Connect with us

ข่าว

ผลวิจัย IDC ชี้การเติบโตของ AI ดันปริมาณจัดเก็บข้อมูลพุ่ง เปลี่ยนโจทย์เศรษฐศาสตร์โครงสร้างพื้นฐานทั่วโลก

Published

on

ผลวิจัย IDC ชี้การขยายตัวของ AI ผลักดันให้องค์กรทั่วโลกจัดเก็บข้อมูลนานขึ้นและดึงข้อมูลเก่ากลับมาใช้ ดันโจทย์บริหารต้นทุนโครงสร้างพื้นฐานพุ่ง

สำนักข่าวบริคอินโฟ – รายงานวิจัยระดับโลกโดย IDC ภายใต้การสนับสนุนของ เวสเทิร์น ดิจิตอล (Western Digital) ระบุว่าการนำเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์หรือ AI มาใช้งานในองค์กร กำลังผลักดันให้เกิดการขยายตัวของความต้องการด้านการจัดเก็บข้อมูลในเชิงโครงสร้างอย่างมีนัยสำคัญ ส่งผลให้องค์กรทั่วโลกต้องจัดเก็บข้อมูลยาวนานขึ้นและดึงข้อมูลในอดีตกลับมาใช้งานซ้ำ ซึ่งทำให้การบริหารจัดการ โครงสร้างพื้นฐาน AI และต้นทุนในการจัดเก็บกลายเป็นปัจจัยหลักที่มีความสำคัญไม่แพ้พลังการประมวลผล

รายงานสมุดปกขาวหัวข้อ Built for Scale: The Enduring Role of HDDs in the AI Era เปิดเผยว่า องค์กรที่เข้าร่วมการสำรวจกว่า 94.7% มีปริมาณการจัดเก็บข้อมูลเพิ่มสูงขึ้นอย่างชัดเจนในช่วง 12 เดือนที่ผ่านมา เนื่องจากการนำระบบ Generative AI มาใช้งาน โดย 61% มีข้อมูลขยายตัวตั้งแต่ 25% ขึ้นไป และกว่า 74% คาดการณ์ว่าข้อมูลจะยังคงเพิ่มขึ้นในอัตรานี้ต่อเนื่องอีกอย่างน้อยสามปีข้างหน้า นอกจากนี้ 85.4% ยังระบุว่าแหล่งเก็บข้อมูลขนาดใหญ่หรือ Data Lake มีปริมาณขยายตัวขึ้น โดยมีปัจจัยหนุนมาจากข้อมูลที่ถูกสร้างขึ้นโดยระบบ AI อาทิ ข้อมูลสังเคราะห์ ผลลัพธ์จากการประมวลผล และบันทึกประวัติการทำงานของโมเดล

การนำเทคโนโลยี AI มาประยุกต์ใช้ยังส่งผลต่อพฤติกรรมการใช้งานข้อมูลระยะยาว โดย 74.3% ขององค์กรมีแนวโน้มจัดเก็บข้อมูลไว้นานขึ้น และ 75.9% เริ่มนำข้อมูลที่แทบไม่ได้ถูกเรียกใช้งานหรือข้อมูลระดับจัดเก็บถาวร (Cold-tier Data) กลับมาใช้งานในระบบออนไลน์เพื่อเป็นวัตถุดิบในการประมวลผล AI ขณะที่ 96% มีความต้องการเรียกคืนข้อมูลจากระบบจัดเก็บถาวรให้รวดเร็วยิ่งขึ้น เพื่อรองรับการทำงานของกระบวนการสืบค้นและสร้างคำตอบ หรือ Retrieval-Augmented Generation (RAG) ตลอดจนการประมวลผลข้อมูลแบบเรียลไทม์

นายเออร์วิง แทน (Irving Tan) ประธานเจ้าหน้าที่บริหารของเวสเทิร์น ดิจิตอล กล่าวถึงแนวโน้มดังกล่าวว่า แม้ที่ผ่านมาการออกแบบโครงสร้างพื้นฐานจะเน้นไปที่ขุมพลังการประมวลผลเป็นหลัก แต่แท้จริงแล้ว AI จำเป็นต้องอาศัยข้อมูลเป็นตัวขับเคลื่อนสำคัญ และแม้ว่าความต้องการด้านการประมวลผลจะปรับเปลี่ยนไปตามรอบการลงทุน ทว่าปริมาณข้อมูลที่เกิดขึ้นกลับสะสมเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ดังนั้นการมีรากฐานระบบจัดเก็บและเข้าถึงข้อมูลปริมาณมหาศาลที่มีเสถียรภาพจึงเป็นปัจจัยสำคัญในการพัฒนา AI ให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุด

Advertisement

ปัจจุบันองค์กรกว่า 74.6% มีการจัดแบ่งระดับการจัดเก็บข้อมูลตามความถี่ในการเข้าถึง ได้แก่ ระดับ Warm, Cool และ Cold โดยข้อมูลในแหล่งจัดเก็บขนาดใหญ่มากกว่า 60% จัดเป็นข้อมูลในระดับที่ไม่ค่อยถูกเรียกใช้งาน ส่งผลให้ผู้บริหารระดับสูงถึง 98.2% ให้ความสำคัญกับต้นทุนรวมในการเป็นเจ้าของต่อเทราไบต์ หรือ TCO per terabyte ในการพิจารณาเลือกระบบจัดเก็บข้อมูล เพื่อให้สถาปัตยกรรมโครงสร้างพื้นฐานมีความคุ้มค่าทางเศรษฐศาสตร์และรองรับวงจรชีวิตของข้อมูลได้อย่างยั่งยืน

สามารถอ่าน งานวิจัยฉบับเต็มของ IDC เรื่อง Built for Scale: The Enduring Role of HDDs in the AI Era ซึ่งได้รับการสนับสนุนโดย WD ได้ที่ https://www.westerndigital.com/resources/white-paper/idc-hdds-ai-era.