Connect with us

การเมือง

อภิสิทธิ์ แนะรัฐบาลรื้อโครงสร้าง ราคาน้ำมัน จี้หั่น ค่าการกลั่น-ภาษีสรรพสามิต ลดต้นทุนขนส่ง

Published

on

อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ แนะรัฐบาลรื้อโครงสร้างราคาพลังงาน กางสูตรลดราคาน้ำมันดีเซล 11 บาท ชี้ลดค่าการกลั่นและภาษีสรรพสามิตช่วยลดภาระหนี้สาธารณะและค่าครองชีพได้ยั่งยืนกว่า

สำนักข่าวบริคอินโฟ – นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ (Democrat Party) และอดีตนายกรัฐมนตรี เสนอแนะให้รัฐบาลเร่งบริหารจัดการต้นทุนพลังงานที่ต้นทาง โดยเฉพาะการปรับลด ค่าการกลั่น และ ภาษีสรรพสามิต (Excise Tax) เพื่อลดภาระค่าครองชีพของประชาชน ดีกว่าการกู้เงินมาเยียวยาที่ปลายเหตุ ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อเพดานหนี้สาธารณะและราคาสินค้าในระยะยาว

นายอภิสิทธิ์ ระบุว่าแนวทางที่ควรเร่งดำเนินการคือการบริหารจัดการต้นทุนน้ำมันให้มีประสิทธิภาพที่สุด เนื่องจากปัจจุบันยังมีส่วนต่างของ ภาษีสรรพสามิต และ ค่าการกลั่น ที่สามารถปรับลดลงได้อีกมาก หากรัฐบาลสามารถควบคุมปัจจัยเหล่านี้ได้ ความจำเป็นในการใช้เงินงบประมาณหรือเงินกู้เพื่อมาดูแลเยียวยาประชาชนที่ปลายทางก็จะลดลง ซึ่งจะเป็นผลดีต่อเสถียรภาพทางการคลังมากกว่าการปล่อยให้ราคาน้ำมันพุ่งสูงแล้วจึงหามาตรการช่วยเหลือในภายหลัง

“ยิ่งรัฐบาลช่วยตรงนี้ได้มากเท่าไหร่ ความจำเป็นที่จะต้องใช้เงินมาดูแลปลายทางก็จะน้อยลง ซึ่งผมคิดว่าจะเป็นวิธีการที่ดีกว่าสำหรับทุกฝ่าย เพราะในที่สุดถ้าใช้การกู้เงินมาแล้วพยายามมาช่วยเหลือ ก็จะต้องเกิดประเด็นต้องพิจารณาอีกว่าช่วยกลุ่มไหน อย่างไร” นายอภิสิทธิ์ กล่าว

นอกจากนี้ อดีตนายกรัฐมนตรียังให้ข้อมูลเพิ่มเติมว่า ปัจจุบัน ค่าการกลั่น (Refining Margin) พุ่งสูงขึ้นถึงระดับ 14-15 บาท จากเดิมในช่วงเดือนมีนาคมที่อยู่ระดับ 7-8 บาท จึงเสนอให้รัฐบาลพิจารณาจัดเก็บ ภาษีลาภลอย (Windfall Tax) หรือค่าธรรมเนียมพิเศษให้สอดคล้องกับสถานการณ์จริง หากสามารถลดค่าการกลั่นลงได้ประมาณ 5 บาท จะเป็นการช่วยลดภาระให้แก่ประชาชนทุกคนผ่านต้นทุนการขนส่งและราคาสินค้า ไม่ใช่เพียงแค่กลุ่มผู้ใช้น้ำมันโดยตรงเท่านั้น

นายอภิสิทธิ์ ยังได้กางสูตรการคำนวณเบื้องต้นว่า หาก ราคาน้ำมันดีเซล (Diesel) อยู่ที่ประมาณ 41-42 บาท แล้วมีการลด ภาษีสรรพสามิต ลง 6 บาท พร้อมกับจัดเก็บค่าการกลั่นคืนมา 5 บาท ราคาน้ำมันอาจจะกลับลงไปอยู่ที่ระดับ 30 บาทได้ ซึ่งจะช่วยสกัดกั้นไม่ให้ราคาสินค้าอุปโภคบริโภคปรับตัวสูงขึ้นจนยากจะควบคุม พร้อมย้ำว่าการไม่เร่งจัดการที่ต้นทุนอาจเข้าลักษณะ “เสียน้อยเสียยาก” เพราะสุดท้ายรัฐบาลต้องใช้เงินจำนวนมหาศาลในการพยุงค่าครองชีพในวงกว้างอยู่ดี

Advertisement

สำหรับการประชุม คณะกรรมการบริหารนโยบายพลังงาน หรือ กบง. (EPPO) นายอภิสิทธิ์ เชื่อว่าในเชิงหลักการสามารถปรับลดราคาพลังงานลงได้แน่นอน โดยอ้างอิงจากตัวเลขค่าการกลั่นที่สูงขึ้นในเดือนเมษายน แม้จะมีการโต้แย้งเรื่องต้นทุน War Premium ของภาคเอกชน แต่เชื่อว่าการเรียกเก็บในระดับ 5 บาทเป็นสิ่งที่สามารถดำเนินการได้ เพื่อลดภาระของภาครัฐในการแบกรับหนี้สาธารณะที่อาจลุกลามบานปลายในอนาคต

Continue Reading
Advertisement