ข่าว
ปรึกษากฎหมาย 24 ชม. กับ AI Chatbot “พี่คุ้มครอง” ของ กรมคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพ ก.ยุติธรรม
สำนักข่าวบริคอินโฟ – กรมคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพ (กคส.) กระทรวงยุติธรรม ได้เปิดตัวโปรแกรม AI Chatbot “พี่คุ้มครอง” ซึ่งเป็นที่ปรึกษาด้านกฎหมายสำหรับประชาชน เพื่อเพิ่มความสะดวก รวดเร็ว และโอกาสในการเข้าถึงความรู้และคำปรึกษาด้านกฎหมาย โดยเฉพาะในกลุ่มที่อาจยังไม่ทราบสิทธิของตนเองหรือไม่สามารถเข้าถึงบริการได้ง่าย
นายคารม พลพรกลาง รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า รัฐบาลมุ่งเน้นการให้บริการความรู้และดูแลสิทธิ์ด้านกฎหมายแก่ประชาชนอย่างครอบคลุม “พี่คุ้มครอง” ได้รับการพัฒนาขึ้นเพื่อตอบสนองความต้องการดังกล่าว โดยรวบรวมกฎหมายสำคัญ 4 ฉบับ ได้แก่ พระราชบัญญัติค่าตอบแทนผู้เสียหาย ค่าทดแทนและค่าใช้จ่ายแก่จำเลยในคดีอาญา, พระราชบัญญัติไกล่เกลี่ยข้อพิพาท, พระราชบัญญัติคุ้มครองพยานในคดีอาญา และพระราชบัญญัติป้องกันและปราบปรามการทรมานและการกระทำให้บุคคลสูญหาย รวมถึงกฎหมายอาญาและกฎหมายอื่น ๆ อีก 168 ฉบับ บรรจุไว้ในระบบ AI Chatbot เพื่อให้คำปรึกษาประชาชนได้อย่างทั่วถึง
นายคารม กล่าวถึงจุดเด่นของ “พี่คุ้มครอง” ว่า สามารถให้ข้อมูลกฎหมายด้วยภาษาที่เข้าใจง่าย รองรับภาษาถิ่น เพื่อความใกล้ชิดกับผู้ใช้งาน โดยมุ่งเน้นความเป็นธรรมและเข้าถึงได้ทุกคน ไม่เลือกปฏิบัติ ทั้งนี้ AI Chatbot นี้ถูกออกแบบมาเพื่อเสริมการทำงานของเจ้าหน้าที่รัฐ ไม่ใช่การทดแทน เพื่อให้ประชาชนเข้าถึงกระบวนการยุติธรรมได้อย่างสะดวก รวดเร็ว และเท่าเทียม สิ่งที่ทำให้ “พี่คุ้มครอง” แตกต่างจาก AI ทั่วไปคือ ระบบจะไม่เรียนรู้จากคำถามของผู้ใช้ แต่จะเรียนรู้จากข้อมูลกฎหมายที่ป้อนเข้าไปเท่านั้น เพื่อให้ข้อมูลที่ถูกต้องและเที่ยงตรงตามหลักกฎหมาย โดยจะมีการเพิ่มเติมข้อมูลกฎหมายเข้าไปในระบบอย่างต่อเนื่อง
ประชาชนสามารถเพิ่ม Line Official Account: @rlpd เพื่อสอบถามความรู้ด้านกฎหมายได้ตลอด 24 ชั่วโมง โดยไม่มีจำกัดจำนวนคำถาม หากมีผู้ใช้งานพร้อมกัน ระบบจะรองรับได้สูงสุด 100 สาย
ทั้งนี้ จากข้อมูลที่ผ่านมา ปัญหาทางกฎหมายที่ประชาชนสอบถามเข้ามามากที่สุด ได้แก่ ปัญหาบุกรุกที่ดิน, ที่ดินไม่มีทางออก, คดีมรดกที่ดิน, การบุกรุกป่าสงวน, การต่อสู้เรื่องที่ดินทำกิน, การเยียวยาผู้ตกเป็นเหยื่อ และกรณีการถูกจับกุมว่าควรปฏิบัติตัวอย่างไร หรือจะขอรับความช่วยเหลือได้ที่ไหนหากไม่ได้กระทำความผิด
นายคารม ย้ำว่า “รัฐบาลตระหนักและเห็นความสำคัญของการพัฒนากระบวนการยุติธรรมให้ประชาชนได้รับการบริการ รับคำปรึกษา มีความสะดวก รวดเร็ว เข้าถึงการให้บริการของภาครัฐมากยิ่งขึ้น เพื่อสร้างความสงบสุขให้เกิดขึ้นในสังคม โดยการป้องกันแก้ไขปัญหาอาชญากรรม การคุ้มครองความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สิน รวมถึงการป้องกันแก้ไขข้อพิพาทความขัดแย้ง การคุ้มครองสิทธิเสรีภาพของประชาชนและสิทธิมนุษยชน ที่มุ่งถึงความสัมฤทธิผลของความยุติธรรมบนพื้นฐานของมนุษยธรรม และเพื่อช่วยบรรเทาปัญหาในเบื้องต้นทั้งในเชิงรุกและรับ”
