การเมือง
ประชาธิปัตย์จี้ กกต. ยึดบรรทัดฐานศาลฎีกาส่งฟ้องคดีฮั้ว สว. ชี้หากใช้สองมาตรฐานส่อผิด ม.157
สำนักข่าวบริคอินโฟ – พรรคประชาธิปัตย์ แถลงเรียกร้องให้ คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ยึดแนวทางคำพิพากษาของ ศาลฎีกา ในการพิจารณาคดีทุจริตการเลือกสมาชิกวุฒิสภา หรือ ฮั้ว สว. โดยระบุว่า กกต. มีหน้าที่ส่งเรื่องให้ศาลวินิจฉัยตามกฎหมาย ไม่ใช่การใช้ดุลพินิจชี้ขาด พร้อมเตือนหากวินิจฉัยแบบสองมาตรฐานอาจเข้าข่ายละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ตาม ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 157
นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ระบุถึงกรณีที่ กกต. เตรียมพิจารณาสำนวนคดีดังกล่าวในวันที่ 14 กันยายนว่า ตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการได้มาซึ่งสมาชิกวุฒิสภา มาตรา 62 กำหนดไว้ชัดเจนว่า เมื่อมีหลักฐานอันควรเชื่อได้ว่ามีการทุจริต กกต. ต้องยื่นคำร้องต่อศาลฎีกา รวมถึงกรณีตามมาตรา 76 ที่พรรคการเมืองเข้ามาสนับสนุน และมาตรา 77 เรื่องการจัดเลี้ยงหรือซื้อเสียง ซึ่ง กกต. ไม่มีอำนาจในการชี้ขาดผลทางคดีด้วยตนเอง แต่ต้องส่งเรื่องให้ศาลเป็นผู้ตัดสิน
ทั้งนี้ ที่ผ่านมาศาลฎีกามีแนวคำพิพากษาเพิกถอนสิทธิสมัครและสิทธิเลือกตั้งในคดีลักษณะเดียวกันมาโดยตลอด ไม่ว่าจะเป็นการติดต่อแลกเปลี่ยนคะแนนผ่านแอปพลิเคชัน การตกลงเลือกไขว้และเสนอผลประโยชน์ การจัดเลี้ยง ไปจนถึงการโอนเงินช่วยเหลือ ซึ่งข้อเท็จจริงในคดีฮั้ว สว. ครั้งนี้มีพฤติการณ์ที่เป็นขบวนการใหญ่กว่าคดีในอดีต หาก กกต. ไม่ยึดแนวปฏิบัติดังกล่าว จะถือเป็นการเลือกปฏิบัติทันที
นอกจากนี้ ยังตั้งข้อสังเกตเรื่องความเป็นกลางของกรรมการ กกต. จำนวน 4 คน ที่ได้รับความเห็นชอบมาจากวุฒิสภาชุดปัจจุบัน ซึ่งอาจเข้าข่ายมีส่วนได้เสีย โดยทางออกตามหลักนิติธรรมคือการมีมติส่งเรื่องให้ศาลฎีกาวินิจฉัย ส่วนข้ออ้างเรื่องผลไม้พิษจากการสอบสวนของกรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI) นั้น ศาลรัฐธรรมนูญเคยมีคำวินิจฉัยรองรับแล้วว่ากระบวนการสอบสวนเป็นไปโดยชอบด้วยกฎหมาย
นายอภิสิทธิ์ ยืนยันว่า หากผลการวินิจฉัยในวันที่ 14 กันยายน ไม่เป็นไปตามบทบัญญัติของกฎหมาย พรรคประชาธิปัตย์พร้อมสนับสนุนข้อกฎหมายและพยานหลักฐานแก่กลุ่มผู้สมัคร สว. สำรอง เพื่อยื่นฟ้องดำเนินคดีต่อศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบกลางต่อไป พร้อมระบุว่าการเคลื่อนไหวของภาคประชาชนในประเด็นนี้ถือเป็นสิทธิตามรัฐธรรมนูญ และเรียกร้องให้ กกต. ปฏิบัติหน้าที่อย่างเที่ยงธรรมเพื่อป้องกันความขัดแย้งในสังคม
