ข่าว
สรุปอิหร่าน-อิสราเอล ล่าสุด: ทั่วโลกประณามเหตุสหรัฐฯ-อิสราเอลโจมตีอิหร่าน หวั่นสงครามลุกลามวงกว้าง
สำนักข่าวบริคอินโฟ – สถานการณ์ความตึงเครียดในตะวันออกกลางพุ่งสูงขึ้นถึงขีดสุด หลัง สหรัฐอเมริกา (United States) และ อิสราเอล (Israel) เปิดฉากโจมตีสายฟ้าแลบเข้าใส่อิหร่าน เมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา ส่งผลให้ อิหร่าน (Iran) ทำการตอบโต้ด้วยการยิงขีปนาวุธเข้าใส่เป้าหมายของสหรัฐฯ และอิสราเอลในหลายประเทศทั่วภูมิภาค ท่ามกลางเสียงสะท้อนจากนานาชาติที่แสดงความกังวลอย่างหนักต่อการละเมิดอธิปไตยและผลกระทบต่อพลเรือน โดยผู้นำโลกต่างเร่งเรียกร้องให้ทุกฝ่ายยุติการใช้กำลังและกลับเข้าสู่กระบวนการทางทูตเพื่อป้องกันภาวะสงครามเต็มรูปแบบ
ปฏิกิริยาจากนานาชาติและองค์กรระดับโลกต่อเหตุการณ์ครั้งนี้ มีรายละเอียดดังนี้:
- จีน (China): กระทรวงการต่างประเทศแสดงความกังวลอย่างยิ่งต่อการโจมตีทางทหาร โดยย้ำว่าอธิปไตย ความมั่นคง และบูรณภาพแห่งดินแดนของอิหร่านต้องได้รับการเคารพอย่างเคร่งครัด
- รัสเซีย (Russia): เซอร์เก ลาฟรอฟ (Sergey Lavrov) รัฐมนตรีต่างประเทศ ประณามการโจมตีที่ไม่มีการยั่วยุครั้งนี้ และเรียกร้องให้มีการยุติการยิงโดยทันทีผ่านการพูดคุยกับฝ่ายอิหร่าน
- โอมาน (Oman): ซัยยิด บัดร์ บิน ฮาหมัด บิน ฮามูด อัลบูไซดี (Sayyid Badr bin Hamad bin Hamood Albusaidi) รัฐมนตรีต่างประเทศและตัวกลางการเจรจาระบุว่า “การเจรจาที่จริงจังถูกทำลายลงอีกครั้ง ผมขอเรียกร้องให้สหรัฐฯ อย่าถลำลึกไปมากกว่านี้ เพราะนี่ไม่ใช่สงครามของคุณ”
- ฝรั่งเศส (France): ประธานาธิบดี เอ็มมานูเอล มาครง (Emmanuel Macron) เตือนว่าการปะทุของสงครามครั้งนี้จะส่งผลกระทบร้ายแรงต่อความมั่นคงสากล และการยกระดับความรุนแรงเป็นอันตรายต่อทุกฝ่าย
- บราซิล (Brazil): รัฐบาลประณามการโจมตีและเรียกร้องให้ทุกฝ่ายปฏิบัติตามกฎหมายระหว่างประเทศ พร้อมใช้ความอดกลั้นสูงสุดเพื่อปกป้องพลเรือนและโครงสร้างพื้นฐาน
- นอร์เวย์ (Norway): เอสเปน บาร์ธ เอเด (Espen Barth Eide) รัฐมนตรีต่างประเทศ ระบุว่าการอ้างเรื่องการโจมตีเชิงป้องกันของอิสราเอลนั้นไม่สอดคล้องกับกฎหมายระหว่างประเทศ เนื่องจากไม่มีภัยคุกคามที่จวนตัว
- อียิปต์ (Egypt): แสดงความกังวลว่าความตึงเครียดนี้จะขยายวงกว้างจนทำให้ทั้งภูมิภาคตกอยู่ในสภาวะโกลาหล และส่งผลกระทบต่อความมั่นคงระดับโลก
- ปากีสถาน (Pakistan): ประณามการโจมตีอิหร่านอย่างรุนแรง และเรียกร้องให้เร่งใช้กระบวนการทางการทูตเพื่อหาทางออกของวิกฤตการณ์
- ซาอุดีอาระเบีย (Saudi Arabia): ประณามการโจมตีของอิหร่านที่ส่งผลกระทบต่อ สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ (UAE) บาห์เรน กาตาร์ จอร์แดน และคูเวต พร้อมเตือนถึงผลลัพธ์ที่เลวร้ายจากการละเมิดอธิปไตยของรัฐอื่น
- กาตาร์ (Qatar) และ คูเวต (Kuwait): ประณามการยิงขีปนาวุธของอิหร่านที่ตกในดินแดนของตน โดยระบุว่าเป็นการละเมิดกฎหมายระหว่างประเทศและกฎบัตรสหประชาชาติอย่างร้ายแรง
- สหภาพยุโรป (European Union): อันโตนิโอ กอสตา (Antonio Costa) และ อูร์ซูลา ฟอน เดอร์ เลเยน (Ursula von der Leyen) ออกแถลงการณ์ร่วมเรียกร้องให้ทุกฝ่ายอดกลั้นและปกป้องพลเรือนอย่างถึงที่สุด
- คณะกรรมการกาชาดระหว่างประเทศ (International Committee of the Red Cross): เตือนว่าการยกระดับทางทหารในตะวันออกกลางกำลังจุดชนวนปฏิกิริยาลูกโซ่ที่อันตรายและส่งผลกระทบต่อผู้บริสุทธิ์
- องค์การสหประชาชาติ (UN): อันโตนิโอ กูเตอร์เรส (Antonio Guterres) เลขาธิการสหประชาชาติ ประณามการใช้กำลังของทั้งสองฝ่าย โดยระบุว่า “การใช้กำลังของสหรัฐฯ และอิสราเอลต่ออิหร่าน รวมถึงการตอบโต้ของอิหร่าน บั่นทอนสันติภาพระหว่างประเทศ” และขอให้ทุกฝ่ายกลับสู่โต๊ะเจรจาทันที
ที่มา : สำนักข่าวซินหัว
