ข่าว
ศบก. สรุปแผนช่วยเหลือคนไทยในตะวันออกกลาง และมาตรการคุมราคาสินค้า-น้ำมัน
สำนักข่าวบริคอินโฟ – ศูนย์บริหารและติดตามสถานการณ์การสู้รบในภูมิภาคตะวันออกกลาง (ศบก.) แถลงความคืบหน้าการช่วยเหลือคนไทยและมาตรการรับมือผลกระทบจากการสู้รบที่ขยายวงกว้าง โดยล่าสุดกระทรวงการต่างประเทศ (Ministry of Foreign Affairs) เร่งประสานส่งร่างแรงงานไทยที่เสียชีวิตในอิสราเอลกลับมาตุภูมิ พร้อมเตรียมอพยพคนไทยจากอิหร่านและตุรกี ขณะที่กระทรวงพาณิชย์และกระทรวงพลังงานยืนยันสินค้าอุปโภคบริโภคและน้ำมันเชื้อเพลิงมีสำรองเพียงพอ พร้อมเข้มงวดการตรวจจับผู้ฉวยโอกาสขึ้นราคาสินค้าในช่วงวิกฤต
นายปาณิดล ปัจฉิมสวัสดิ์ รักษาการอธิบดีกรมสารนิเทศ และรองโฆษกกระทรวงการต่างประเทศ เปิดเผยถึงความรุนแรงในภูมิภาคที่เริ่มส่งผลกระทบต่อโครงสร้างพื้นฐานสำคัญ โดยเฉพาะการโจมตีเขตนิคมอุตสาหกรรม Ras Laffan Industrial City ในกาตาร์ ซึ่งเป็นศูนย์กลางพลังงานระดับโลก ส่งผลให้ราคาน้ำมันมีความผันผวน พร้อมระบุถึงสถานการณ์ช่วยเหลือคนไทยว่า “กระทรวงการต่างประเทศขอแสดงความเสียใจอย่างสุดซึ้งต่อครอบครัวผู้เสียชีวิตจากเหตุระเบิดในอิสราเอล โดยสถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงเทลอาวีฟ กำลังประสานส่งร่างกลับประเทศไทยและติดตามสิทธิประโยชน์อย่างใกล้ชิด” นอกจากนี้ยังเตรียมอพยพแรงงานและนักศึกษา 10 คนจากเมืองบันดาร์อับบาสและเมืองกุม เดินทางทางบกผ่านตุรกีเพื่อกลับไทย รวมถึงติดตามความช่วยเหลือลูกเรือไทย 3 คนบนเรือ มยุรีนารี ที่อยู่ในความดูแลของทางการอิหร่าน
ด้านการดูแลสิทธิประโยชน์ นายสันติ นันตสุวรรณ รองปลัดกระทรวงแรงงาน และโฆษกกระทรวงแรงงาน (Ministry of Labour) ให้ข้อมูลว่าแรงงานไทยที่เสียชีวิตเป็นชาวจังหวัดชัยภูมิ เดินไปทำงานภาคเกษตรที่ Ozer farm ในชุมชน Adanim ประเทศอิสราเอล โดยทายาทจะได้รับเงินช่วยเหลือจากกองทุนคนหางานฯ 40,000 บาท ค่าจัดการศพ 40,000 บาท เงินประกันสังคมอีกกว่า 71,459 บาท รวมถึงสิทธิประโยชน์จากสถาบันประกันภัยแห่งชาติอิสราเอลตามเงื่อนไขที่กำหนด
ขณะที่มาตรการภายในประเทศ นางสาวกนิษฐา กังสวนิช ผู้ตรวจราชการกระทรวงพาณิชย์ และรองโฆษกกระทรวงพาณิชย์ (Ministry of Commerce) ยืนยันว่าได้ส่งเจ้าหน้าที่ตรวจสอบสถานประกอบการกว่า 1,600 แห่ง พบผู้กระทำผิดฐานไม่ปิดป้ายแสดงราคาและขายสินค้าเกินสมควรในหลายจังหวัด อาทิ ชุมพร สระแก้ว และนครศรีธรรมราช ซึ่งได้ดำเนินคดีตามกฎหมายทันที ทั้งนี้ได้รับความร่วมมือจากผู้ผลิตรายใหญ่ 9 ราย ในการตรึงราคาสินค้าและยืนยันว่าสต็อกสินค้ามีเพียงพอต่อความต้องการของประชาชน
ส่วนความมั่นคงด้านพลังงาน นายวุฒิทัต ตันติเวสส รองอธิบดีกรมธุรกิจพลังงาน (Department of Energy Business) เปิดเผยว่าปัจจุบันประเทศไทยมีน้ำมันสำรองรวมประมาณ 104 วัน โดยปริมาณการใช้น้ำมันดีเซลและเบนซินเริ่มกลับเข้าสู่สภาวะปกติหลังจากช่วงสัปดาห์ก่อนมีการตื่นตัวสูง กระทรวงพลังงาน (Ministry of Energy) ได้ผ่อนผันเวลาเดินรถขนส่งน้ำมันได้ 24 ชั่วโมงทั่วประเทศเพื่อแก้ปัญหาการขาดแคลนชั่วคราวในบางพื้นที่ และขอยืนยันว่าการจัดหาน้ำมันดิบจากต่างประเทศยังเป็นไปตามปกติ ไม่มีการกักตุนน้ำมันในคลังหลัก
