ข่าว
สวทช. ผลักดันระเบียบวิธี T-VER เปลี่ยนอาหารส่วนเกินเป็นคาร์บอนเครดิต หนุนภาคธุรกิจรายงาน ESG
สำนักข่าวบริคอินโฟ – สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) ภายใต้กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม เดินหน้าขับเคลื่อนโครงการ Thailand’s Food Bank ด้วยแนวคิด Food Surplus Credit โดยนำระเบียบวิธี T-VER มาประเมินและแปลงอาหารส่วนเกินที่ปลอดภัยจากการบริจาคให้กลายเป็น คาร์บอนเครดิต ที่ตรวจสอบได้ตามมาตรฐาน ช่วยให้ภาคธุรกิจสามารถนำข้อมูลไปรายงานผลการดำเนินงานด้านสิ่งแวดล้อม สังคม และบรรษัทภิบาล (ESG) ได้อย่างถูกต้อง พร้อมผลักดันแนวทางดังกล่าวสู่ระดับภูมิภาคเอเชีย
- Thailand’s Food Bank สวทช. นำวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ‘บริหารจัดการอาหารส่วนเกิน’ สร้างมาตรฐานการส่งต่ออาหาร
- กทม. ยุติการแจกอาหารริมถนนราชดำเนิน แก้ปัญหาคนไร้บ้านรวมตัว ชวนบริจาคผ่าน Food Bank 50 เขต

ดร.ปัทมาพร ประชุมรัตน์ หัวหน้าโครงการ Thailand’s Food Bank และนักวิจัยนโยบายอาวุโส สวทช. ระบุว่า อาหารส่วนเกินที่ยังรับประทานได้หากไม่ถูกนำไปบริหารจัดการอย่างถูกวิธี จะกลายเป็นขยะอาหารที่ถูกส่งไปฝังกลบและปล่อยก๊าซเรือนกระจก การนำระบบประเมินคาร์บอนเครดิตเข้ามาเป็นเครื่องมือสนับสนุน จะช่วยสร้างแรงจูงใจทางเศรษฐกิจและสิ่งแวดล้อมให้แก่ภาคการเกษตรและอุตสาหกรรมอาหาร เข้ามาร่วมจัดการปัญหาขยะอาหารอย่างเป็นระบบ

ทั้งนี้ ระเบียบวิธีลดก๊าซเรือนกระจกภาคสมัครใจสำหรับการจัดการอาหารส่วนเกินและนำไปบริจาคเพื่อบริโภค หรือ T-VER (T-VER-S-METH-09-09) ที่ประกาศใช้โดยองค์การบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจก (องค์การมหาชน) หรือ อบก. มีเกณฑ์คำนวณจากปริมาณก๊าซเรือนกระจกที่ลดได้จากการเลี่ยงการนำอาหารไปฝังกลบ หักลบด้วยปริมาณคาร์บอนที่เกิดขึ้นในกระบวนการส่งต่อ เช่น ไฟฟ้าที่ใช้แช่เย็นหรือแช่แข็ง การขนส่ง การนำมาปรุงใหม่ และบรรจุภัณฑ์ โดยอาหารที่นำมาประเมินต้องเป็นอาหารที่ปลอดภัยและส่งมอบโดยไม่คิดมูลค่า ซึ่งในปัจจุบันระเบียบวิธีดังกล่าวยังไม่ครอบคลุมผลิตภัณฑ์ประเภทเครื่องดื่ม

ด้านนางสาวจันทิมา สำเนียงงาม หัวหน้าโครงการการพัฒนาแนวทางและประเมินผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อมของอาหารส่วนเกิน และผู้ช่วยวิจัยอาวุโส ศูนย์เทคโนโลยีโลหะและวัสดุแห่งชาติ (MTEC) สวทช. กล่าวเพิ่มเติมว่า ทีมวิจัยได้ประชุมร่วมกับ Asia Carbon Institute (ACI) เพื่อแลกเปลี่ยนข้อมูลและเตรียมยกระดับระเบียบวิธีของไทยให้สอดคล้องกับมาตรฐานสากล รองรับการนำโมเดล Thailand’s Food Bank และระเบียบวิธีคำนวณคาร์บอนเครดิตไปปรับใช้ในระดับเอเชีย เพื่อร่วมขับเคลื่อนการลดขยะอาหารและการปล่อยก๊าซเรือนกระจกในระดับภูมิภาคต่อไป

