ข่าว
กสทช. บุกทลายโกดังกล้องวงจรปิดเถื่อนย่านลาดพร้าว ยึดของกลางกว่า 6 พันชุด มูลค่า 10.5 ล้านบาท
สำนักข่าวบริคอินโฟ – สำนักงานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ หรือ กสทช. (NBTC) สนธิกำลังร่วมกับหน่วยงานพันธมิตร บุกเข้าตรวจสอบอาคารพาณิชย์ในซอยลาดพร้าว 101 หลังพบการจำหน่ายและกักเก็บ กล้องวงจรปิด (CCTV) ที่ใช้คลื่นความถี่โดยไม่ได้รับอนุญาตและไม่ผ่านการรับรองมาตรฐานจำนวนมาก พร้อมยึด ซิมการ์ดต่างประเทศ ที่ผูกกับบัญชีเติมเงินรวมมูลค่าความเสียหายกว่า 10.5 ล้านบาท หวั่นกระทบความมั่นคงทางข้อมูลและรบกวนสัญญาณโทรคมนาคมหลักของประเทศ
การปฏิบัติการครั้งนี้เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 12 กุมภาพันธ์ 2569 โดยชุดปฏิบัติการเฉพาะกิจ หน่วยพระพาย และเจ้าหน้าที่สำนักกำกับดูแลกิจการโทรคมนาคม ได้เข้าตรวจสอบพื้นที่เป้าหมายในเขตบางกะปิ กรุงเทพมหานคร พบว่ามีผู้ประกอบการนำเข้าและจำหน่ายอุปกรณ์ที่ไม่ได้ขออนุญาตใช้คลื่นความถี่ตามกฎหมาย จากการตรวจสอบเบื้องต้นพบเจ้าของบริษัทเป็นชาวจีน โดยมีผู้ดูแลเป็นชาวไทย ใช้พื้นที่ดังกล่าวเป็นทั้งคลังสินค้าและจุดกระจายสินค้าผ่านช่องทางออนไลน์ เจ้าหน้าที่จึงได้ทำการตรวจยึดกล้องวงจรปิดเถื่อนจำนวน 6,606 ชุด และซิมการ์ดจากต่างประเทศอีก 501 ซิม เพื่อนำไปตรวจสอบอย่างละเอียด
นายไตรรัตน์ วิริยะศิริกุล รองเลขาธิการ รักษาการแทนเลขาธิการ กสทช. เปิดเผยว่า อุปกรณ์ที่ใช้คลื่นความถี่โดยไม่ได้รับอนุญาตเหล่านี้ นอกจากจะผิดกฎหมายแล้ว ยังสร้างปัญหาสัญญาณรบกวนต่อระบบโทรคมนาคมอื่นๆ เช่น อินเทอร์เน็ตไร้สาย (Wi-Fi) โทรศัพท์เคลื่อนที่ และระบบสื่อสารของหน่วยงานราชการ ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อความมั่นคงและความปลอดภัยของประเทศในวงกว้าง รวมถึงอุปกรณ์ที่ไม่ได้มาตรฐานมักมีช่องโหว่ที่ทำให้เสี่ยงต่อการถูกแฮ็กข้อมูลส่วนบุคคลของผู้ใช้งานได้
ด้าน สำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล (สคส.) หรือ PDPC โดยศูนย์เฝ้าระวังการละเมิดข้อมูลส่วนบุคคล (PDPC Eagle Eye) ระบุจากการตรวจสอบพบว่า กล้องวงจรปิดดังกล่าวมีการใช้งานผ่านแอปพลิเคชันที่ไม่มีความปลอดภัยเพียงพอ โดยในนโยบายความเป็นส่วนตัว (Privacy Policy) มีการระบุถึงการเก็บข้อมูลส่วนบุคคลและส่งต่อข้อมูลไปยังหน่วยงานในต่างประเทศ ซึ่งหากผู้บริโภคไม่มีความเข้าใจอาจส่งผลกระทบต่อความปลอดภัยของข้อมูลส่วนบุคคลและเสี่ยงต่อการรั่วไหลของข้อมูลสำคัญระดับประเทศ
ทางสำนักงาน กสทช. ได้ดำเนินการร้องทุกข์กล่าวโทษเพื่อดำเนินคดีกับผู้จำหน่ายและเจ้าของคลังสินค้าในความผิดตาม พ.ร.บ.วิทยุคมนาคม พ.ศ. 2498 และที่แก้ไขเพิ่มเติม ซึ่งมีโทษจำคุกไม่เกิน 5 ปี หรือปรับไม่เกิน 100,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ นอกจากนี้หากตรวจสอบพบว่ามีการประกอบกิจการโทรคมนาคมโดยไม่ได้รับอนุญาต จะมีความผิดเพิ่มเติมตาม พ.ร.บ.การประกอบกิจการโทรคมนาคม พ.ศ. 2544 อีกด้วย
พร้อมกันนี้ได้แจ้งเตือนประชาชนให้ระมัดระวังการเลือกซื้อกล้องวงจรปิด โดยควรเลือกจากผู้จำหน่ายที่มีใบอนุญาตถูกต้องและมีการรับรองมาตรฐานสินค้าจาก กสทช. (NBTC) อย่างชัดเจน โดยเฉพาะการสั่งซื้อผ่านช่องทางออนไลน์ที่มักนำสินค้าราคาถูกผิดปกติมาจูงใจ ซึ่งอาจเป็นสินค้าเถื่อนที่แฝงไปด้วยอันตรายด้านความปลอดภัยของข้อมูล
