Connect with us

บทความ

เด็กรุ่นใหม่ไม่ทนงาน หรือ ที่ทำงานไม่ยืดหยุ่น ? ว่าด้วย ความอิสระ-ท้าทาย-เป็นตัวของตัวเอง

มักมีคำพูดจากคนรุ่นเก่าอยู่เสมอว่า เด็กรุ่นใหม่ไม่ทนงาน! เด็กรุ่นใหม่ชอบแหกกฎ! หรือแท้ที่จริงแล้ว เด็กรุ่นใหม่แค่ชอบการทำงานแบบยืดหยุ่น ?

Published

on

โดย : ปณิดดา เกษมจันทโชติ

Digital Disruption ทำให้โลกเปลี่ยน วิถีชีวิตเปลี่ยน และเป็นที่มาของรูปแบบการทำงานที่เปลี่ยนแปลงไปด้วย โดยเฉพาะการทำงานของคนรุ่นใหม่ หรือที่เรียกว่า “NextGen Work” ซึ่งเป็นการทำงานที่เน้นอิสระ เลือกจัดระบบการทำงานตามความพึงพอใจของแต่ละคน ซึ่งครอบคลุมลักษณะงานสัญญาจ้างที่เป็นงานโครงการ งานไม่เต็มเวลา งานตามฤดูกาล งานชั่วคราวหรืองานไม่ประจำ อาชีพอิสระ หรือ Freelance ด้วย

ข้อดีของการทำงานแบบ NextGen Work คือการเอื้อให้สามารถจัดการเวลาการทำงานกับเวลาการใช้ชีวิตส่วนตัวให้เกิดความสมดุล (work life balance) แบบที่ใคร ๆ ก็ต้องการ อีกทั้งยังสามารถทำรายได้เพิ่มขึ้นจากโอกาสในการรับงานจากผู้ว่าจ้างหลายที่พร้อมกันได้ 

ข้อมูลจาก ManpowerGroup ที่ทำการสำรวจรูปแบบการทำงานที่ต้องการกับกลุ่มตัวอย่างช่วงอายุ 18-65 ปี จำนวน 9,500 คน จากประเทศต่าง ๆ ทั่วโลกในปี 2017 พบว่า รูปแบบการทางานแบบคนรุ่นใหม่ (NextGen Work) ได้รับความสนใจมากขึ้นเรื่อย ๆ โดย 87% ของกลุ่มตัวอย่างระบุว่า “พร้อมที่จะเปิดรับ การทำงานแบบคนรุ่นใหม่ในอนาคต” และมีกลุ่มตัวอย่างบางส่วนกำลัง ทำงานแบบ NextGen Work ที่สำคัญคือ 90% ของผู้ทำงานแบบอิสระ ต่างระบุว่าตนเองมีความสุข กับการทำงานแบบคนรุ่นใหม่ และวางแผนจะทำงานรูปแบบนี้ในอนาคต 

แนวโน้มการทำงานแบบคนรุ่นใหม่ที่เพิ่มขึ้น สะท้อนว่านี่ไม่ใช่แค่สไตล์การทำงานแบบ Slowlife เฉพาะบุคคล แต่เป็นเทรนด์ที่อาจมีส่วนเข้ามาเปลี่ยนระบบนิเวศของการทำงานในอนาคต 

Advertisement

คน Gen Y ชอบทำงานแบบ NextGen Work 

สำหรับประเทศไทย ข้อมูลจากการสำรวจของ Fastwork ซึ่งเป็นเว็บไซต์และแอปพลิเคชันให้บริการจัดหางานออนไลน์สำหรับฟรีแลนซ์และอาชีพที่เป็นพนักงานประจำ พบว่า ในปัจจุบันแรงงานในประเทศไทยมีลักษณะการทำงานแบบ NextGen Work จำนวนมากกว่า 2 ล้านคน และมีแนวโน้มที่จะเพิ่มขึ้นปีละประมาณ 300,000 – 600,000 คน โดยเฉพาะกลุ่มคนเจเนอเรชันวาย (กลุ่มคนที่เกิดระหว่าง ปี 2524 – 2544) 

กลุ่มคนเจเนอเรชันวาย เป็นกลุ่มคนที่เติบโตมาพร้อมกับการใช้เทคโนโลยีดิจิทัลและอินเทอร์เน็ตซึ่งมีการเปลี่ยนแปลงรูปแบบการทำงานจากแบบดั้งเดิม (Traditional employment) สู่รูปแบบการทำงานแบบเป็นนายตนเอง (Self-employment) ทำให้คนเจนวายส่วนใหญ่ไม่ชอบการทำงานประจำเป็นเวลานาน และต้องการเรียนรู้สิ่งใหม่จากการทำงานหลายที่ 1 ใน 3 ของคนกลุ่มนี้จึงมีแนวโน้มการทางานแบบ NextGen Work สูงกว่าคนในกลุ่มอื่น ๆ ที่อายุมากกว่า

โอกาสที่มากับ NextGen Work

ข้อมูลจากสำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ร่วมกับบริษัทศูนย์วิจัยเพื่อการพัฒนาสังคมและธุรกิจ ระบุว่าอาชีพที่ผู้ว่าจ้าง นิยมจ้างบุคคลในลักษณะการทำงานแบบ NextGen Work

การทำงานแบบคนรุ่นใหม่ในประเทศไทย 4 อันดับแรก ได้แก่ 

  1. อาชีพกราฟิกดีไซน์ 
  2. อาชีพเกี่ยวกับการตลาดออนไลน์และโฆษณา 
  3. อาชีพเกี่ยวกับ เว็บและโปรแกรมมิ่ง 
  4. อาชีพเกี่ยวกับงานเขียนและแปลภาษา 

ซึ่งทั้ง 4 กลุ่มงานข้างต้น ล้วนแล้วแต่เป็นงานที่ต้องอาศัยทักษะที่เกี่ยวข้องกับอาชีพที่เชื่อมโยงกับงานที่จะเติบโตในยุคดิจิทัล ที่ต้องอาศัยความคิดริเริ่มสร้างสรรค์ ความเข้าใจมนุษย์ ซึ่งเป็นทักษะที่ AI หรือระบบอัตโนมัติต่าง ๆ ยังไม่สามารถทำงานแทนที่มนุษย์ได้อย่างมีประสิทธิภาพ

หากมองในมุมของผู้ว่าจ้าง การปรับรูปแบบการทำงานให้เข้ากับคนยุคใหม่ ที่ต้องการความยืดหยุ่น เป็นอิสระ และมีค่าตอบแทนที่สมน้ำสมเนื้อ อาจเป็นอีกหนึ่งจิ๊กซอว์ในการดำเนินธุรกิจ ที่ช่วยเพิ่มโอกาสเพิ่มมูลค่าทางธุรกิจจากกลุ่มคนรุ่นใหม่ได้ 

Advertisement

อย่างไรก็ตามหากมองในมิติของกลุ่มคนรุ่นใหม่ที่กำลังวางแผนทำงานแบบ NextGen Work ก็จำเป็นจะต้องมีการปรับตัว เพื่อให้สามารถ ตอบสนองการทำงานแบบที่ตลาดแรงงานต้องการได้  ซึ่งนอกจากด้านความรู้ความสามารถในเรื่องเทคโนโลยีดิจิทัลแล้ว ระบบความคิดก็ต้องมีการพัฒนาไปสู่การคิดเชิงวิเคราะห์ และการคิดเชิงสร้างสรรค์มากขึ้น เพื่อพัฒนาตัวเองให้ก้าวข้ามการเข้ามาของ AI (ปัญญาประดิษฐ์) ระบบอัตโนมัติอื่นๆ ที่เข้ามาแทนที่การทำงานของแรงงานไร้ฝีมือในอนาคต

อ้างอิง : สำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ