ข่าว
G7 ยังไม่ระบายน้ำมันสำรองหลังราคาสูงขึ้นจากสงคราม ย้ำพร้อมดำเนินมาตรการจำเป็นในอนาคต
สำนักข่าวบริคอินโฟ – กลุ่มประเทศอุตสาหกรรมชั้นนำ 7 ประเทศ หรือ G7 (Group of Seven) มีความเห็นพ้องร่วมกันในเบื้องต้นว่ายังไม่มีความจำเป็นต้อง ระบายน้ำมันสำรองทางยุทธศาสตร์ (Strategic Oil Reserves) ออกสู่ตลาดในทันที แม้ราคาน้ำมันโลกจะพุ่งสูงขึ้นอย่างรวดเร็วอันเนื่องมาจากสถานการณ์ความขัดแย้งระหว่างสหรัฐฯ-อิสราเอล และอิหร่าน โดยที่ประชุมยังคงจับตาดูสถานการณ์อย่างใกล้ชิดและพร้อมที่จะเข้าแทรกแซงเพื่อรักษาสถียรภาพด้านพลังงานหากมีความจำเป็นในระยะถัดไป
รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังของกลุ่ม G7 ได้จัดการหารือผ่านระบบวิดีโอคอนเฟอเรนซ์เมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมา เพื่อวิเคราะห์ผลกระทบจาก ราคาน้ำมัน ที่พุ่งสูงขึ้นข้ามคืน ซึ่งเป็นผลโดยตรงจาก สงครามสหรัฐฯ-อิสราเอลกับอิหร่าน (U.S.-Israeli war on Iran) โดยแถลงการณ์ระบุว่าทุกประเทศพร้อมจะดำเนินมาตรการที่จำเป็นเพื่อสนับสนุนอุปทานพลังงานโลก รวมถึงการพิจารณาปล่อยน้ำมันจากคลังสำรอง แต่ตัดสินใจที่จะยังไม่ดำเนินการในขณะนี้
แหล่งข่าวซึ่งเป็นเจ้าหน้าที่ระดับสูงของกลุ่ม จีเจ็ด (G7) รายหนึ่งระบุว่ามีความเห็นพ้องในวงกว้างเกี่ยวกับมติครั้งนี้ ซึ่งประเด็นหลักไม่ได้อยู่ที่การคัดค้าน แต่เป็นเรื่องของจังหวะเวลาที่เหมาะสม โดยชี้แจงว่า “มีความเห็นพ้องต้องกันในวงกว้างเกี่ยวกับเรื่องนี้ ไม่ใช่ว่ามีใครคัดค้าน แต่อยู่ที่เรื่องของเวลา และจำเป็นต้องมีการวิเคราะห์ข้อมูลเพิ่มเติมมากกว่านี้” ซึ่งสะท้อนให้เห็นว่าทางกลุ่มยังต้องการประเมินผลกระทบในระยะยาวก่อนตัดสินใจขั้นเด็ดขาด
สำหรับการดำเนินการขั้นต่อไป รัฐมนตรีด้านพลังงานของกลุ่ม G7 (G7 Energy Ministers) มีกำหนดการหารือในประเด็นเดียวกันนี้ต่อในวันอังคาร และผู้นำระดับประเทศของกลุ่มจะร่วมหารือกันอีกครั้งในช่วงปลายสัปดาห์นี้ เพื่อกำหนดทิศทางนโยบายพลังงานที่ชัดเจนท่ามกลางความผันผวนของสถานการณ์โลก
เจ้าหน้าที่คนดังกล่าวยังให้ความเห็นเพิ่มเติมว่า “ในมุมมองของผม การตัดสินใจขั้นสุดท้ายจะขึ้นอยู่กับบรรดาผู้นำกลุ่ม G7” ซึ่งสมาชิกของกลุ่มประกอบด้วย สหรัฐอเมริกา , แคนาดา, ญี่ปุ่น, อิตาลี, อังกฤษ, เยอรมนี และฝรั่งเศส โดยการตัดสินใจจากที่ประชุมสุดยอดผู้นำจะเป็นตัวกำหนดทิศทางสำคัญว่าโลกจะมีการระบายน้ำมันสำรองออกมาเพื่อสกัดกั้นราคาที่พุ่งสูงขึ้นหรือไม่
