Connect with us

บทสัมภาษณ์

“ทราย Mirai Mirai” กับบทบาทใหม่เบื้องหลังนามปากกา “so.” ยอมรับงานเบื้องหลังยากกว่าเป็นไอดอล ทำน้ำตาซึมวันปล่อยเพลงวันแรก

Published

on

จากศิลปินไอดอลผู้มอบความสุขบนเวที สู่อีกบทบาทในตำแหน่งคนเบื้องหลัง “ทราย โสภิดา” สมาชิกไอดอลวง Mirai Mirai เปิดใจถึงความยากง่ายระหว่างการเป็นไอดอลกับการก้าวมาเป็นคนเรียบเรียงเพลงภาษาไทยครั้งแรกในชีวิต ภายใต้นามปากกาใหม่สุดเท่ “so.” พร้อมเล่านาทีแอบยืนดูผลงานแรก “Last Words” ของวง Nox:0ff จากหลังเวทีจนกลั้นน้ำตาไว้ไม่อยู่ แน่นอนว่าถ้าใครที่ติดตามวงไอดอลในไทย จะคุ้นชื่อวงนี้ทรายก็เป็นอีกหนึ่งสมาชิกที่มีบทบาทสำคัญบนเวทีเป็นอย่างมาก การสัมภาษณ์ครั้งนี้ เราไมไ่ด้มาสัมภาษณ์ในฐานะไอดอล แต่จะมาทำความรู้จักเธอให้มากขึ้นในบทบาทใหม่ของเธอ ถ้าพร้อมแล้วไปอ่านบทสัมภาษณ์ไปพร้อมกันค่ะ

อยากให้ให้ทราย แนะนำตัวให้กับผู้อ่านได้ทำความรู้จักหน่อยครับ
ทราย : สวัสดีค่ะ ชื่อ “ทราย” สมาชิกวงไอดอล Mirai Mirai จากค่าย Catsolute ค่ะ วันนี้มาในฐานะ Music Marketing และอีกบทบาทกับตำแหน่งเรียบเรียงเพลงภาษาไทยคนใหม่ของค่าย ค่ะ

มาทำรับหน้าที่ตำแหน่งนี้ได้อย่างไรครับ
ทราย : จริง ๆ ทรายจบมาจากคณะครุศาสตร์ เอกดนตรีสากลค่ะ ซึ่งเอกโดยตรงของทรายคือจบคลาสสิกมา แต่พอได้เรียนทางด้าน Marketing อะไรมาบ้าง มีวันนึง พี่เบิร์ด – พี่บอยซึ่งปกติพี่เขาจะเป็นคนคอยเรียบเรียงเนื้อเพลงภาษาไทยให้กับทุกวงในค่ายมาตลอด และตอนนี้เหมือนพี่เขากำลังต้องการหาคนมาช่วยเพิ่ม แล้วเห็นว่าทรายเรียนดนตรีมาด้วย เลยลองมาถามดูว่าสนใจไหม ซึ่งทรายก็ตอบรับคำเชิญชวนค่ะ เพราะอยากลองทำดู เป็นครั้งแรกแบบครั้งแรกจริง ๆ ก่อนหน้านี้ด้วยความที่เป็นเด็กดนตรีก็มีอยากทำเพลงเองบ้าง มีทำเดโมเก็บไว้ มีเขียนเนื้อสั้น ๆ เล็ก ๆ แต่ก็ไม่เคยทำจบเพลงสักที คิดไม่ออกแล้วมันตึ้ก (หัวเราะ) เขียนไปแล้วก็เอาดราฟต์นี้แค่นี้พอ แล้วก็ไปทำอีกดราฟต์หนึ่งแล้วก็เลิก ไม่เคยได้ทำเต็มเพลงแบบจริง ๆ จัง ๆ สักที ครั้งนี้เลยเป็นครั้งแรกที่ได้มาเขียนเนื้อภาษาไทยแบบเต็ม ๆ ให้กับวง Nox:0ff ซึ้งเป็นวงใหม่ในค่ายค่ะ

นอกจากผลงานวง Nox:0ff ยังมีวงอื่นในค่ายอีกไหมครับ
ทราย : ตอนนี้ที่รับผิดชอบมีวง Nox:0ff กับ Dream:0n ซึ่งเป็น 2 วงน้องใหม่จากทางค่าย Castolute ค่ะ โดยทรายจะเข้าช่วยทำในส่วนของการเรียบเรียงเนื้อเพลงของทั้งสองวงเลย ก็รอติดตามกันนะคะว่าเพลงต่อ ๆ ไปจะออกมาเป็นยังไง ซึ่งผลงานเพลงแรกของทรายในฐานะคนเรียบเรียงเนื้อเพลงของวง NOCKOFF ชื่อเพลงว่า “Last Words” ยังไงฝากฟังกันด้วยนะคะ

อยากให้เล่ากับการทำงานเรียบเรียงผลงานเพลงครั้งแรกเป็นยังไงบ้างครับ
ทราย : จริง ๆ มันมีความยากอยู่ตรงที่มันไม่เหมือนกับการที่เราเขียนเนื้อขึ้นมาใหม่ค่ะ กระบวนการทำเพลงของค่ายแมวจะเป็นการไปขอคอมมิชชันมาจากทางญี่ปุ่น ให้โปรดิวเซอร์ทางนู้นแต่งมาให้พร้อมเนื้อเพลงญี่ปุ่นเสร็จสรรพ แล้วเราค่อยมาแปลเป็นภาษาไทย ซึ่งภาษาไทยที่ส่งมาตอนแรกเขายังไม่ได้เรียบเรียงนะคะ เขาแค่แปลความหมายตรงตัวจากเนื้อญี่ปุ่นมาเท่านั้น แล้วเราต้องเอาตรงนั้นมาเรียบเรียงใหม่ให้มันเข้าใจง่าย ฟังปุ๊บแล้วรู้เลยว่าท่อนนี้ต้องการสื่ออะไร ไม่ไม่อย่างนั้นมันจะเหมือนเอา Google Translate มาแปลแล้วตรงตัวเกินไปค่ะ

Advertisement

เห็นบอกว่าต้นทางมาเป็นภาษาญี่ปุ่นเลย แสดงว่าเรามีพื้นฐานภาษาญี่ปุ่นอยู่แล้วใช่ไหมครับ?
ทราย: ไม่ได้มีพื้นฐานขนาดนั้นค่ะ เพราะทางค่ายมีทีมที่คอยแปลเนื้อเพลงภาษาญี่ปุ่นเป็นภาษาไทยตรงตัวมาให้อีกทีหนึ่ง แล้วทรายเอาภาษาไทยตรงนั้นมาเรียบเรียงใหม่ ให้วรรณยุกต์ของภาษาไทยมันตรงกับทำนอง ไม่อย่างนั้นมันจะแอบแปลกนิดนึงถ้ามันไม่ตรง เอามาเรียบเรียงใหม่ให้มันลื่นหู ให้ฟังแล้วรู้ว่าเพลงกำลังจะสื่ออะไรค่ะ

อยากให้เล่าความแตกต่างระหว่างการไอดอลกับมาเป็นโปรดิวเซอร์ครั้งแรก ความรู้สึกมันแตกต่างกันยังไง?
ทราย: ในส่วนของพาร์ตไอดอล มันคือการ Perform เบื้องหน้า เราจะได้พบปะพูดคุยกับแฟนคลับ ได้ทำหน้าที่ข้างหน้าในสิ่งที่คนข้างหลังเขาเขียนมาให้ แต่อันนี้เรากลายมาเป็นคนที่ทำงานอยู่เบื้องหลัง ต้องทำบางสิ่งบางอย่างออกมาให้คนข้างหน้าได้เอาไปใช้ต่อ มันกดดันประมาณหนึ่งเลยค่ะ ด้วยความที่เพลงนี้เป็นเพลงแรกของ Nox:0ff ด้วย มันเป็นโจทย์ที่ถ้ามันออกมาไม่ดีเนี่ย เอาละ… เราจะโดนหรือเปล่า (หัวเราะ) เพราะมันเป็นเพลงแรกของวงรุ่นน้องด้วย ก็เลยกดดันมากๆ สำหรับเพลงแรกค่ะ ซึงวันแรกที่เพลงปล่อยออกมา ทรายตั้งใจมาก หยิบโทรศัพท์ไปยืนแอบดูน้องๆ Nox:0ff ตรงโซนข้างหลังมืด ๆ ไม่มีใครเห็น แอบไปดูเพราะรู้ว่าถ้ายืนดูตรง ๆ น้ำตาไหลแน่นอน เพราะเพลงมันเศร้า ยิ่งเราเขียนเองเรายิ่งรู้ความหมาย ก็เลยไปแอบดูแล้วก็ถ่ายรูปไปน้ำตาไหลไปอย่างที่คิดจริง ๆ แต่ไม่มีใครเห็นเพราะแอบอยู่ แล้วก็แอบปาดน้ำตาวิ่งกลับเข้าหลังเวทีไปแบบเนียน ๆ (หัวเราะ) ต้องบอกก่อนเลยว่าน้อง ๆ พี่ ๆ ทุกคนในวง Nox:0ff ตั้งใจกันมาก ทั้งตอนเรียนร้องเพลง ตอนมาอัดในห้องอัด (ซึ่งทรายคุมอัดด้วย) ทุกคนทำการบ้านกันมาอย่างดีเลย แทบไม่มีจุดไหนที่ต้องมาดุว่าไม่ทำการบ้านมาเลย มีแค่ต้องแก้ปัญหาหน้างานนิดหน่อย ซึ่งก็สำเร็จลุล่วงไปด้วยดีค่ะ

แล้วคิดว่าบทบาทไหนยากกว่ากันครับ
ทราย: ถ้าเป็นทราย ทรายรู้สึกว่า โปรดิวเซอร์ยากกว่าค่ะ! (หัวเราะ) คือการเป็นไอดอลเราเอนจอยมากกับการได้เจอคน ได้เจอสเตจ แสง สี มันแฮปปี้มาก ถึงจะตื่นเต้นแต่มันเห็นผลลัพธ์ตรงนั้นเลยว่าคนดูแฮปปี้ไหม แต่งานโปรดิวเซอร์เบื้องหลัง กว่าที่กระบวนการทุกอย่างมันจะเสร็จ คือเราต้องนั่งจมอยู่กับมันโดยที่ไม่รู้เลยว่าผลตอบรับตอนปล่อยออกไปมันจะดีไหม มันต้องไปรอลุ้นวันนั้นเลย มันสามารถจะปังไปเลย หรือจะพังไปเลยก็ได้ ทรายแอบคิดด้วยซ้ำตอนแรกว่าถ้าสมมติคนด่าเยอะ เดี๋ยวทรายไม่เปิดชื่อนะ (หัวเราะ) ไม่บอกว่าทรายทำ จะใช้ชื่ออื่นเอา แล้วเพลงต่อไปค่อยเปลี่ยนนามปากกา

ตอนนี้ในเพลงใช้ชื่อนามปากกาว่าอะไรครับ?
ทราย: ตอนนี้ใช้ชื่อนามปากกาว่า so. (โซจุด) เป็นตัวเล็กค่ะ ทำไมไม่รู้ มันเท่ดี (หัวเราะ) จริง ๆ ตอนแรกนามปากกาทรายคือ s. ไม่ว่าจะทำงานวาด เพลงเดโม อะไรก็แล้วแต่จะลงท้ายด้วย s. ตลอด เพราะชื่อทรายมีตัว S ทั้งชื่อจริงและชื่อเล่น แต่ทรายรู้สึกว่ามันสั้นไป เลยเติมตัว O มาตัวหนึ่ง กลายเป็น so. ค่ะเผื่อแบบ So good, So เท่, So เฟี้ยว อะไรอย่างนี้ (หัวเราะ) ถามว่ามีความหมายไหม… มันเหมือนเป็นคำแรกเริ่มที่จะเติมอะไรข้างหลังก็ได้ เหมือนการที่เราพร้อมเปิดรับสิ่งใหม่ ๆ ตลอดเวลาค่ะ (เพิ่งคิดเมื่อกี้เลยค่ะ หยอก ๆๆ)


สุดท้ายแล้วมีอะไรจะฝากผู้ที่กำลังอ่านบทสัมภาษณ์นี้อยู่ครับ

ทราย: ฝากบทบาทใหม่ด้วยนะคะ จริง ๆ มีงาน Music Marketing ด้วย ซึ่งจะทำเบื้องหลังเกี่ยวกับการปล่อยเพลงลง Streaming คอยดูเรื่อง MV วันที่จะปล่อยสตรีมมิ่ง ทรายจะเป็นคนวางแผนและดูภาพรวมทั้งหมดของค่าย Castolute ตอนนี้ค่ะ ฝากผลงาน Music Marketing, งานเรียบเรียงเพลงภาษาไทยของวง NOCKOFF กับ Dream ON และขอฝากผลงานเพลงแรกของน้อง ๆ วง Nox:0ff เพลง “Last Words” ด้วยนะคะ อย่าลืมไปฟังกันเยอะ ๆ นะคะ ขอบคุณค่ะ

Advertisement