ข่าว
ไทยใช้สิทธิตอบโต้กัมพูชากลางเวทีสหประชาชาติ ปมเหตุปะทะชายแดนและปัญหาอาชญากรรมข้ามชาติ
สำนักข่าวบริคอินโฟ – ตัวแทนจากประเทศไทยตัดสินใจใช้สิทธิตอบโต้กัมพูชาในระหว่างการประชุม ECOSOC Forum on Financing for Development Follow-up ประจำปี 2026 ณ นครนิวยอร์ก หลังจากถูกพาดพิงในการอภิปรายทั่วไป โดยไทยได้ชี้แจงถึงประวัติศาสตร์การให้ความช่วยเหลือแก่กัมพูชามาอย่างยาวนาน พร้อมทั้งตีแผ่ข้อเท็จจริงเรื่องการละเมิดอธิปไตยเหนือดินแดนไทย และปัญหาอาชญากรรมออนไลน์ที่ส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจและสังคมในระดับสากล
นายเชิดชาย ใช้ไววิทย์ เอกอัครราชทูตผู้แทนถาวรไทยประจำสหประชาชาติ (Permanent Representative of Thailand to the United Nations) ได้กล่าวตอบโต้โดยย้อนความหลังถึงบทบาทของประเทศไทยในการสนับสนุนกระบวนการสร้างสันติภาพและการพัฒนาของกัมพูชามาโดยตลอด นับตั้งแต่กัมพูชาได้รับเอกราชในปี 2496 โดยเฉพาะในช่วงสงครามกลางเมืองที่ไทยแบกรับภาระในการให้ที่พักพิงแก่ผู้ลี้ภัยชาวกัมพูชารวมกว่าหนึ่งล้านคน ตลอดจนเป็นฟันเฟืองสำคัญในความตกลงสันติภาพปารีส (Paris Peace Agreements) ปี 2534 และการผลักดันให้กัมพูชาเข้าเป็นสมาชิกอาเซียนในปี 2542 เพื่อให้กลับเข้าสู่ระบบเศรษฐกิจโลกอีกครั้ง
อย่างไรก็ตาม ความสัมพันธ์ทวิภาคีกลับต้องเผชิญกับวิกฤต เมื่อไทยระบุว่าในช่วงเดือนกรกฎาคมและธันวาคม 2568 กัมพูชาได้เปิดฉากโจมตีทางอาวุธต่อดินแดนไทยโดยไม่เลือกเป้าหมาย ส่งผลให้พลเรือนชาวไทยเสียชีวิต 19 ราย บาดเจ็บ 51 ราย และประชาชนกว่า 400,000 คนต้องอพยพออกจากพื้นที่เสี่ยงภัย เหตุการณ์ดังกล่าวทำให้ประเทศไทยจำเป็นต้องใช้สิทธิในการป้องกันตนเองตามมาตรา 51 แห่งกฎบัตรสหประชาชาติ (UN Charter) เพื่อปกป้องอธิปไตยและสวัสดิภาพของประชาชน
ในประเด็นเรื่องความปลอดภัยชายแดน ไทยได้ตั้งคำถามถึงความจริงใจในการจัดการทุ่นระเบิด โดยระบุว่าแม้กัมพูชาจะได้รับงบประมาณช่วยเหลือจากนานาชาติจำนวนมากเพื่อการเก็บกู้ แต่กลับพบหลักฐานการวางทุ่นระเบิดใหม่ในพื้นที่ชายแดน ซึ่งส่งผลกระทบโดยตรงต่อกิจกรรมทางเศรษฐกิจและการพัฒนาพื้นที่ให้กลายเป็นเขตปลอดภัย
นอกจากนี้ ผู้แทนถาวรไทยประจำสหประชาชาติ ยังได้หยิบยกประเด็นอาชญากรรมข้ามชาติขึ้นมากล่าวถึง โดยชี้ให้เห็นว่ากัมพูชาได้กลายเป็นแหล่งกบดานของเครือข่ายอาชญากรรมออนไลน์และการหลอกลวง ซึ่งสร้างรายได้มหาศาลสูงถึง 19,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐต่อปี หรือคิดเป็นเกือบร้อยละ 40 ของผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ (GDP) ของกัมพูชา โดยขบวนการเหล่านี้ไม่เพียงแต่สร้างความเสียหายทางการเงินแก่ผู้เสียหายทั่วโลก แต่ยังมีความเชื่อมโยงอย่างใกล้ชิดกับการใช้แรงงานบังคับและการค้ามนุษย์ ซึ่งถือเป็นการสูญเสียทรัพยากรมนุษย์ที่ควรจะถูกนำไปใช้ในการพัฒนาประเทศอย่างยั่งยืน
