ข่าว
NTT DATA เผยองค์กรไทยเร่งปรับตัวสู่ยุค AI-Native Enterprise ชี้ Agentic AI เป็นกุญแจสำคัญสร้างการเติบโต
สำนักข่าวบริคอินโฟ – NTT DATA เปิดเผยทิศทางเทคโนโลยีในประเทศไทย พบว่าองค์กรส่วนใหญ่กำลังเปลี่ยนผ่านจากการเริ่มใช้งานปัญญาประดิษฐ์ไปสู่การเป็น AI-Native Enterprise อย่างเต็มรูปแบบ เพื่อรับมือกับความกดดันทางเศรษฐกิจและการแข่งขันที่รุนแรง โดยข้อมูลจาก การ์ทเนอร์ (Gartner) คาดการณ์ว่าในปี 2026 เม็ดเงินลงทุนในตลาดเทคโนโลยีจะสูงถึง 30,800 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ขณะที่เทคโนโลยี AI จะมีอัตราการเติบโตโดดเด่นที่สุดถึง 47.8% สะท้อนให้เห็นว่าปัญญาประดิษฐ์ได้กลายเป็นปัจจัยหลักในการขับเคลื่อนศักยภาพทางธุรกิจระยะยาว
- การ์ทเนอร์ คาดงบประมาณไอทีปี 2568 เพิ่มขึ้น 9.8% แต่ส่วนใหญ่ใช้ชดเชยราคาสินค้าและบริการที่สูงขึ้น
- NTT DATA : ผู้นำองค์กรเห็นต่างในการนำ GenAI มาใช้งาน ชี้ช่องว่างระหว่างเป้าหมายและความพร้อม
- NTT DATA ชี้ GenAI พลิกโฉมการผลิต แต่ผู้ผลิตต้องเร่งวางนโยบายรับมือความเสี่ยง
จากการสำรวจ NTT DATA Global AI Report พบว่าองค์กรไทยมีอัตราการใช้ปัญญาประดิษฐ์ในการทำงานสูงถึงร้อยละ 72 ซึ่งมากกว่าค่าเฉลี่ยขององค์กรทั่วโลกถึงร้อยละ 22 โดยอุตสาหกรรมที่ตื่นตัวมากที่สุด ได้แก่ ภาคการเงิน การผลิต ค้าปลีก การแพทย์ พลังงาน และโลจิสติกส์ ทั้งนี้มีข้อมูลระบุว่าองค์กรที่เป็นผู้นำด้านการใช้ Artificial Intelligence มีโอกาสสร้างรายได้เติบโตมากกว่า 10% ซึ่งสูงกว่าองค์กรทั่วไปถึง 2.5 เท่า อย่างไรก็ตาม ความท้าทายที่สำคัญคือการขยายผลการใช้งานจากระดับส่วนงานไปสู่ระดับโครงสร้างพื้นฐานของทั้งองค์กร

นายธนพงษ์ อิทธิสกุลชัย กรรมการผู้จัดการ NTT DATA, Inc. ให้ความเห็นถึงอุปสรรคสำคัญว่า แม้องค์กรไทยจะเริ่มนำ AI มาใช้มากขึ้น แต่ยังเผชิญข้อจำกัดด้านระบบไอทีแบบเดิม หรือ Legacy Systems โครงสร้างข้อมูลที่กระจัดกระจาย ความพร้อมของโครงสร้างพื้นฐาน รวมถึงการขาดแคลนบุคลากรที่มีทักษะดิจิทัลโดยเฉพาะ
“ความท้าทายในวันนี้ไม่ใช่การเริ่มต้นใช้ AI อีกต่อไป แต่คือการขยายการใช้งาน AI ไปสู่ระดับองค์กร เพื่อให้เกิดผลลัพธ์ทางธุรกิจที่วัดผลได้และยั่งยืน การทรานส์ฟอร์มที่ประสบความสำเร็จต้องตั้งอยู่บนรากฐานดิจิทัลที่แข็งแกร่ง โดยผสานเทคโนโลยี ข้อมูล และศักยภาพของบุคลากรเข้าด้วยกัน” นายธนพงษ์ กล่าว
สำหรับแนวทางการดำเนินงานของ NTT DATA จะมุ่งเน้นไปที่กลยุทธ์ Agent First Strategy ผ่านแพลตฟอร์ม Agentic AI Factory เพื่อช่วยให้ธุรกิจสามารถปรับรูปแบบการทำงานสู่ระบบอัตโนมัติที่ตัดสินใจบนข้อมูลแบบ Real-Time ได้อย่างแม่นยำ นอกจากนี้ยังให้ความสำคัญกับ Responsible AI หรือการพัฒนาปัญญาประดิษฐ์อย่างมีความรับผิดชอบ ซึ่งครอบคลุมทั้งเรื่องความปลอดภัยไซเบอร์ ความโปร่งใส และธรรมาภิบาลข้อมูล เพื่อลดความเสี่ยงในการดำเนินงานระดับอุตสาหกรรม
นอกเหนือจากการวางระบบเทคโนโลยีแล้ว NTT DATA ยังมีแผนเดินหน้าลงทุนพัฒนาบุคลากรผ่านโครงการ Upskilling and Reskilling โดยร่วมมือกับสถาบันการศึกษาเพื่อสร้างความเชี่ยวชาญภายในองค์กรไทย เพื่อให้พร้อมรับการเปลี่ยนแปลงในโลกยุคดิจิทัลทรานส์ฟอร์เมชันที่เทคโนโลยี AI จะถูกฝังอยู่ในกระบวนการหลักของธุรกิจทุกภาคส่วนอย่างถาวร
