การศึกษา
อว. จับมือ วช. ดึง 7 นวัตกรรมสู้ภัยน้ำท่วม ครอบคลุมเตือนภัย กู้ชีพ และฟื้นฟู ตั้งเป้าช่วยกว่า 2.5 หมื่นครัวเรือน
สำนักข่าวบริคอินโฟ – กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม ร่วมกับสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ นำ 7 นวัตกรรมไทยสู้ภัยน้ำท่วม ลงพื้นที่ปฏิบัติการจริง เพื่อสนับสนุนการบริหารจัดการน้ำอย่างเป็นระบบ ครอบคลุมการแจ้งเตือนภัย การกู้ภัยเร่งด่วน และการฟื้นฟูหลังน้ำลด โดยตั้งเป้าหมายช่วยเหลือประชาชนไม่ต่ำกว่า 23,000–25,000 ครัวเรือนทั่วประเทศ
ศ.ดร.ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม ระบุว่า นวัตกรรมทั้ง 7 ชิ้นเป็นการนำผลงานวิจัยจากสถาบันการศึกษามาประยุกต์ใช้ในสถานการณ์จริง ซึ่งการนำมาปฏิบัติการภาคสนามช่วยให้เห็นข้อจำกัดและสามารถพัฒนาต่อยอดได้อย่างตรงจุด โดยมีตัวอย่างการใช้งาน เช่น การใช้โดรนกู้ภัยในพื้นที่จังหวัดน่าน และอยู่ระหว่างเพิ่มกำลังการผลิตเพื่อขยายความช่วยเหลือไปยังพื้นที่อื่น

สำหรับผลงานวิจัยที่นำมาปรับใช้แบ่งออกเป็น 3 ระยะ ได้แก่ ระยะเตรียมพร้อมก่อนเกิดเหตุ มีระบบตรวจวัดระดับน้ำแบบเรียลไทม์พลังงานแสงอาทิตย์ Flood Boy และ Flood Eye โดยมหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวงและมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ติดตั้งนำร่องแล้ว 35 จุด ใน 4 จังหวัดภาคเหนือ และเตรียมขยายเป็น 6 จังหวัด เพื่อส่งข้อมูลแจ้งเตือนไปยังผู้นำชุมชนผ่านแอปพลิเคชัน LINE ซึ่งคาดว่าจะครอบคลุมกว่า 15,000 ครัวเรือน

ในส่วน ระยะเผชิญเหตุ มีการใช้ฝูงโดรนกู้ภัยของสมาคมกีฬาเครื่องบินจำลองและวิทยุบังคับ โดยใช้โดรนติดกล้องจับความร้อนสำหรับค้นหาผู้ประสบภัยร่วมกับโดรนลำเลียงสิ่งของจำเป็นที่รองรับน้ำหนักได้สูงสุด 50 กิโลกรัม ในพื้นที่จังหวัดพระนครศรีอยุธยาและใกล้เคียง ชุดออกซิเจนกระป๋องพกพาฉุกเฉินโดยมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี สำหรับผู้ป่วยโรคทางเดินหายใจและโรคหัวใจในพื้นที่ถูกตัดขาด และชุดยังชีพสัตว์เลี้ยงฉุกเฉิน Gatti Bag และ Gatti Box โดยมหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒและจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ซึ่งบรรจุอุปกรณ์ดูแลสัตว์เลี้ยงสำหรับศูนย์อพยพได้นาน 7 วัน
สำหรับ ระยะหลังน้ำลด มุ่งเน้นการฟื้นฟูด้วยชุดเฟอร์นิเจอร์โรงเรียนพลาสติกรีไซเคิลทนน้ำท่วมโดยมหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงใหม่ มอบให้โรงเรียนในกรุงเทพมหานคร สเปรย์คอปเปอร์นาโนกำจัดและป้องกันเชื้อรา AGENT 29 โดยจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย สำหรับฉีดพ่นพื้นผิวและเบาะรถยนต์ และจุลินทรีย์ Clear Soil โดยมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ เพื่อบำบัดสารตกค้างในดินให้กลับมาเพาะปลูกได้ โดยส่งมอบแล้วในจังหวัดเชียงราย เชียงใหม่ และสงขลา
ศ.ดร.ยศชนัน กล่าวเพิ่มเติมว่า ขณะนี้ยังคงต้องเฝ้าระวังมวลน้ำที่ไหลลงสู่พื้นที่ภาคกลางและภาคตะวันออก ควบคู่กับการฟื้นฟูหลังน้ำลดอย่างต่อเนื่อง ทั้งนี้ ผลงานวิจัยทั้งหมดได้รับการตีพิมพ์ทางวิชาการแล้ว และเปิดโอกาสให้ภาคเอกชนเข้าร่วมรับการถ่ายทอดเทคโนโลยี เพื่อขยายกำลังการผลิตเชิงพาณิชย์และกระจายความช่วยเหลือสู่สังคมได้อย่างทั่วถึง
