ข่าว
กทท. เผยผลดำเนินงาน 9 เดือนปีงบฯ 69 กำไรสุทธิ 5,397 ล้านบาท ตู้สินค้าผ่านท่าแตะ 9.06 ล้าน ที.อี.ยู.
สำนักข่าวบริคอินโฟ – การท่าเรือแห่งประเทศไทย เผยผลการดำเนินงาน 9 เดือนแรกของปีงบประมาณ 2569 ขยายตัวต่อเนื่องตามทิศทางเศรษฐกิจและภาคการส่งออก โดยมีตู้สินค้าผ่านท่ารวมกว่า 9.06 ล้าน ที.อี.ยู. ส่งผลให้มีรายได้รวม 12,649 ล้านบาท และทำกำไรสุทธิได้ 5,397 ล้านบาท พร้อมรองรับความต้องการด้านการค้าและการขนส่งตามนโยบายกระทรวงคมนาคม
ว่าที่ร้อยตรี รัฐกร เขียวไพศาล รองผู้อำนวยการสายบริหารการเงินและกลยุทธ์องค์กร รักษาการแทนผู้อำนวยการ การท่าเรือแห่งประเทศไทย (กทท.) เปิดเผยว่า ผลการดำเนินงานช่วง 9 เดือนแรกของปีงบประมาณ 2569 (ตุลาคม 2568 – มิถุนายน 2569) มีเรือเทียบท่ารวม 11,591 เที่ยว เพิ่มขึ้น 2.76% ปริมาณสินค้าผ่านท่า 97.61 ล้านตัน เพิ่มขึ้น 4.44% และตู้สินค้าผ่านท่า 9.06 ล้าน ที.อี.ยู. เพิ่มขึ้น 6.63% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนหน้า ซึ่งปริมาณตู้สินค้าเป็นกลุ่มที่มีอัตราการขยายตัวสูงสุด
สำหรับสถิติรายท่าเรือพบว่า ท่าเรือแหลมฉบัง มีเรือเทียบท่า 8,190 เที่ยว เพิ่มขึ้น 3.32% ปริมาณสินค้าผ่านท่า 83.62 ล้านตัน เพิ่มขึ้น 5.56% และตู้สินค้าผ่านท่า 8.10 ล้าน ที.อี.ยู. เพิ่มขึ้น 7.39% ขณะที่ ท่าเรือกรุงเทพ มีเรือผ่านท่า 3,401 เที่ยว เพิ่มขึ้น 1.43% ปริมาณสินค้าผ่านท่า 13.99 ล้านตัน และมีตู้สินค้าผ่านท่า 969,173 ที.อี.ยู. เพิ่มขึ้น 0.63%
ในส่วนของท่าเรือภูมิภาคมีการขยายตัวอย่างมีนัยสำคัญ โดยเฉพาะ ท่าเรือพาณิชย์เชียงแสน ซึ่งได้รับผลบวกจากการปิดด่านพรมแดนของประเทศเมียนมา และข้อตกลงการขนส่งผลไม้ร่วมกับท่าเรือกวนเหล่ย ประเทศจีน ส่งผลให้มีเรือผ่านท่า 2,750 เที่ยว เพิ่มขึ้น 10.04% ปริมาณสินค้าผ่านท่า 1.95 แสนตัน เพิ่มขึ้น 36.55% และตู้สินค้าผ่านท่า 7,058 ที.อี.ยู. เพิ่มขึ้น 165.59% ด้าน ท่าเรือระนอง มีเรือผ่านท่าเพิ่มขึ้น 49% ตู้สินค้าผ่านท่าเพิ่มขึ้น 81.08% และ ท่าเรือเชียงของ มีเรือผ่านท่าเพิ่มขึ้น 86.21% สินค้าผ่านท่าเพิ่มขึ้น 79.76%
จากการขยายตัวของปริมาณเรือและสินค้าดังกล่าว ส่งผลให้ภาพรวมผลประกอบการของ กทท. ในรอบ 9 เดือน มีรายได้รวม 12,649 ล้านบาท ปรับตัวเพิ่มขึ้น 2.38% และมีกำไรสุทธิรวม 5,397 ล้านบาท ทั้งนี้ หน่วยงานยังคงดำเนินโครงการปรับปรุงโครงสร้างพื้นฐานและพัฒนาระบบบริการ เพื่อสนับสนุนการเชื่อมโยงระบบโลจิสติกส์ของประเทศในระยะต่อไป
