ข่าว
รายงาน Agoda เผย นักพัฒนาเอเชียตะวันออกเฉียงใต้-อินเดีย 95% ใช้ AI ในงานเป็นประจำ ชี้ยังไม่เต็มศักยภาพ ‘ไทย’ ใช้รอบคอบที่สุด
สำนักข่าวบริคอินโฟ – อโกด้า (Agoda) แพลตฟอร์มดิจิทัลด้านการท่องเที่ยว เผยรายงาน AI Developer Report 2025 หรือ รายงานนักพัฒนา AI ปี พ.ศ. 2568 ซึ่งสำรวจแนวทางการใช้งานปัญญาประดิษฐ์ (AI) ในกลุ่มนักพัฒนาซอฟต์แวร์ทั่ว เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ และ อินเดีย พบว่า การใช้งาน AI เป็นเรื่องปกติ โดยนักพัฒนาซอฟต์แวร์กว่า 95% ใช้ AI ในการทำงานทุกสัปดาห์ เพื่อเน้นเพิ่ม ความรวดเร็ว และ คุณภาพ ของงาน มากกว่าใช้ในรูปแบบออโตเมชันทั้งหมด ขณะที่องค์กรต่าง ๆ กำลังเผชิญความท้าทายในการวางนโยบายและกรอบการทำงานที่เหมาะสมเพื่อรองรับการพัฒนา AI ในระยะต่อไปของภูมิภาค
รายงานฉบับใหม่ของ อโกด้า (Agoda) ซึ่งจัดทำร่วมกับ Macramé Consulting อ้างอิงข้อมูลเชิงลึกจากนักพัฒนาซอฟต์แวร์ในประเทศอินโดนีเซีย มาเลเซีย ไทย ฟิลิปปินส์ สิงคโปร์ เวียดนาม และอินเดีย รวมถึงมุมมองจากบริษัทชั้นนำในภูมิภาคอย่าง SCB 10x, Omise, Carousell และ MoMo รายงานระบุว่า AI ได้กลายเป็นเครื่องมือประจำวันของนักพัฒนาซอฟต์แวร์ โดย 95% ใช้เป็นประจำทุกสัปดาห์ และกว่า 56% เปิดใช้ ผู้ช่วย AI อยู่ตลอดเวลา
ปัจจัยหลักที่ผลักดันการใช้งานคือ ประสิทธิภาพ และ ความรวดเร็ว โดย 80% ระบุว่าใช้ AI เพื่อเพิ่มความเร็วในการทำงาน และ 37% สามารถ ประหยัดเวลา ได้ถึง 4–6 ชั่วโมงต่อสัปดาห์ อย่างไรก็ตาม การใช้งาน AI ยังคงเป็นเพียงเครื่องมือเพื่อเสริมประสิทธิภาพ มากกว่าเป็นเครื่องมือสร้างสรรค์ผลงาน
โดยมีนักพัฒนาเพียง 43% เท่านั้นที่เชื่อว่า AI สามารถทำงานได้ดีในระดับเทียบเท่ากับวิศวกรระดับกลาง ขณะที่ 94% ใช้ AI เพื่อช่วยในการเขียนโค้ด แต่การใช้งานประเภทจัดทำเอกสาร การจัดการทดสอบ และการปรับใช้ระบบยังมีเปอร์เซ็นต์ที่น้อย ซึ่งสะท้อน ช่องว่าง ระหว่างการใช้งานจริงและความน่าเชื่อถือของ AI
ความน่าเชื่อถือ เป็น อุปสรรคสำคัญ ต่อการนำ AI มาใช้อย่างแพร่หลาย โดย 79% ของนักพัฒนาระบุว่า ผลลัพธ์ที่ไม่น่าเชื่อถือคือปัญหาหลัก เพื่อรักษาคุณภาพของงาน นักพัฒนาซอฟต์แวร์กว่า 67% จะ ตรวจสอบโค้ด ที่สร้างโดย AI ทุกบรรทัดก่อนนำมารวมเข้ากับงาน และกว่า 70% มัก ปรับแต่ง หรือแก้ไขผลงานของ AI เพื่อให้แน่ใจว่าข้อมูลถูกต้องและเชื่อถือได้ การตรวจสอบและประเมินผลของมนุษย์ (Human Oversight) เข้ามาแทนที่การขาดแนวทางหรือกรอบข้อกำหนดด้าน AI ที่ชัดเจน ซึ่งมีเพียง 1 ใน 4 ของนักพัฒนาที่ทำงานภายใต้นโยบายที่ชัดเจนเท่านั้น การกำกับดูแลโดยมนุษย์นี้ไม่ได้เป็นอุปสรรค แต่กลับช่วยเสริมประสิทธิภาพ ทำให้ 72% ของนักพัฒนาซอฟต์แวร์ยืนยันว่าเห็นผลลัพธ์ชัดเจนทั้งด้านประสิทธิภาพและคุณภาพของโค้ด
รายงานยังเผยให้เห็นความ เหลื่อมล้ำ ในการเข้าถึง การฝึกอบรม AI โดยนักพัฒนาส่วนใหญ่กว่า 71% เรียนรู้ด้วยตนเองผ่านการศึกษาบทเรียนออนไลน์ โครงการเสริม หรือจากแหล่งชุมชนออนไลน์ ขณะที่มีเพียง 28% ที่ได้รับการฝึกอบรมจากที่ทำงาน และการเข้าถึงการพัฒนาศักยภาพก็แตกต่างกันไปในแต่ละประเทศ เช่น นักพัฒนาในสิงคโปร์ มีโอกาสได้รับการอบรมด้าน AI มากกว่านักพัฒนาในเวียดนามเกือบสองเท่า แม้จะมีช่องว่างเหล่านี้ นักพัฒนาถึง 87% ยังคงปรับแผนการเรียนรู้หรือเส้นทางอาชีพเพื่อใช้ประโยชน์จาก AI และ 62% เชื่อว่า AI จะช่วยขยายโอกาสในอาชีพของตน
คุณอิแดน ซาลซ์เบิร์ก ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายเทคโนโลยีของ อโกด้า (Agoda) กล่าวว่า “AI กำลังเปลี่ยนวิธีที่นักพัฒนาซอฟต์แวร์ใน เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ และ อินเดีย ใช้ความคิดสร้างสรรค์ เรียนรู้ และทำงานร่วมกัน จากเดิมที่ AI ถูกนำมาใช้เพื่อเร่งงาน เช่น การเขียน ทดสอบ หรือแก้ไขโค้ด วันนี้ AI กลายเป็นตัวขับเคลื่อนการเปลี่ยนแปลงในกระบวนการสร้างซอฟต์แวร์… ความท้าทายที่แท้จริง คือการสนับสนุนการเติบโตจากฐานรากนี้ ด้วยแนวปฏิบัติที่เป็นระบบและการทดลองอย่าง รับผิดชอบ เพื่อเปลี่ยนการใช้งาน AI ให้มีประสิทธิภาพและมีความยั่งยืน”
สำหรับ นักพัฒนาซอฟต์แวร์คนไทย ยังคงเป็นกลุ่มที่นำ AI มาใช้งานอย่าง รอบคอบที่สุด โดยมีเพียง 5% เท่านั้นที่ “มั่นใจอย่างยิ่ง” ว่า AI สามารถทำงานได้เทียบเท่ากับวิศวกรระดับกลาง ซึ่งถือว่าต่ำที่สุดเมื่อเทียบกับ 7 ประเทศที่ถูกสำรวจ ขณะที่ 41.3% ของนักพัฒนาซอฟต์แวร์คนไทยแสดงความไม่มั่นใจกับการใช้ AI ซึ่งสะท้อนถึงการใช้วิจารณญาณและความรอบคอบ อย่างไรก็ตาม 46.3% ของนักพัฒนาซอฟต์แวร์คนไทย แสดงความคิดเห็นว่า การใช้งาน AI ช่วยประหยัดเวลาได้ 4 – 6 ชั่วโมงต่อสัปดาห์ ซึ่งเป็นเกณฑ์ที่สูงกว่านักพัฒนาซอฟต์แวร์จากประเทศอื่น ๆ ซึ่งชี้ให้เห็นถึง คุณค่าการใช้งาน ที่แท้จริง
