ข่าว
อิหร่านประณามสหรัฐฯ-อิสราเอล ปฏิบัติการโจมตีทางอากาศร่วมกัน ลั่นเตรียมตอบโต้ขั้นเด็ดขาด
สำนักข่าวบริคอินโฟ – กระทรวงการต่างประเทศของ อิหร่าน (Iran) ออกแถลงการณ์ประณามอย่างรุนแรงต่อกรณีที่กองกำลัง สหรัฐอเมริกา (United States) และ อิสราเอล (Israel) ได้สนธิกำลังเปิดฉากโจมตีทางอากาศในหลายพื้นที่ของประเทศ เมื่อช่วงเช้าวันเสาร์ที่ผ่านมา โดยระบุว่าเป็นการละเมิดอธิปไตยอย่างร้ายแรง พร้อมประกาศกร้าวว่ากองทัพและประชาชนชาวอิหร่านจะดำเนินการตอบโต้ผู้รุกรานอย่างสาสมและเด็ดขาด เพื่อให้กลุ่มผู้ก่อเหตุต้องเสียใจกับการกระทำทางอาชญากรรมในครั้งนี้
แถลงการณ์จากกระทรวงการต่างประเทศอิหร่านซึ่งเผยแพร่ผ่านสำนักข่าวทางการ IRNA ระบุว่า กองกำลังของสหรัฐฯ และอิสราเอลได้พุ่งเป้าโจมตีไปที่โครงสร้างพื้นฐานด้านการป้องกันประเทศ รวมถึงพื้นที่พลเรือนในหลายเมืองทั่วอิหร่าน ซึ่งถือเป็นการละเมิดบูรณภาพแห่งดินแดนอย่างชัดเจน โดยทางรัฐบาลเตหะรานมองว่าการกระทำดังกล่าวเป็นการท้าทายกฎหมายระหว่างประเทศในช่วงเวลาที่ฝ่ายการทูตกำลังมีความพยายามในการเจรจา
นอกจากนี้ ทางกระทรวงฯ ยังได้วิพากษ์วิจารณ์ถึงการใช้กำลังทางทหารซ้ำซ้อนในขณะที่ กรุงเตหะราน (Tehran) และ กรุงวอชิงตัน (Washington) กำลังอยู่ในกระบวนการทางการทูต โดยระบุว่าอิหร่านได้ยอมเข้าร่วมการเจรจานิวเคลียร์ทางอ้อมแม้จะคาดการณ์ไว้แล้วว่าอาจเกิดการโจมตีจากสหรัฐฯ และอิสราเอล ทั้งนี้ก็เพื่อแสดงให้เห็นถึงความชอบธรรมของตนเอง และชี้ให้เห็นว่าข้ออ้างใดๆ ที่ผู้รุกรานนำมาใช้นั้นปราศจากความชอบธรรมโดยสิ้นเชิง
ในเนื้อความของแถลงการณ์ระบุถ้อยคำที่สำคัญว่า “อิหร่านตกอยู่ภายใต้การรุกรานทางทหารของสหรัฐฯ และอิสราเอลอีกครั้ง” พร้อมยืนยันว่าการตอบโต้การโจมตีครั้งนี้ ซึ่งถือเป็น “การละเมิดกฎบัตรสหประชาชาติอย่างโจ่งแจ้ง” คือสิทธิอันชอบธรรมตามกฎหมายของอิหร่าน โดยกองกำลังอิหร่านจะใช้วิถีทางที่มีอยู่ทั้งหมดเพื่อต่อต้านอาชญากรรมและการรุกรานที่เกิดขึ้น เพื่อขับไล่ความประสงค์ร้ายของศัตรูออกไปจากแผ่นดิน
อิหร่านยังได้เรียกร้องให้ องค์การสหประชาชาติ (United Nations) และ คณะมนตรีความมั่นคง (UN Security Council) ดำเนินการในทันทีเพื่อจัดการกับภัยคุกคามต่อสันติภาพและความมั่นคงระหว่างประเทศที่เกิดจากการโจมตีครั้งนี้ พร้อมทั้งเรียกร้องให้รัฐสมาชิกของสหประชาชาติทั้งหมดร่วมกันประณามการกระทำของสหรัฐฯ และอิสราเอล รวมถึงใช้มาตรการร่วมกันเพื่อยับยั้งการรุกรานที่เกิดขึ้นในภูมิภาคตะวันออกกลาง
ที่มา : สำนักข่าวซินหัว
