การเมือง
“ลี เซียน ลุง” อดีตนายกฯ สิงคโปร์ พบ “อนุทิน” ย้ำมิตรภาพ พร้อมต่อยอด ความร่วมมือ เศรษฐกิจดิจิทัล–สีเขียว
สำนักข่าวบริคอินโฟ – เมื่อวันที่ 3 สิงหาคม 2568 นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ได้ให้การต้อนรับ นายลี เซียน ลุง อดีตนายกรัฐมนตรี สาธารณรัฐสิงคโปร์ ในโอกาสที่เดินทางมายังประเทศไทย เพื่อถวายสักการะพระบรมศพ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ณ ตึกไทยคู่ฟ้า ทำเนียบรัฐบาล การพบปะกันครั้งนี้สะท้อนมิตรภาพอันยาวนานระหว่างไทยและ สิงคโปร์ ขณะเดียวกันก็เป็นโอกาสในการแลกเปลี่ยนมุมมองเพื่อต่อยอด ความร่วมมือ ในสาขาเศรษฐกิจใหม่ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง เศรษฐกิจดิจิทัล (Digital Economy) และ เศรษฐกิจสีเขียว (Green Economy)
นายสิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า การพบปะดังกล่าวเกิดขึ้นเมื่อเวลา 16.20 น. ของวันที่ 3 สิงหาคม 2568 โดยนายกรัฐมนตรีได้เป็นเจ้าภาพเลี้ยงน้ำชา ณ ห้องโดมทอง ชั้น 2 ทำเนียบรัฐบาล ซึ่งบรรยากาศเป็นไปอย่างเป็นกันเอง ทั้งสองผู้นำได้รำลึกถึงมิตรภาพที่เริ่มขึ้นตั้งแต่การเข้าร่วมประชุมเอเปค (APEC) ที่กรุงเทพฯ เมื่อปี 2022 และได้หารือถึงศักยภาพใหม่ของ ความร่วมมือ ไทย–สิงคโปร์ ในอนาคต โดยเฉพาะในประเด็นด้าน เศรษฐกิจดิจิทัล, เศรษฐกิจสีเขียว และสาขาเทคโนโลยีที่กำลังเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้
หลังการหารือ นายลี เซียน ลุง ได้โพสต์ข้อความแสดงความรู้สึกผูกพันกับ ประเทศไทย โดยระบุว่า “รู้สึกดีใจที่ได้ reconnect” กับนายกรัฐมนตรีอนุทินอีกครั้ง พร้อมขอบคุณการต้อนรับที่อบอุ่นที่ไทยมอบให้แก่ตนและภริยา โดยอดีตนายกรัฐมนตรี สิงคโปร์ ได้เน้นย้ำว่า สายสัมพันธ์ ไทย–สิงคโปร์ แข็งแกร่ง และยังมีพื้นที่ให้ทั้งสองประเทศต่อยอด ความร่วมมือ ร่วมกันได้อีกมาก โดยเฉพาะใน เศรษฐกิจดิจิทัล และ เศรษฐกิจสีเขียว ซึ่งสอดคล้องกับประเด็นหลักที่หารือกัน

นายสิริพงศ์ ยังกล่าวถึงความใกล้ชิดส่วนบุคคลของผู้นำทั้งสอง โดยมีการถ่ายภาพเซลฟี่ร่วมกันในบรรยากาศที่เป็นกันเอง ซึ่งเป็นสัญลักษณ์สะท้อนถึง ความสัมพันธ์ที่แน่นแฟ้น ของ ประเทศไทย และ สาธารณรัฐสิงคโปร์ อย่างแท้จริง พร้อมกันนี้ นายอนุทิน นายกรัฐมนตรี มีกำหนดการเดินทางเยือน สาธารณรัฐสิงคโปร์ อย่างเป็นทางการ ในวันที่ 7 พฤศจิกายน 2568 ซึ่งคาดว่าจะเป็นโอกาสสำคัญในการยกระดับ ความร่วมมือเชิงยุทธศาสตร์ ไทย–สิงคโปร์ ให้ก้าวหน้ายิ่งขึ้นในอนาคต
