Connect with us

การเมือง

สรรเพชญ ลงพื้นที่ปัตตานี เร่งสำรวจความเสียหายเหตุความไม่สงบ เตรียมชงของบฟื้นฟูเยียวยา

Published

on

สรรเพชญ บุญญามณี รมช.คมนาคม ลงพื้นที่ติดตามสถานการณ์ความไม่สงบในปัตตานี ตรวจสอบความเสียหาย อบต.บางเขา และร้านสะดวกซื้อ สั่งเร่งประเมินงบเยียวยาฟื้นฟู

สำนักข่าวบริคอินโฟ – นายสรรเพชญ บุญญามณี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม พร้อมคณะ ลงพื้นที่จังหวัดปัตตานี เมื่อวันที่ 23 สิงหาคม เพื่อติดตามสถานการณ์และตรวจสอบความเสียหายจากเหตุความไม่สงบที่เกิดขึ้นพร้อมกันหลายจุดในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ พร้อมมอบหมายให้ทางจังหวัดเร่งรวบรวมข้อมูลความเสียหาย เพื่อเสนอขอรับงบประมาณสนับสนุนในการซ่อมแซม ฟื้นฟู และเยียวยาจากรัฐบาลโดยเร็ว

สรรเพชญ บุญญามณี รมช.คมนาคม ลงพื้นที่ติดตามสถานการณ์ความไม่สงบในปัตตานี ตรวจสอบความเสียหาย อบต.บางเขา และร้านสะดวกซื้อ สั่งเร่งประเมินงบเยียวยาฟื้นฟู

คณะทำงานได้ลงพื้นที่จุดแรก ณ องค์การบริหารส่วนตำบลบางเขา อำเภอหนองจิก ซึ่งถูกผู้ก่อเหตุลอบวางเพลิงโรงจอดรถราชการ ส่งผลให้รถดับเพลิงและรถเก็บขยะได้รับความเสียหายรวม 2 คัน เบื้องต้นไม่มีผู้ได้รับบาดเจ็บ โดยเจ้าหน้าที่อยู่ระหว่างการรวบรวมพยานหลักฐาน จากนั้นได้เดินทางต่อไปยังร้าน 7-Eleven สาขาบ้านบางปู อำเภอยะหริ่ง ซึ่งถูกลอบวางระเบิดและจุดไฟเผาจนโครงสร้างและสินค้าภายในร้านเสียหายอย่างหนัก เพื่อตรวจดูสภาพพื้นที่และรับฟังรายงานสรุปจากเจ้าหน้าที่

สรรเพชญ บุญญามณี รมช.คมนาคม ลงพื้นที่ติดตามสถานการณ์ความไม่สงบในปัตตานี ตรวจสอบความเสียหาย อบต.บางเขา และร้านสะดวกซื้อ สั่งเร่งประเมินงบเยียวยาฟื้นฟู

เหตุการณ์ทั้งสองจุดเป็นส่วนหนึ่งของสถานการณ์ความไม่สงบที่เกิดขึ้นในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ได้แก่ ปัตตานี ยะลา และนราธิวาส โดยกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า (กอ.รมน.ภาค 4 ส่วนหน้า) รายงานสรุปเหตุการณ์รวม 51 จุด ใน 21 อำเภอ ซึ่งมีการลอบวางระเบิด เผาสถานที่ราชการ เสาสัญญาณ ระบบสาธารณูปโภค และทำลายทรัพย์สินทั้งของรัฐและเอกชน

นายสรรเพชญ ระบุว่า การลงพื้นที่จริงทำให้เห็นผลกระทบที่เกิดขึ้นทั้งต่อหน่วยงานภาครัฐและภาคเอกชน ซึ่งกระทบต่อการให้บริการสาธารณะและการดำเนินชีวิตประจำวันของประชาชน จึงได้ประสานให้ผู้ว่าราชการจังหวัดปัตตานีจัดทำกรอบวงเงินความเสียหายเพื่อขอรับการสนับสนุนงบประมาณเยียวยา พร้อมทั้งกำชับหน่วยงานสังกัดกระทรวงคมนาคมให้เฝ้าระวังและดูแลเส้นทางคมนาคมและโครงสร้างพื้นฐานอย่างใกล้ชิด เพื่อให้ระบบบริการพื้นฐานกลับมาใช้งานได้ตามปกติโดยเร็วที่สุด