การเมือง
“ศุภจี” ตรวจโรงงาน “โตโยต้า” ติดตามซัพพลายเชนรับมือน้ำท่วม ลดผลกระทบภาคผลิตและส่งออก
สำนักข่าวบริคอินโฟ – นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ลงพื้นที่โรงงานประกอบชิ้นส่วนโตโยต้า (Toyota) จังหวัดสมุทรปราการ เพื่อติดตามผลกระทบจากสถานการณ์น้ำท่วมต่อภาคการผลิตและการส่งออก พร้อมวางแนวทางดูแลระบบซัพพลายเชนอุตสาหกรรมไม่ให้เกิดปัญหาคอขวดในสายพานการผลิต

นางสาวลลิดา เพริศวิวัฒนา รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า การลงพื้นที่ดังกล่าวสืบเนื่องจากการประชุมคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ 6 ตุลาคม 2569 ซึ่งรัฐบาลกำหนดแนวทางดูแลภาคเศรษฐกิจควบคู่กับการช่วยเหลือเยียวยาผู้ประสบภัย โดยนางศุภจีได้รับมอบหมายให้กำกับดูแลกระทรวงพาณิชย์ กระทรวงอุตสาหกรรม กระทรวงวัฒนธรรม และกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา จึงต้องบูรณาการการทำงานร่วมกัน โดยเฉพาะกระทรวงพาณิชย์ที่ดูแลสินค้าปลายน้ำและการส่งออก กับกระทรวงอุตสาหกรรมที่ดูแลโรงงานและห่วงโซ่อุปทานต้นน้ำ เพื่อป้องกันปัญหาสินค้าขาดแคลนและรักษาเสถียรภาพการส่งออก

จากการตรวจสอบพบว่า โรงงานของโตโยต้าทั้ง 3 แห่งไม่ได้รับผลกระทบจากน้ำท่วมโดยตรง แต่การผลิตได้รับผลกระทบจากซัพพลายเออร์บางส่วนที่ประสบอุทกภัยจนไม่สามารถจัดส่งชิ้นส่วนได้ตามปกติ จึงได้สั่งการให้กระทรวงอุตสาหกรรมเร่งสำรวจจุดที่เป็นคอขวดของวัตถุดิบทั้งระบบ เพื่อให้ภาครัฐเข้าประสานงานแก้ไขข้อจำกัดได้อย่างตรงจุด โดยในระยะสั้นหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเตรียมลงพื้นที่นิคมอุตสาหกรรมอมตะและฐานการผลิตสำคัญอื่นๆ เพื่อสำรวจผลกระทบของกลุ่มผู้ผลิตชิ้นส่วนยานยนต์และอุตสาหกรรมอาหารตลอดห่วงโซ่การผลิต

สำหรับแนวทางระยะยาว รัฐบาลเตรียมนำข้อเสนอของภาคเอกชนเข้าสู่การพิจารณาระดับนโยบาย ซึ่งยังไม่มีผลบังคับใช้ในขณะนี้ ประกอบด้วย ข้อเสนอการยกเว้นภาษีนำเข้าสำหรับเครื่องจักร อุปกรณ์ และอะไหล่ที่ใช้ซ่อมแซมโรงงานที่ประสบภัย การลดหย่อนภาษีเพิ่มเติมสำหรับค่าใช้จ่ายในการฟื้นฟูเครื่องจักร รวมถึงสิทธิประโยชน์ทางภาษีเพื่อแบ่งเบาภาระค่าใช้จ่ายด้านการขนส่งแรงงานและวัตถุดิบ นอกจากนี้ ยังมีแนวคิดส่งเสริมให้โรงงานใช้ช่วงเวลาที่หยุดผลิตชั่วคราวจัดอบรมพัฒนาทักษะแรงงานเพื่อเตรียมพร้อมเร่งผลิตทันทีเมื่อสถานการณ์คลี่คลาย
ทั้งนี้ นางศุภจีระบุว่า ภาครัฐจะรวบรวมข้อมูลพื้นที่อุตสาหกรรมและระบบโลจิสติกส์ที่สามารถบริหารจัดการสถานการณ์ได้ดี เพื่อสื่อสารและสร้างความเชื่อมั่นแก่นักลงทุนต่างประเทศว่าระบบการผลิตของไทยยังสามารถดำเนินงานได้อย่างต่อเนื่อง
