ข่าว
สหรัฐฯ และอิสราเอล เปิดฉากโจมตีอิหร่าน มุ่งเป้าสังหารผู้นำ หวังเปลี่ยนระบอบการปกครอง
สำนักข่าวบริคอินโฟ – สหรัฐอเมริกาและอิสราเอลเปิดปฏิบัติการทางทหารโจมตีเป้าหมายหลายจุดใน อิหร่าน (Iran) เมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา โดยมุ่งเน้นไปที่กลุ่มผู้นำระดับสูงและโครงสร้างความมั่นคง ปฏิบัติการครั้งนี้ส่งผลให้ตะวันออกกลางก้าวเข้าสู่ภาวะสงครามเต็มรูปแบบอีกครั้ง ด้านประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ (Donald Trump) ระบุว่าการโจมตีนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อขจัดภัยคุกคามต่อความมั่นคงของสหรัฐฯ และเป็นการเปิดโอกาสให้ชาวอิหร่านลุกขึ้นมาโค่นล้มผู้ปกครองของตนเอง ขณะที่รัฐบาลเตหะรานตอบโต้ด้วยการยิงขีปนาวุธเข้าใส่ อิสราเอล (Israel) ทันที ท่ามกลางความกังวลของกลุ่มประเทศผู้ผลิตน้ำมันในอ่าวอาหรับที่เกรงว่าสถานการณ์จะบานปลาย
กระทรวงกลาโหมสหรัฐฯ หรือ เพนตากอน (Pentagon) เรียกปฏิบัติการระลอกแรกนี้ว่า “OPERATION EPIC FURY” ซึ่งแหล่งข่าวระบุว่าเป้าหมายหลักคือเจ้าหน้าที่ระดับสูงของอิหร่าน โดยเจ้าหน้าที่อิสราเอลเปิดเผยว่า อยาตุลเลาะห์ อาลี คาเมเนอี (Ayatollah Ali Khamenei) ผู้นำสูงสุด และประธานาธิบดี มาซูด เปเซชเคียน (Masoud Pezeshkian) ตกเป็นเป้าหมายในการโจมตีครั้งนี้ด้วย แต่ยังไม่ทราบชะตากรรมที่แน่ชัด อย่างไรก็ตาม แหล่งข่าวอีกกระแสระบุว่าคาเมเนอีไม่ได้อยู่ในกรุงเตหะรานขณะเกิดเหตุ โดยถูกย้ายไปยังสถานที่ปลอดภัยล่วงหน้าแล้ว ขณะที่คนใกล้ชิดฝ่ายความมั่นคงอิหร่านเผยว่ามีผู้บัญชาการระดับสูงของ กองกำลังพิทักษ์ปฏิวัติอิสลาม (Islamic Revolutionary Guard Corps – IRGC) และเจ้าหน้าที่ฝ่ายการเมืองหลายรายเสียชีวิตในเหตุการณ์นี้
ทางด้านกองกำลังพิทักษ์ปฏิวัติอิสลามของอิหร่านแถลงว่า ได้เริ่มตอบโต้ด้วยการส่งขีปนาวุธและโดรนเข้าโจมตีอิสราเอล พร้อมประกาศว่าฐานทัพและผลประโยชน์ของ สหรัฐอเมริกา (United States) ทั้งหมดในภูมิภาคอยู่ในระยะทำการของอิหร่าน โดยยืนยันว่าการล้างแค้นจะดำเนินต่อไปจนกว่า “ศัตรูจะพ่ายแพ้อย่างราบคาบ” ส่งผลให้เกิดเสียงระเบิดดังสนั่นในหลายพื้นที่ของสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ ทั้งในกรุงอาบูดาบีและดูไบ รวมถึงมีการโจมตีศูนย์บริการของ กองเรือที่ 5 ของสหรัฐฯ (U.S. Fifth Fleet) ในบาห์เรน นอกจากนี้ยังมีรายงานการระเบิดใกล้กับเกาะคาร์ก ซึ่งเป็นจุดส่งออกน้ำมันดิบกว่า 90% ของอิหร่าน
โดนัลด์ ทรัมป์ (Donald Trump) ได้เผยแพร่ข้อความผ่านสื่อสังคมออนไลน์ โดยย้อนความหลังถึงความขัดแย้งที่ยืดเยื้อนับตั้งแต่เหตุวิกฤตตัวประกันปี 1979 และย้ำว่าปฏิบัติการครั้งนี้มีเป้าหมายเพื่อป้องกันไม่ให้อิหร่านครอบครองอาวุธนิวเคลียร์ โดยเขากล่าวว่า “เมื่อเราดำเนินการเสร็จสิ้น จงเข้ายึดอำนาจรัฐบาลของคุณ มันจะเป็นของคุณ และนี่อาจเป็นโอกาสเดียวในรอบหลายชั่วอายุคน” พร้อมเตือนให้ประชาชนหาที่หลบภัยเนื่องจากระเบิดจะตกลงทุกที่ ขณะที่ นายกรัฐมนตรี เบนจามิน เนทันยาฮู (Benjamin Netanyahu) ของอิสราเอล กล่าวเสริมว่าการโจมตีร่วมกันครั้งนี้ “จะสร้างเงื่อนไขให้ชาวอิหร่านผู้กล้าหาญกำหนดชะตาชีวิตของตนเองและปลดแอกแอกแห่งทรราช”
สถานการณ์ภายในอิหร่านเริ่มตึงเครียด ประชาชนในกรุงเตหะรานต่างพากันถอนเงินสดและเข้าคิวรอเติมน้ำมันอย่างเนืองแน่น ท่ามกลางความกังวลเรื่องการตัดสัญญาณอินเทอร์เน็ต ขณะที่ อิสราเอล (Israel) สั่งปิดโรงเรียนและสถานที่ทำงานที่ไม่จำเป็น รวมถึงปิดน่านฟ้าเพื่อความปลอดภัย เช่นเดียวกับสายการบินทั่วโลกที่ประกาศยกเลิกเที่ยวบินข้ามตะวันออกกลาง ด้านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมอิสราเอล อิสราเอล คัตซ์ (Israel Katz) ระบุว่าการโจมตีเชิงรุกนี้ได้รับการวางแผนร่วมกับวอชิงตันมานานหลายเดือน เพื่อกำจัดภัยคุกคามก่อนที่อิหร่านจะดำเนินโครงการนิวเคลียร์และขีปนาวุธต่อไป
