ข่าว
กทม. ร่วมมือ พม. สรุปผลคัดกรองคนไร้ที่พึ่งเกาะรัตนโกสินทร์ 7 วัน พบ 96 ราย เตรียมตั้งทีมสหวิชาชีพเฝ้าระวัง 5 จุดตลอด 24 ชั่วโมง
สำนักข่าวบริคอินโฟ – กรุงเทพมหานคร ร่วมกับ กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ รายงานผลการดำเนินงานจัดระเบียบและคัดกรอง คนไร้ที่พึ่ง บริเวณเกาะรัตนโกสินทร์ ระยะที่ 1 ในรอบ 7 วัน พบผู้เข้าสู่กระบวนการคัดกรองรวม 96 ราย โดยส่งต่อไปยัง บ้านอิ่มใจ แล้ว 30 ราย พร้อมเตรียมจัดตั้งทีมสหวิชาชีพและวางกำลังเฝ้าระวังพื้นที่เสี่ยง 5 จุด ตลอด 24 ชั่วโมงในระยะถัดไป

นายศานนท์ หวังสร้างบุญ รองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร เป็นประธานการประชุมติดตามผลปฏิบัติการร่วมกับผู้แทนกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ สำนักพัฒนาสังคม ตำรวจ และทีมแพทย์ โดยข้อมูลสถิติตั้งแต่วันที่ 27 สิงหาคม ถึง 2 กันยายน 2569 ระบุว่า จากผู้ถูกคัดกรองทั้งหมด 96 ราย แบ่งเป็นเพศชาย 70 ราย และหญิง 26 ราย จำแนกเป็นคนไร้ที่พึ่ง 49 ราย ผู้สูงอายุ 36 ราย คนพิการ 6 ราย และผู้มีอาการทางจิตเวช 5 ราย ทั้งนี้มีผู้สมัครใจเข้าสู่กระบวนการช่วยเหลือ 37 ราย ส่วนอีก 59 รายยังไม่ประสงค์รับความช่วยเหลือ ซึ่งเจ้าหน้าที่จะเน้นการพูดคุยสร้างความเข้าใจเป็นรายบุคคลต่อไป
ในส่วนของการดูแลช่วยเหลือ สำนักพัฒนาสังคมได้นำผู้คัดกรองเข้าพักที่บ้านอิ่มใจแล้ว 28 ราย จากที่มีการส่งต่อ 30 ราย เนื่องจาก 1 รายเป็นชาวต่างชาติจึงประสานส่งต่อหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง และอีก 1 รายเคยใช้บริการแล้วกลับออกไป โดยสำนักอนามัยได้ดำเนินการเอกซเรย์ปอดกลุ่มผู้พักอาศัยเพื่อคัดกรองวัณโรค พบผู้มีความผิดปกติ 20 ราย ซึ่งอยู่ระหว่างรอผลตรวจทางห้องปฏิบัติการ นอกจากนี้ กรุงเทพมหานครยังได้ร่วมมือกับกรมการจัดหางานและภาคประชาสังคม ในการสำรวจทักษะเพื่อเตรียมส่งเสริมอาชีพ ทั้งงานธุรการ งานบริการ และงานก่อสร้าง ขณะที่กลุ่มผู้สูงอายุและผู้พิการที่ไม่พร้อมทำงานจะได้รับการดูแลระยะยาว

สำหรับแนวทางการดำเนินงานระยะที่ 2 ที่ประชุมมีมติแต่งตั้งทีมสหวิชาชีพ (MDT) เพื่อประเมินสภาพปัญหารายกรณีใน 4 มิติ ได้แก่ สังคมสงเคราะห์ กฎหมาย สุขภาพกาย-สุขภาพจิต และการมีงานทำ โดยจะไม่ส่งทุกคนไปยังบ้านอิ่มใจหากไม่ตรงกับแนวทางการฟื้นฟู พร้อมกันนี้ได้กำหนดจุดเฝ้าระวัง 24 ชั่วโมง จำนวน 5 จุดสำคัญรอบเกาะรัตนโกสินทร์ ได้แก่ ถนนราชดำเนิน โรงแรมรัตนโกสินทร์ ตรอกสาเก ถนนบุญสิริ และบริเวณหลังศาลฎีกา โดยจัดกำลังร่วมระหว่างเทศกิจ เจ้าหน้าที่เขต และนักสังคมสงเคราะห์ เพื่อสำรวจข้อมูลและบันทึกสถิติอย่างต่อเนื่อง
นายศานนท์ระบุว่า การทำงานมุ่งเน้นการจัดระเบียบพื้นที่สาธารณะควบคู่ไปกับการฟื้นฟูคุณภาพชีวิตของประชาชนกลุ่มเปราะบางอย่างถูกต้องตามขั้นตอน โดยไม่ใช้การบังคับขับไล่ ซึ่งหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจะมีการประชุมประเมินผลทุก 7 วัน เพื่อปรับแผนการปฏิบัติงานให้สอดคล้องกับสถานการณ์จริงในพื้นที่
