผู้ที่สนใจ ในเบื้องต้นตนตั้งราคาไว้ที่ 20 ล้านบาท หากใครสนใจก็สามารถต่อรองราคาได้ เพราะหากเก็บไว้ก็ไม่มีประโยชน์ จึงอยากจะขายเพื่อนำเงินมาใช้จะมีประโยชน์มากกว่า

Advertisement