Connect with us

ข่าว

สิริพงศ์ ติดตามคดี กรมการขนส่งทางบก ข้อมูลรถรั่วไหล เร่งอุดช่องโหว่พร้อมเตือนประชาชนอย่าหลงเชื่อมิจฉาชีพ

Published

on

นายสิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม

สำนักข่าวบริคอินโฟ – นายสิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม ลงพื้นที่กรมการขนส่งทางบก (ขบ.) เพื่อติดตามความคืบหน้ากรณีข้อมูลยานพาหนะรั่วไหลบนสื่อออนไลน์ พร้อมกำชับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งสืบสวนหาตัวผู้กระทำผิดและยกระดับมาตรการความปลอดภัยทางไซเบอร์

การลงพื้นที่ติดตามสถานการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้น ณ ศูนย์เทคโนโลยีสารสนเทศ กรมการขนส่งทางบก โดยมี นายชีพ น้อมเศียร รองอธิบดีกรมการขนส่งทางบก ผู้บริหารที่เกี่ยวข้อง ทีม ThaiCERT จากสำนักงานคณะกรรมการการรักษาความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์แห่งชาติ (สกมช.) และเจ้าหน้าที่ตำรวจกองบัญชาการตำรวจสืบสวนสอบสวนอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (สอท.) ร่วมรายงานความคืบหน้า จากการตรวจสอบเบื้องต้นพบร่องรอยการกระทำความผิดแล้ว ซึ่งทางทีม ThaiCERT กำลังเร่งพิสูจน์หลักฐานทางเทคนิคด้วยกระบวนการนิติวิทยาศาสตร์ดิจิทัล (Digital Forensics) และแกะรอยระบบ API ที่เชื่อมโยงกับหน่วยงานต่าง ๆ

สิริพงศ์ ลงพื้นที่กรมการขนส่งทางบก ติดตามคดีข้อมูลยานพาหนะรั่วไหล สั่งเร่งยกระดับความปลอดภัยไซเบอร์ ยืนยันข้อมูลนำไปทำธุรกรรมไม่ได้ พร้อมเตือนประชาชนระวังมิจฉาชีพ

นายสิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ ได้สั่งการให้ตำรวจ สอท. และ ThaiCERT เร่งสืบสวนหาตัวผู้กระทำผิดมาลงโทษ โดยกรมการขนส่งทางบกได้แจ้งความดำเนินคดีแล้ว นอกจากนี้ยังสั่งการให้ยกระดับการตรวจสอบระบบรักษาความปลอดภัยทางไซเบอร์ให้มีความถี่มากขึ้น และเร่งทำแผนป้องกันการเกิดเหตุในอนาคตเพื่อรายงานต่อรัฐมนตรีโดยด่วน

สิริพงศ์ ลงพื้นที่กรมการขนส่งทางบก ติดตามคดีข้อมูลยานพาหนะรั่วไหล สั่งเร่งยกระดับความปลอดภัยไซเบอร์ ยืนยันข้อมูลนำไปทำธุรกรรมไม่ได้ พร้อมเตือนประชาชนระวังมิจฉาชีพ

ด้านกรมการขนส่งทางบก ชี้แจงว่าปัจจุบันมีการเชื่อมโยงข้อมูลกับหน่วยงานต่าง ๆ จำนวน 63 หน่วยงานเพื่ออำนวยความสะดวกในการให้บริการ ทั้งนี้ ยืนยันว่าข้อมูลที่รั่วไหลเป็นเพียงข้อมูลพื้นฐานที่ไม่สามารถนำไปใช้ทำธุรกรรมทางการเงินหรือธุรกรรมอื่นได้ อย่างไรก็ตาม ผู้ที่นำข้อมูลดังกล่าวไปเผยแพร่ต่อจะมีความผิดตามกฎหมายและถูกดำเนินคดีอย่างเด็ดขาด

นอกจากนี้ กรมการขนส่งทางบกได้แจ้งเตือนประชาชนให้ระมัดระวังมิจฉาชีพที่อาจนำข้อมูลรถยนต์ เช่น หมายเลขทะเบียน ยี่ห้อ หรือชื่อผู้ครอบครอง มาใช้แอบอ้างเพื่อหลอกลวง พร้อมย้ำว่าหน่วยงานไม่มีนโยบายโทรศัพท์สอบถามข้อมูลส่วนบุคคล หลอกให้โอนเงินชำระค่าปรับหรือภาษี รวมถึงไม่มีการส่งลิงก์ผ่าน SMS หรือแอปพลิเคชัน Line แต่อย่างใด หากประชาชนพบข้อสงสัยสามารถติดต่อสายด่วน 1584 ได้ตลอด 24 ชั่วโมง

Advertisement
Continue Reading
Advertisement