ข่าว
ชัชชาติ เผยลมเปลี่ยนทิศ-ไฟไหม้หญ้าบางเขน ทำฝุ่น PM 2.5 กทม. พุ่งสูง พบค่าสีส้ม 40 เขต คาดคลี่คลายใน 3 วัน
สำนักข่าวบริคอินโฟ – นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ลงพื้นที่ติดตามสถานการณ์ฝุ่นละอองขนาดเล็ก PM 2.5 ณ ศูนย์ข้อมูลคุณภาพอากาศกรุงเทพมหานคร สำนักสิ่งแวดล้อม เขตดินแดง หลังพบว่าในช่วงเช้าของวันที่ 13 มีนาคม 2569 พื้นที่กรุงเทพฯ มีปริมาณฝุ่นพุ่งสูงขึ้นครอบคลุมกว่า 40 เขต โดยระบุสาเหตุหลักมาจากสภาวะอากาศปิด การเปลี่ยนแปลงของทิศทางลมที่พัดพาฝุ่นจากการเผาไหม้เข้าสู่เมือง และเหตุเพลิงไหม้หญ้าขนาดใหญ่ในเขตบางเขน พร้อมคาดการณ์ว่าสถานการณ์จะเริ่มดีขึ้นภายใน 3 วันหลังจากนี้
สถานการณ์ ฝุ่นละออง ในพื้นที่ กรุงเทพมหานคร วันนี้กลับมาอยู่ในระดับสีส้มซึ่งเริ่มส่งผลกระทบต่อสุขภาพ โดยนายชัชชาติระบุว่า เมื่อเวลาประมาณ 22.00 น. ของคืนที่ผ่านมา ทิศทางลมเกิดการเปลี่ยนแปลงจากเดิมที่เป็นลมใต้ซึ่งช่วยระบายอากาศได้ดี เปลี่ยนเป็นลมตะวันออกที่พัดผ่านจุดที่มีการเผาไหม้และนำพาฝุ่นเข้ามาสะสมในพื้นที่ โดยเฉพาะเขตฝั่งตะวันออกอย่าง เขตลาดกระบัง (Lat Krabang) ซึ่งยืนยันว่าปริมาณฝุ่นที่เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วในช่วงกลางคืนไม่ได้เกิดจากไอเสียรถยนต์ เนื่องจากปริมาณการจราจรในช่วงเวลาดังกล่าวมีน้อย แต่เป็นปัจจัยภายนอกและการเปลี่ยนทิศของลมเป็นสำคัญ
นอกจากปัจจัยเรื่องสภาพอากาศแล้ว ยังเกิดเหตุ ไฟไหม้หญ้า ขนาดใหญ่ในพื้นที่คู้บอน เขตบางเขน เมื่อช่วงเย็นถึงดึกที่ผ่านมา ซึ่งกินพื้นที่กว้างกว่า 50 ไร่ โดยการควบคุมเพลิงเป็นไปอย่างยากลำบากเนื่องจากในจุดเกิดเหตุไม่มีประปาหัวแดง ส่งผลให้เกิดควันและฝุ่นละอองสะสมเติมเข้ามาในพื้นที่กรุงเทพฯ เพิ่มเติมจากปัญหาเรื่องลมเปลี่ยนทิศที่เกิดขึ้นพร้อมกัน
นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ กล่าวว่า “สถานการณ์จะเริ่มคลี่คลายขึ้นในช่วงสายของวันนี้เนื่องจากอัตราการระบายอากาศเริ่มดีขึ้นและมีลมแรงขึ้น แต่อาจจะต้องเฝ้าระวังต่อเนื่องอีกประมาณ 2-3 วัน ที่ฝุ่นอาจจะสูงขึ้นในช่วงเช้าเนื่องจากสภาพอากาศปิดในช่วงกลางคืน จึงขอให้ประชาชนโดยเฉพาะกลุ่มเปราะบางสวมหน้ากากอนามัยขณะออกนอกบ้านในช่วงเช้านี้” ทั้งนี้ผู้ว่าฯ กทม. คาดการณ์ว่าในช่วงที่เหลือของเดือนมีนาคม เมื่อลมใต้พัดเข้ามาอย่างถาวร สถานการณ์ฝุ่นจะกลับเข้าสู่สภาวะปกติและดีขึ้นตามลำดับ
ปัจจุบัน กรุงเทพมหานคร (BMA) ได้เร่งประสานความร่วมมือกับจังหวัดข้างเคียง ได้แก่ ฉะเชิงเทรา , นครนายก และ ปราจีนบุรี เพื่อขอความร่วมมือในการลดการเผาในที่โล่งอย่างต่อเนื่อง เพื่อลดผลกระทบที่จะเกิดขึ้นกับประชาชนในระยะยาวและควบคุมแหล่งกำเนิดฝุ่นจากภายนอกพื้นที่ไม่ให้พัดเข้าสู่ใจกลางเมือง
