Connect with us

ข่าว

ผู้ว่าฯ ชัชชาติ ลงพื้นที่ Skywalk บางกะปิ พบปัญหาลักตัดสายไฟทำไฟดับ สั่งเร่งแก้และเตือนผู้กระทำผิดเตรียมรับโทษหนัก

Published

on

ผู้ว่าฯ ชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ลงพื้นที่ Skywalk บางกะปิ ตรวจสอบปัญหาลักลอบตัดสายไฟทำไฟดับ สั่งเข้มงวด เตือนผู้กระทำผิดเตรียมรับโทษหนัก พร้อมแนะช่องทางแจ้งเบาะแส

สำนักข่าวบริคอินโฟ – เมื่อค่ำวันที่ 4 มิถุนายน 2568 นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร (Bangkok Governor) พร้อมด้วย นายวิศณุ ทรัพย์สมพล รองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ได้ลงพื้นที่ตรวจสอบปัญหาการลักลอบตัดสายไฟบริเวณ Skywalk บางกะปิ (Bangkapi Skywalk) ในพื้นที่เขตบางกะปิ โดยมีผู้บริหารและเจ้าหน้าที่จากสำนักงานเขตบางกะปิ รวมถึงเจ้าหน้าที่ตำรวจจากสถานีตำรวจนครบาลลาดพร้าว (Lat Phrao Police Station) ร่วมให้ข้อมูลและลงพื้นที่

นายชัชชาติ กล่าวถึงปัญหาของ Skywalk บางกะปิ ซึ่งเป็นทางเดินเชื่อมจากรถไฟฟ้าสายสีเหลือง (MRT Yellow Line) สถานีบางกะปิ ไปยังเดอะมอลล์บางกะปิ (The Mall Bangkapi) และสามแยกตลาดบางกะปิ (Bangkapi Market) รวมถึงสามารถเชื่อมต่อไปยังแยกลำสาลี (Lam Sali Intersection) และวัดศรีบุญเรือง (Wat Sri Bunruang) ซึ่งมีท่าเรือคลองแสนแสบ (Saen Saep Canal Pier) ได้ว่า ปัญหาหลักคือไฟส่องสว่างดับไปกว่าครึ่งทาง เนื่องจากมีการลักลอบตัดสายไฟไปขาย นอกจากนี้ ยังมีปัญหาคนไร้บ้านมาพักอาศัยหลับนอนบน Skywalk เนื่องจากมีทางขึ้นลงหลายจุดและไม่มีประตูกั้น ทำให้ผู้ใช้ทางเดินรู้สึกไม่ปลอดภัย โดยเฉพาะในช่วงเวลากลางคืน

ผู้ว่าฯ ชัชชาติ ยังกล่าวต่อว่า ปัญหาการลักขโมยสายไฟเป็นปัญหาใหญ่ที่เกิดขึ้นในหลายพื้นที่ของกรุงเทพฯ เช่น กรณีถนนสุขุมวิท (Sukhumvit Road) ที่ถูกขโมยสายไฟไปทั้งเส้น ซึ่งแม้สายไฟที่ถูกขโมยจะมีมูลค่าในการขายน้อย แต่ค่าใช้จ่ายในการซ่อมแซมกลับสูงถึงหลักล้านบาท สำหรับ Skywalk บางกะปิ พบว่าสายไฟถูกลักตัดไปเป็นจำนวนมาก ยกเว้นในบริเวณที่เชื่อมต่อกับห้างสรรพสินค้าอย่างเดอะมอลล์บางกะปิและโลตัส (Lotus’s) ซึ่งมีเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยดูแล และบริเวณที่คนพลุกพล่าน ส่วนใหญ่การลักตัดจะเกิดขึ้นในจุดที่ลับตาคนและในเวลากลางคืน

“ยอมรับว่าโมโหมากจริง ๆ ที่ได้มาเห็นสภาพ สำหรับโจรเห็นแก่ตัวพวกนี้ ตอนนี้มีนโยบายจัดหนักที่สุด ทั้งปรับและจับเข้าซังเต แล้วก็ไม่ได้แช่งแต่อยากบอกว่ามีโจรตัดสายไฟโดนไฟช็อตตายคาสายก็มี หากใครพบเห็นเบาะแสการลักลอบตัดสายไฟขอให้แจ้ง ส่วนร้านที่รับซื้อก็ไม่รอด ซื้อทั้งที่รู้อยู่แก่ใจว่าสายไฟขโมยตัดมาขายก็ต้องโดนข้อหารับซื้อของโจร” ผู้ว่าฯ ชัชชาติ กล่าวพร้อมเน้นย้ำ

Advertisement

ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ได้กำชับสำนักงานเขตให้เข้มงวดในหลายประเด็น ได้แก่ การแจ้งเตือนผู้รับซื้อของเก่าถึงบทลงโทษ, การส่งเจ้าหน้าที่เทศกิจออกตรวจตรา Skywalk เป็นประจำ, การดูแลปัญหาคนไร้บ้านโดยหาแนวทางช่วยเหลือและป้องกันไม่ให้เกิดความเดือดร้อนหรือความไม่ปลอดภัย, การสำรวจจุดขึ้นลงและทางเข้า Skywalk เพื่อพิจารณาจุดที่ควรเปิดปิดเป็นเวลา, การสำรวจและซ่อมแซมไฟริมคลองแสนแสบซึ่งก็ประสบปัญหาการลักลอบตัดสายไฟเช่นกัน และการประสานงานกับสำนักการจราจรและขนส่ง (Department of Traffic and Transportation) เพื่อหาจุดติดตั้งกล้องวงจรปิด (CCTV)

“ปัญหาใหญ่ที่สุดของการเป็นผู้ว่าฯ ที่ต้องพบ คือ ความเห็นแก่ตัวของคน ไม่ได้นึกถึงส่วนรวม นึกถึงแต่ตัวเอง ซึ่งคนแบบนี้มีทุกระดับชนชั้น ทำให้เกิดปัญหาหลายอย่างของเมือง เช่น Skywalk ตรงนี้คนเห็นแก่ตัวตัดสายไฟก็ทำให้ไฟดับทั้งเส้นทางเดือดร้อนไปทั้งบาง หากเราไม่ช่วยกันก็ยากที่บ้านเมืองจะพัฒนาได้” ผู้ว่าฯ ชัชชาติ กล่าวทิ้งท้าย

ทั้งนี้ หากประชาชนพบเห็นการลักลอบตัดสายไฟ สามารถแจ้งเบาะแสได้ทางแพลตฟอร์ม Traffy Fondue หรือโทร. 191 หรือแจ้งสถานีตำรวจในท้องที่ โดยผู้ที่ลักลอบตัดสายไฟมีโทษจำคุกตั้งแต่ 1 ปี ถึง 5 ปี ปรับตั้งแต่ 20,000 บาท ถึง 100,000 บาท และหากกระทำในเวลากลางคืน มีโทษจำคุกตั้งแต่ 1 ปี ถึง 7 ปี ปรับตั้งแต่ 20,000 บาท ถึง 140,000 บาท ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 335 ส่วนผู้ประกอบการร้านรับซื้อของเก่าที่รับซื้อของโจร มีโทษจำคุกไม่เกิน 5 ปี หรือปรับไม่เกิน 100,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ และหากนำของโจรมาขายมีโทษจำคุก 6 เดือน ถึง 10 ปี และปรับ 10,000 บาท ถึง 200,000 บาท ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 357

Advertisement