ข่าว
สคบ. สนธิกำลังตำรวจ บุกทลายแหล่งค้ารายใหญ่ย่านคลองถม ยึดบุหรี่ไฟฟ้า 2 หมื่นชิ้น มูลค่า 8 ล้านบาท
สำนักข่าวบริคอินโฟ – สำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค สนธิกำลังร่วมกับตำรวจนครบาล เข้าตรวจค้นแหล่งลักลอบจำหน่ายบุหรี่ไฟฟ้ารายใหญ่ย่านคลองถม ยึดของกลางรวมกว่า 20,000 ชิ้น มูลค่าประมาณ 8 ล้านบาท พร้อมจับกุมผู้ต้องหาได้ 2 ราย
เมื่อวันที่ 13 สิงหาคม 2569 เวลา 11.30 น. ที่สถานีตำรวจนครบาลพลับพลาไชย 1 นางสาวศุภมาส อิศรภักดี รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ในฐานะกำกับดูแลสำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค (สคบ.) ร่วมกับ พล.ต.อ.นิรันดร เหลื่อมศรี รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ในฐานะผู้อำนวยการศูนย์ป้องกันและปราบปรามการกระทำผิดเกี่ยวกับบุหรี่ไฟฟ้าและผลิตภัณฑ์ยาสูบ (ศปบย.ตร.) แถลงผลปฏิบัติการปราบปรามการลักลอบจำหน่ายบุหรี่ไฟฟ้าย่านตลาดนัดคลองถมพัฒนา
ปฏิบัติการดังกล่าวเป็นการดำเนินการตามมติคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ 9 เมษายน 2567 โดยชุดปฏิบัติการเฉพาะกิจของ สคบ. ได้บูรณาการกำลังร่วมกับ กองบังคับการตำรวจนครบาล 6 และ สถานีตำรวจนครบาลพลับพลาไชย 1 เข้าตรวจค้นเป้าหมายรวม 5 จุด ประกอบด้วย อาคารแฟลตคลองถม 4 จุด และโกดังเก็บสินค้า 1 จุด ซึ่งใช้เป็นสถานที่พักและกระจายสินค้าไปยังหน้าร้านและช่องทางออนไลน์
ผลการตรวจค้น เจ้าหน้าที่สามารถจับกุมผู้ต้องหาได้ 2 ราย พร้อมยึดของกลางเป็นบุหรี่ไฟฟ้า น้ำยาบุหรี่ไฟฟ้า หัวบรรจุน้ำยา และอุปกรณ์ที่เกี่ยวข้อง รวมประมาณ 20,000 ชิ้น คิดเป็นมูลค่ารวมราว 8 ล้านบาท เพื่อใช้เป็นหลักฐานในการดำเนินคดีตามกฎหมาย
นางสาวศุภมาส อิศรภักดี เปิดเผยว่า บุหรี่ไฟฟ้าเป็นสินค้าผิดกฎหมายในประเทศไทย โดยการปราบปรามครั้งนี้เป็นการตัดวงจรตั้งแต่ต้นทาง ทั้งแหล่งเก็บ กระจายสินค้า และช่องทางออนไลน์ พร้อมกำชับให้ขยายผลไปถึงผู้นำเข้า ผู้จัดหา และเครือข่ายทั้งหมด
ด้าน นายรณรงค์ พูลพิพัฒน์ เลขาธิการคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค ระบุว่า สคบ. จะร่วมมือกับ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ดำเนินการเชิงรุกอย่างต่อเนื่อง พร้อมเตือนประชาชนถึงอันตรายของบุหรี่ไฟฟ้า ซึ่งมีสารเคมีก่อมะเร็ง นิโคติน และโลหะหนัก โดยบุหรี่ไฟฟ้า 1 แท่งมีปริมาณนิโคตินเทียบเท่าบุหรี่ธรรมดา 20 มวน
สำหรับการขายบุหรี่ไฟฟ้ามีความผิดตามคำสั่งคณะกรรมการว่าด้วยความปลอดภัยของสินค้าและบริการ ที่ 24/2567 มีโทษตามมาตรา 56/4 แห่ง พระราชบัญญัติคุ้มครองผู้บริโภค พ.ศ. 2522 จำคุกไม่เกิน 3 ปี หรือปรับไม่เกิน 600,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ และไม่สามารถเปรียบเทียบปรับได้ หากพบเบาะแสสามารถแจ้งได้ที่สายด่วน สคบ. 1166 หรือ สายด่วน สำนักงานตำรวจแห่งชาติ 1599
