ข่าว
รัฐบาลเกาะติดวิกฤตตะวันออกกลาง เร่งระดมช่วยคนไทย พร้อมคุมเข้มราคาสินค้าและพลังงานทั่วประเทศ
สำนักข่าวบริคอินโฟ – รัฐบาลไทยยกระดับการเฝ้าระวังสถานการณ์ความขัดแย้งในภูมิภาคตะวันออกกลางอย่างใกล้ชิด หลังการสู้รบระหว่างคู่ขัดแย้งหลักและกลุ่ม ฮิซบุลลอฮ์ (Hezbollah) ทวีความรุนแรงจนส่งผลกระทบต่อโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานและเสถียรภาพเศรษฐกิจโลก ล่าสุดกระทรวงการต่างประเทศเร่งประสานความช่วยเหลือแรงงานไทยที่เสียชีวิตในอิสราเอล และติดตามลูกเรือไทยในพื้นที่เสี่ยง ขณะที่หน่วยงานด้านพลังงานและพาณิชย์กางมาตรการคุมเข้มราคาสินค้าและบริหารจัดการสต็อกน้ำมันเพื่อป้องกันการขาดแคลนและการฉวยโอกาสขึ้นราคา
สถานการณ์ความตึงเครียดใน ตะวันออกกลาง (Middle East) เมื่อวันที่ 21 มีนาคม 2569 ยังคงน่ากังวล โดยมีการขยายวงโจมตีไปยังแหล่งพลังงานสำคัญและพื้นที่ยุทธศาสตร์อย่าง ช่องแคบฮอร์มุซ (Strait of Hormuz) ซึ่งมีการเผชิญหน้าทางทหารระหว่างฝ่ายสหรัฐฯ และอิสราเอล กับกองกำลังในพื้นที่ นอกจากนี้ยังมีรายงานการเสียชีวิตของโฆษกกองกำลังพิทักษ์การปฏิวัติอิสลาม หรือ IRGC (Islamic Revolutionary Guard Corps) จากการโจมตีทางอากาศ ส่งผลให้กระทรวงการต่างประเทศของไทยต้องออกแถลงการณ์เรียกร้องให้ทุกฝ่ายกลับเข้าสู่กระบวนการเจรจาทางทูตโดยเร็ว เพื่อความปลอดภัยของพลเรือนและรักษาเส้นทางเดินเรือสากล
สำหรับการช่วยเหลือคนไทยในพื้นที่ สถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงเทลอาวีฟ (Royal Thai Embassy, Tel Aviv) กำลังเร่งประสานกับรัฐบาลอิสราเอลเพื่อส่งร่างแรงงานไทย 1 รายที่เสียชีวิตจากสะเก็ดระเบิดกลับสู่ภูมิลำเนา พร้อมดูแลสิทธิประโยชน์และเงินชดเชยอย่างเต็มที่ ส่วนกรณีลูกเรือไทย 3 คนบนเรือ “มยุรีนารี” (Mayuree Naree) ฝ่ายไทยได้ประสานไปยังทางการโอมานและอิหร่านเพื่อติดตามสถานการณ์และหาแนวทางช่วยเหลืออย่างปลอดภัยที่สุด แม้จะมีข้อจำกัดด้านความมั่นคงในพื้นที่ก็ตาม โดยขอให้คนไทยในภูมิภาคดังกล่าวติดตามข่าวสารจากทางราชการอย่างเคร่งครัด
ด้านความมั่นคงทางพลังงาน กรมธุรกิจพลังงาน (Department of Energy Business) ได้สั่งการให้สำนักงานพลังงานจังหวัดทั่วประเทศรายงานสถานการณ์น้ำมันเป็นรายวัน พร้อมผ่อนผันให้รถบรรทุกน้ำมันวิ่งขนส่งได้ 24 ชั่วโมงตลอดเดือนมีนาคม เพื่อกระจายเชื้อเพลิงเข้าสู่สถานีบริการให้ทั่วถึง ปัจจุบันปริมาณการใช้ น้ำมันดีเซล (Diesel) และ น้ำมันเบนซิน (Gasoline) เริ่มกลับเข้าสู่ภาวะสมดุล อย่างไรก็ตาม กระทรวงพลังงานอยู่ระหว่างยกร่างประกาศตาม พระราชบัญญัติการค้าน้ำมันเชื้อเพลิง พ.ศ. 2543 เพื่อบังคับให้ผู้ค้าน้ำมันต้องแสดงราคาและปริมาณน้ำมันคงเหลือ ณ โรงกลั่นและคลังน้ำมัน เพื่อความโปร่งใสและป้องกันการกักตุน
ในส่วนของราคาสินค้าอุปโภคบริโภค กระทรวงพาณิชย์ (Ministry of Commerce) ได้บูรณาการร่วมกับผู้ว่าราชการจังหวัดและพาณิชย์จังหวัดทั่วประเทศ ลงพื้นที่ตรวจสอบสถานประกอบการกว่า 2,021 แห่ง พบผู้กระทำผิดไม่ปิดป้ายแสดงราคา 10 ราย ในพื้นที่ 8 จังหวัด ซึ่งได้ดำเนินคดีตามกฎหมายแล้ว สำหรับสถานการณ์ น้ำมันปาล์ม (Palm Oil) ยืนยันว่ามีสต็อกน้ำมันปาล์มดิบ (CPO) ประมาณ 3.5 แสนตัน ซึ่งเพียงพอต่อการบริโภคภายในประเทศ และจะมีผลผลิตใหม่เข้าสู่ตลาดเพิ่มในช่วงเดือนเมษายน โดยราคาจำหน่ายปลีกยังทรงตัวอยู่ที่ 42–50 บาทต่อขวด
ทั้งนี้ กระทรวงพาณิชย์ได้ย้ำเตือนผู้ประกอบการห้ามฉวยโอกาสปรับขึ้นราคาโดยไม่มีเหตุสมควร โดยระบุว่า “หากพบการจำหน่ายสินค้าไม่เป็นธรรม หรือการปฏิเสธการจำหน่าย สามารถแจ้งได้ที่สายด่วน 1569 หรือสำนักงานพาณิชย์จังหวัดทั่วประเทศ เพื่อให้เจ้าหน้าที่ดำเนินการตามกฎหมายทันที” พร้อมขอให้ประชาชนอย่าตื่นตระหนกเนื่องจากสินค้าจำเป็นยังมีเพียงพอต่อความต้องการ
