Connect with us

ข่าว

ซีอีโอแมคโดนัลด์อเมริกา แจงดราม่าไวรัลกินเบอร์เกอร์ “บิ๊ก อาร์ช” บอก กินจริง แต่แม่สอนว่าอย่าพูดตอนกิน คลิปเลยดูปลอม

Published

on

คริส เคมป์ซินสกี ซีอีโอ McDonald's แจงดราม่าคลิปไวรัลกิน Big Arch ย้ำความสำคัญโซเชียลมีเดีย พร้อมเผยกลยุทธ์คืนความคุ้มค่าด้วยเมนูราคาประหยัดรับมือเงินเฟ้อ

สำนักข่าวบริคอินโฟ – คริส เคมป์ซินสกี (Chris Kempczinski) ประธานเจ้าหน้าที่บริหารของ แมคโดนัลด์ (McDonald’s) ออกมาเปิดใจเป็นครั้งแรกหลังคลิปวิดีโอทดลองชิมเบอร์เกอร์เมนูใหม่ ชื่อ “บิ๊ก อาร์ช” (Big Arch) กลายเป็นไวรัลจากการถูกวิพากษ์วิจารณ์เรื่องท่าทางการกิน โดยเขาระบุกับ WSJ ว่าในโลกยุคเศรษฐกิจผู้สร้างคอนเทนต์ (Creator Economy) แบรนด์ไม่สามารถควบคุมทุกอย่างได้อีกต่อไป และการมีส่วนร่วมของลูกค้าบนโซเชียลมีเดียคือความจริงใจที่สะท้อนภาพลักษณ์ของแบรนด์ในปัจจุบัน พร้อมย้ำแผนงานปีนี้ที่จะมุ่งเน้นการคืนความคุ้มค่าให้กับผู้บริโภคท่ามกลางภาวะเงินเฟ้อ

เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นเมื่อคลิปวิดีโอที่เคมป์ซินสกีชิม บิ๊ก อาร์ช (Big Arch) ถูกนำไปล้อเลียนบนโลกออนไลน์ โดยเฉพาะประเด็นที่เขากัดคำเล็กจนถูกตั้งคำถามว่าไม่ชอบอาหารของตัวเองหรือเป็นมังสวิรัติหรือไม่ ซึ่งเขาได้ชี้แจงถึงเรื่องนี้ว่า “ผมไม่ใช่คนมังสวิรัติแน่นอน ผมต้องโทษแม่ของผมที่สอนมาตลอดว่าอย่าพูดตอนที่มีอาหารเต็มปาก ในตอนนั้นผมคงควรจะพูดว่า ช่างมันเถอะ แล้วก็พูดทั้งที่เคี้ยวอยู่นั่นแหละ” เขายังเสริมว่าการที่ผู้บริหารระดับสูงเข้ามามีบทบาทบนโซเชียลมีเดียมีความเสี่ยง แต่ก็จำเป็นเพราะซีอีโอคือหน้าตาของแบรนด์ และการที่คนพูดถึงผลิตภัณฑ์ถือเป็นเรื่องดี แม้จะเป็นในแง่มุมที่คาดไม่ถึงก็ตาม

นอกจากประเด็นไวรัลแล้ว แมคโดนัลด์ (McDonald’s) กำลังเผชิญกับความท้าทายด้านการแข่งขันที่รุนแรงและการรับรู้ของผู้บริโภคเรื่องราคาอาหารที่สูงขึ้น เคมป์ซินสกียอมรับว่าในช่วงที่เกิดเงินเฟ้อ อุตสาหกรรมร้านอาหารอาจจะหลุดจากจุดยืนเรื่องความคุ้มค่าไปบ้าง แต่บริษัทกำลังพยายามดึงจุดแข็งนี้กลับมา โดยล่าสุดเตรียมเปิดตัวเมนู 10 รายการที่มีราคาต่ำกว่า 3 ดอลลาร์สหรัฐ เพื่อดึงดูดกลุ่มลูกค้าที่ใส่ใจเรื่องความประหยัดและกำลังเผชิญกับแรงกดดันทางเศรษฐกิจ

สำหรับการพัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่ เคมป์ซินสกีเผยว่า บิ๊ก อาร์ช (Big Arch) ถูกพัฒนาขึ้นเพื่อตอบโจทย์ลูกค้าที่ต้องการเบอร์เกอร์พรีเมียมขนาดใหญ่ โดยใช้เวลาพัฒนาไม่ถึงหนึ่งปีเพื่อความรวดเร็วตามรสนิยมผู้บริโภคที่เปลี่ยนไปไว “เราอยู่ในโลกที่รสนิยมและความชอบของผู้บริโภคเปลี่ยนแปลงเร็วมาก คุณต้องตีเหล็กตอนที่ยังร้อน” เขายังกล่าวถึงกลยุทธ์การบริหารเมนูอาหารที่หลากหลายว่า แมคโดนัลด์ต้องให้บริการคนทุกกลุ่มตั้งแต่วัยรุ่นไปจนถึงผู้สูงอายุ ทั้งคนรวยและคนจน ซึ่งต้องรักษามาตรฐานทั้งรสชาติ ความรวดเร็ว และความแม่นยำในเวลาเดียวกัน

Advertisement

ท้ายที่สุด เคมป์ซินสกีระบุถึงการจัดตั้งทีมประสบการณ์ร้านอาหาร (Restaurant Experience Team) เพื่อดูแลภาพรวมก่อนที่ลูกค้าจะเริ่มรับประทาน โดยชี้ให้เห็นว่า 60% ของการรับรู้รสชาติเกิดขึ้นก่อนที่ลูกค้าจะกัดคำแรกเสียอีก ซึ่งมาจากแหล่งที่มาของวัตถุดิบ กลิ่นในร้าน และการได้เห็นขั้นตอนการเตรียมอาหาร ทั้งหมดนี้คือส่วนสำคัญที่จะช่วยสร้าง “ช่วงเวลาแห่งความจริง” (Moment of Truth) เมื่อลูกค้าได้สัมผัสกับอาหารของ แมคโดนัลด์ (McDonald’s) ในที่สุด

Continue Reading
Advertisement