Connect with us

ข่าว

แอปเปิล เปิดตัว Apple Intelligence เจเนอเรชันใหม่ ดึงโมเดล Gemini ของ Google ร่วมขับเคลื่อนระบบ AI บนทุกแพลตฟอร์ม

Published

on

แอปเปิล ประกาศเปิดตัว Apple Intelligence เจเนอเรชันใหม่ ดึงโมเดล Gemini ของ Google มาร่วมขับเคลื่อนระบบ AI บน iPhone และอุปกรณ์ต่างๆ ชูระบบรักษาความปลอดภัย Private Cloud Compute

สำนักข่าวบริคอินโฟ – แอปเปิล (Apple) ประกาศเปิดตัว Apple Intelligence เจเนอเรชันใหม่ ระบบปัญญาประดิษฐ์ที่พัฒนาขึ้นผ่านการทำงานร่วมกับ กูเกิล (Google) โดยการนำโมเดล Gemini มาร่วมขับเคลื่อนการทำงานของระบบให้มีความลึกซึ้งและมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้นบนทุกแพลตฟอร์ม ทั้งระบบปฏิบัติการของ iPhone, iPad, Mac, Apple Watch, AirPods และ Apple Vision Pro พร้อมชูจุดเด่นด้านสถาปัตยกรรมรักษาความปลอดภัยข้อมูลส่วนบุคคลด้วยระบบ Private Cloud Compute โดยแอปเปิลได้เปิดให้ผู้พัฒนาเริ่มทดสอบระบบแล้ววันนี้ และมีกำหนดจะเปิดใช้งานจริงสำหรับผู้ใช้ทั่วไปในช่วงฤดูไม้ร่วงปีนี้

การอัปเดตระบบในครั้งนี้ยังรวมถึงการปรับปรุงระบบผู้ช่วยอัจฉริยะ Siri AI เวอร์ชันใหม่ ให้มีความสามารถในการสนทนาที่สอดคล้องกับบริบทส่วนบุคคลได้ดียิ่งขึ้น มาพร้อมเครื่องมือช่วยเขียนและระบบ Visual Intelligence ซึ่งสามารถค้นหาข้อมูลในข้อความ อีเมล หรือรูปภาพ รวมถึงการสั่งการภายในแอปพลิเคชันต่างๆ โดยทาง Craig Federighi รองประธานอาวุโสฝ่ายวิศวกรรมซอฟต์แวร์ของแอปเปิล กล่าวว่า ภารกิจของแอปเปิลคือการเปลี่ยนเทคโนโลยีขั้นสูงให้เป็นผลิตภัณฑ์ที่ใช้งานง่ายสำหรับทุกคน ซึ่ง AI ที่มีประโยชน์อย่างแท้จริงต้องศูนย์กลางอยู่ที่ความต้องการของผู้ใช้ รวมเข้ากับผลิตภัณฑ์ที่ใช้ทุกวันอย่างลึกซึ้ง อิงตามบริบทส่วนบุคคล และสร้างขึ้นด้วยความเป็นส่วนตัวในทุกขั้นตอน ซึ่งนี่คือวิสัยทัศน์ของ Apple Intelligence ในการขับเคลื่อนแพลตฟอร์มให้มีความเป็นส่วนตัวและมีประโยชน์มากขึ้น

สำหรับฟีเจอร์ด้านการจัดการภาพถ่าย แอปพลิเคชันรูปภาพ (Photos) ได้รับการอัปเกรดเครื่องมือแก้ไขภาพ โดยรูปภาพที่ปรับแต่งผ่าน Apple Intelligence จะได้รับการฝังลายน้ำ SynthID แบบซ่อนโดยอัตโนมัติเพื่อระบุว่าเป็นภาพที่ผ่านการแต่งด้วย AI นอกจากนี้ยังมีฟีเจอร์ Spatial Reframing ที่ต่อยอดมาจาก Apple Vision Pro ช่วยให้ผู้ใช้ปรับองค์ประกอบภาพถ่ายย้อนหลังได้เสมือนการย้ายตำแหน่งกล้องในฉากจริง ฟีเจอร์ Extend สำหรับขยายขอบภาพและเติมเต็มส่วนที่ขาดหาย และการยกระดับเครื่องมือ Clean Up เพื่อลบสิ่งรบกวนในภาพได้อย่างสมจริง ขณะที่เครื่องมือ Image Playground รูปแบบใหม่ จะเปิดให้ผู้ใช้สร้างภาพถ่ายเสมือนจริง (Photorealistic) ผ่านระบบประมวลผลบนคลาวด์ส่วนตัวเพื่อนำไปใช้เป็นภาพวอลเปเปอร์หน้าจอล็อคหรือภาพโปสเตอร์รายชื่อผู้ติดต่อ (Contact Posters) ได้ตามต้องการ

ด้านการใช้งานเว็บเบราว์เซอร์ ซาฟารี (Safari) มีการเพิ่มเครื่องมือจัดกลุ่มแท็บโดยอัตโนมัติตามหัวข้อที่เกี่ยวข้อง และเพิ่มฟีเจอร์ Notify Me เพื่อแจ้งเตือนเมื่อหน้าเว็บที่กำหนดมีการเปลี่ยนแปลง เช่น ราคาสินค้าลดลง หรือมีการเติมสต็อกสินค้า ขณะที่แอปพลิเคชันรหัสผ่าน (Passwords) เพิ่มขีดความสามารถให้ AI ช่วยเข้าไปดำเนินการแก้ไขรหัสผ่านที่อ่อนแอหรือรั่วไหลบนเว็บไซต์ต่างๆ ให้แข็งแกร่งขึ้นได้ทันทีเพียงการแตะครั้งเดียว นอกจากนี้ผู้ใช้ยังสามารถสร้างส่วนขยายของ Safari ได้ด้วยตัวเองผ่านฟีเจอร์ Describe an Extension และสั่งการประกอบขั้นตอนทำงานอัตโนมัติในแอปพลิเคชันคำสั่งลัดผ่านฟีเจอร์ Describe a Shortcut เพียงแค่เขียนอธิบายความต้องการลงไป

Advertisement

ระบบจัดการการสื่อสารได้รับการปรับปรุงเช่นกัน โดยในแอปพลิเคชันข้อความ (Messages) และเมล (Mail) จะมีระบบแนะนำการทำงานแบบแตะครั้งเดียวตามบริบท เช่น การเพิ่มกำหนดการลงในแอปเตือนความจำหรือโน้ต การช่วยค้นหารูปภาพผ่านคำสำคัญ และระบบ Smart Reply ที่ช่วยเขียนตอบกลับตามสไตล์ส่วนตัวของผู้ใช้ ส่วนแอปพลิเคชันโทรศัพท์เพิ่มฟีเจอร์ Call Context ดึงข้อมูลที่เกี่ยวข้อง เช่น รหัสยืนยันหรือหมายเลขการจองจากอีเมลมาแสดงผลให้ทันทีในระหว่างการโทร โดยประมวลผลบนอุปกรณ์ทั้งหมด ด้านแอปพลิเคชันบ้าน (Home) เพิ่มการรวมการแจ้งเตือนจากอุปกรณ์เสริมเข้าเป็นกิจกรรมเดียว และสามารถเขียนคำอธิบายวิดีโอรวมถึงค้นหาคลิปจากกล้อง HomeKit Secure Video ได้ สำหรับฟีเจอร์การเข้าถึง (Accessibility) ได้อัปเกรดให้ VoiceOver อธิบายภาพได้ละเอียดขึ้น เพิ่มฟีเจอร์ Live Recognition ร่วมกับปุ่ม Action รวมถึงระบบ Voice Control ที่ควบคุมผ่านการอธิบายปุ่มแทนการจำชื่อคำสั่ง และ Accessibility Reader ที่ช่วยสรุปเนื้อหาที่ซับซ้อน นอกจากนี้ยังมีระบบตรวจทานคำผิดอัตโนมัติ (Automatic proofreading) ระบบแนะนำชื่อไฟล์ และฟีเจอร์ Workout Buddy ภาษาสเปนบน Apple Watch

สถาปัตยกรรมของ Apple Intelligence เจเนอเรชันใหม่นี้ ทำงานร่วมกันระหว่างโมเดลพื้นฐานของแอปเปิลและโมเดล Gemini ของกูเกิล โดยเน้นการประมวลผลบนอุปกรณ์เป็นหลัก (On-device processing) ร่วมกับการทำงานบนระบบคลาวด์ส่วนตัว Private Cloud Compute สำหรับคำขอที่ต้องการการประมวลผลขั้นสูง โดยสถาปัตยกรรมดังกล่าวได้รับการออกแบบเพื่อรักษาความเป็นส่วนตัว ซึ่งข้อมูลส่วนบุคคลของผู้ใช้จะไม่ถูกจัดเก็บหรือเข้าถึงได้โดยแอปเปิลหรือบุคคลภายนอก และเปิดกว้างให้ผู้เชี่ยวชาญอิสระภายนอกสามารถตรวจสอบความปลอดภัยของระบบได้ตลอดเวลา

Advertisement