ข่าว
กสทช. ร่วมหน่วยงานรัฐ บุกทลายแหล่งมือถือเถื่อน “TIMI” เกือบหมื่นเครื่อง พบคุณสมบัติไม่ตรงโฆษณา โดยเฉพาะ 5G
สำนักข่าวบริคอินโฟ – หน่วยพระพาย โดย สำนักงานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (สำนักงาน กสทช.) ร่วมกับ สำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค (สคบ.) ตำรวจไซเบอร์ กรมศุลกากร และกรมสรรพสามิต เข้าตรวจค้นบริษัทผู้จำหน่ายโทรศัพท์มือถือและแท็บเล็ตยี่ห้อ TIMI ในพื้นที่อำเภอเมือง จังหวัดสมุทรปราการ เมื่อวันที่ 30 พฤษภาคม 2568 หลังพบว่ามีการจำหน่ายสินค้าที่ไม่ได้มาตรฐานทางเทคนิคและไม่ตรงตามโฆษณา โดยเฉพาะคุณสมบัติการรองรับ 5G ตรวจพบโทรศัพท์มือถือและแท็บเล็ตผิดกฎหมายจำนวน 9,540 เครื่อง มูลค่ารวมกว่า 33 ล้านบาท
การตรวจค้นครั้งนี้เกิดขึ้นหลังจากมีประชาชนร้องเรียนเกี่ยวกับคุณภาพของโทรศัพท์มือถือยี่ห้อ TIMI โดยเฉพาะประเด็นเรื่องความล่าช้าในการใช้งาน และการไม่สามารถใช้งาน 5G ได้จริงตามที่โฆษณาไว้ ทั้งที่บริษัทดังกล่าวได้ยื่นขอรับรองมาตรฐานทางเทคนิคจาก สำนักงาน กสทช. แล้ว อย่างไรก็ตาม การตรวจสอบของหน่วยพระพายพบว่า โทรศัพท์มือถือและแท็บเล็ตที่นำมาจำหน่ายไม่ได้มาตรฐานทางเทคนิคตามที่ยื่นขอไว้ โดยมีการใช้เอกสารนำเข้าโทรศัพท์มือถือและแท็บเล็ตที่ผ่านการรับรองคนละรุ่นกับที่ขายจริง ซึ่งเข้าข่ายความผิดฐานนำเข้าและจำหน่ายเครื่องวิทยุคมนาคมโดยไม่ได้รับรองมาตรฐานทางเทคนิคจาก กสทช.
นายไตรรัตน์ วิริยะศิริกุล รองเลขาธิการ รักษาการแทนเลขาธิการคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (เลขาธิการ กสทช.) เปิดเผยว่า “จากการลงพื้นที่ตรวจสอบของหน่วยพระพายครั้งนี้ ตรวจพบโทรศัพท์มือถือและแท็บเล็ตที่ไม่ได้มาตรฐานจำนวน 9,540 เครื่อง มูลค่ารวมประมาณ 33 ล้านบาท ขั้นตอนจากนี้จะมีการรวบรวมพยานหลักฐานเพื่อดำเนินคดีความผิดตาม พ.ร.บ.วิทยุคมนาคม ฐานความผิดนำเข้าเครื่องวิทยุคมนาคมโดยไม่ได้รับอนุญาตต่อ สภ.เมืองสมุทรปราการ”
การเข้าตรวจค้นครั้งนี้ยังพบว่า โทรศัพท์มือถือและแท็บเล็ตเหล่านี้ส่วนใหญ่ถูกจำหน่ายผ่านช่องทาง ออนไลน์ ไม่มีหน้าร้าน และยังมีโทรศัพท์มือถือจำนวนมากถูกลูกค้าส่งกลับมาเคลมเครื่องชำรุด ซึ่งสะท้อนถึงปัญหาด้านคุณภาพสินค้า การดำเนินการครั้งนี้นับเป็นการสนธิกำลังร่วมกับ สคบ. เป็นครั้งแรก เพื่อตรวจสอบมาตรฐานสินค้าที่ไม่ตรงตามโฆษณา และไม่ได้มาตรฐาน หากประชาชนพบปัญหาเกี่ยวกับสินค้าไอทีที่ไม่ตรงตามโฆษณา สามารถแจ้งผ่านสายด่วน สคบ. 1166 ได้เช่นเดียวกับสินค้าประเภทอื่น สำหรับ สำนักงาน กสทช. จะเข้าตรวจสอบเรื่องใบรับรองมาตรฐานทางเทคนิคซึ่งต้องตรงรุ่นกับที่ผ่านการตรวจสอบ และการขออนุญาตใช้สติกเกอร์ครุฑติดบนสินค้าไอที หากตรวจสอบว่ามีการลักลอบใช้สติกเกอร์จะถูกดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป
นายไตรรัตน์ ย้ำเตือนประชาชนในการเลือกซื้อโทรศัพท์มือถือและแท็บเล็ตว่า “ต้องดูด้วยว่าราคาที่ขายกับคุณสมบัติของตัวเครื่องมีความเป็นไปได้ เหมาะสมกับราคาจริงหรือไม่ เลือกซื้อสินค้าจากร้านค้าหรือตัวแทนจำหน่ายที่น่าเชื่อถือหรือไม่ ยิ่งปัจจุบันคนนิยมซื้อสินค้าผ่านช่องทาง ออนไลน์ ไม่เห็นสินค้าจริง การโฆษณาอาจไม่ตรงปกกับสินค้าที่ได้รับ เช่น บอกว่าโทรศัพท์ใช้ 5G ได้ในราคาเครื่องละไม่กี่บาท แต่พอได้เครื่องกลับใช้ 5G ไม่ได้ เมื่อไม่มีสัญญาณ 5G ขึ้นบนโทรศัพท์ คนซื้อก็จะคิดว่าสัญญาณโทรศัพท์ไม่ดี แต่จริงๆ คือ โทรศัพท์ที่ซื้อรองรับ 5G ไม่ได้จริง ถือเป็นการหลอกลวงขายสินค้า เพราะไม่เห็นสินค้า ซึ่ง สำนักงาน กสทช. จะลงพื้นที่ตรวจเรื่องนี้อย่างเข้มข้น โดยประสานขอความร่วมกับหน่วยงานรัฐที่เกี่ยวข้องลงพื้นที่ด้วยกัน เพราะคนหันมาซื้อขายสินค้า ออนไลน์ เพิ่มมากขึ้น รูปแบบการหลอกลวงก็เปลี่ยนไปตลอดเวลา และการใช้โทรศัพท์ที่ไม่ผ่านการรับรองมาตรฐานทางเทคนิคจาก กสทช. ก็อาจทำให้เกิดการรบกวนโครงข่ายโทรศัพท์มือถือของผู้ให้บริการได้อีกด้วย”
