Connect with us

ข่าว

Steam เสี่ยงโดนใช้ฟอกเงิน! เด็กมะกันวัย 18 ทำเกมยอดขายกว่า 40 ล้าน แต่ถูกขอคืนเงินหมด

Published

on

เกบ นิวเวลล์ ซีอีโอ Valve ปฏิเสธคำกล่าวหาเรื่อง Steam ผูกขาดตลาดเกม PC ในชั้นศาล ยืนยันผู้เล่นมีทางเลือกซื้อเกมอย่างอิสระ แม้ข้อมูลเผยครองส่วนแบ่งตลาดกว่า 75%

สำนักข่าวบริคอินโฟ – ไมเคิล เมเจอร์ (Michael Major) นักพัฒนาเกมวัย 18 ปี จากรัฐนิวแฮมป์เชียร์ สหรัฐอเมริกา ได้รับเงินรายได้จริงเพียง 2,045 ดอลลาร์สหรัฐ (ประมาณ 68,000 บาท) จากการวางจำหน่ายเกมบนแพลตฟอร์ม สตีม (Steam) แม้ตัวเกมจะทำยอดขายรวมได้สูงถึง 1.38 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ประมาณ 46.1 ล้านบาท) ก็ตาม เนื่องจากผู้ซื้อเกือบทั้งหมดใช้นโยบายยื่นขอคืนเงินในเวลาต่อมา

รายงานจากสื่อท้องถิ่น WMUR-TV ระบุว่า ไมเคิล เมเจอร์ ได้เปิดตัวเกมชื่อ This Game Costs $200 บนแพลตฟอร์ม Steam เมื่อเดือนมกราคมที่ผ่านมา โดยตั้งราคาไว้ที่ 200 ดอลลาร์สหรัฐ (ประมาณ 6,680 บาท) ซึ่งเป็นราคาสูงสุดที่ระบบกำหนดไว้ ซึ่งตัวเขาคาดการณ์ในตอนแรกว่าคงไม่มีผู้เล่นกดซื้อ แต่กลับมีผู้สั่งซื้อเกมดังกล่าวสูงถึง 6,717 คน

อย่างไรก็ตาม หลังจากมีผู้สั่งซื้อเพียงไม่นาน ได้มีผู้ยื่นขอคืนเงิน (Refund) มากถึง 6,707 คน คิดเป็นอัตราขอคืนเงินสูงถึง 99.9% ส่งผลให้เงินส่วนใหญ่ถูกดึงกลับเข้าสู่ระบบ โดยนโยบายของ Steam อนุญาตให้ผู้ซื้อสามารถกดขอคืนเงินเต็มจำนวนได้หากเปิดเล่นเกมไปไม่ถึง 2 ชั่วโมง ทำให้เกิดวงรอบการซื้อและขอเงินคืนอย่างรวดเร็ว

ทางด้าน เมเจอร์ ระบุว่า ยอดสั่งซื้อส่วนใหญ่ระบุตำแหน่งมาจากประเทศจีน ซึ่งทำให้เกิดข้อสงสัยเกี่ยวกับพฤติกรรมการซื้อดังกล่าว

Advertisement

มีการตั้งข้อสงสัยจากหลายฝ่ายว่าอาจเข้าข่ายการฟอกเงิน เพราะนโยบายการคืนเงินเป็นช่องโหว่ที่สามารถทำได้ โดยคนร้ายจะซื้อเกมบางเกมที่ไม่สมเหตุสมผล เช่น เกมที่กากมาก แต่ราคาสูง เพื่อนำเงินสกปรกมากระจายซื้อ แล้วขอคืนเงินเพื่อให้ Steam คืนเป็นเงินสะอาดกลับมา

ขณะที่ทาง วาล์ว (Valve) บริษัทผู้พัฒนาและบริหารจัดการแพลตฟอร์ม Steam ยังไม่ได้ออกมาชี้แจงหรือให้ข้อมูลอย่างเป็นทางการเกี่ยวกับสาเหตุของยอดสั่งซื้อและการขอคืนเงินจำนวนมากในครั้งนี้