การเมือง
กกต. สั่งสอบข้อเท็จจริงเขต 1 ชลบุรี ปมดราม่าหีบบัตรเลือกตั้ง รู้ผลภายใน 2 วันว่าจะนับคะแนนใหม่หรือไม่
สำนักข่าวบริคอินโฟ – คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) หรือ Election Commission of Thailand (ECT) แถลงชี้แจงกรณีความขัดแย้งในการนับคะแนน เขตเลือกตั้งที่ 1 จังหวัดชลบุรี หลังมีประชาชนตั้งข้อสงสัยเกี่ยวกับความโปร่งใสในขั้นตอนการขนย้ายและรวมหีบบัตรเลือกตั้ง โดย กกต. ได้มอบหมายให้รองเลขาธิการฯ ลงพื้นที่ตรวจสอบข้อเท็จจริงให้ชัดเจนภายใน 2 วัน เพื่อพิจารณาว่าเข้าข่ายต้องสั่ง นับคะแนนใหม่ หรือ เลือกตั้งใหม่ ตามกฎหมายหรือไม่ พร้อมยืนยันระบบการบันทึกคะแนนหน้าหน่วยเลือกตั้งมีความรัดกุม ไม่สามารถแก้ไขเปลี่ยนแปลงผลคะแนนได้ตามอำเภอใจ
ว่าที่ ร.ต.ภาสกร สิริภคยาพร รองเลขาธิการคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) พร้อมด้วย นายครรชิต เจริญอินทร์ รองเลขาธิการ กกต. ร่วมกันชี้แจงถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในพื้นที่ จังหวัดชลบุรี เขต 1 โดยระบุว่าความวุ่นวายที่เกิดขึ้นอาจเกิดจากความเข้าใจคลาดเคลื่อนในขั้นตอน การยุบรวมหีบบัตร ซึ่งเป็นกระบวนการหลังจากที่มีการประกาศผลคะแนนหน้าหน่วยเลือกตั้งเรียบร้อยแล้ว โดยหีบบัตรจากทุกหน่วยจะถูกส่งมารวมกันที่อำเภอเพื่ออัดรวมในหีบเดียวและเก็บรักษาไว้ในที่ปลอดภัยจนกว่าจะพ้นระยะเวลาคัดค้าน ซึ่งภาพที่ปรากฏในสื่อเรื่องสายรัดหีบบัตรถูกตัดนั้น เป็นเพียงส่วนหนึ่งของกระบวนการเปิดหีบเพื่อนำบัตรมารวมกันตามขั้นตอนปกติ
ในส่วนของข้อเรียกร้องให้มีการนับคะแนนใหม่นั้น สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง ย้ำว่าต้องเป็นไปตามข้อกฎหมาย โดย กกต. จะพิจารณาจากหลักฐานและรายงานเหตุการณ์ประจำหน่วย (สส. 5/18) มาประกอบกัน หากพบว่าจำนวนผู้มาใช้สิทธิไม่ตรงกับจำนวนบัตร หรือการนับคะแนนมีความผิดพลาดอย่างมีนัยสำคัญ กกต. มีอำนาจสั่งให้นับคะแนนใหม่หรือลงคะแนนใหม่ได้ทันที อย่างไรก็ตาม ขณะนี้ได้สั่งการให้ผู้อำนวยการการเลือกตั้งประจำจังหวัดชลบุรีรายงานผลภาพรวมและข้อเท็จจริงกลับมาพิจารณาภายในระยะเวลาไม่เกิน 2 วัน
ว่าที่ ร.ต.ภาสกร กล่าวว่า “การสั่งนับคะแนนใหม่ไม่สามารถทำได้ทันทีเพียงเพราะมีผู้มาร้องเรียน แต่ต้องผ่านการตรวจสอบข้อเท็จจริงว่ามีกระบวนการที่ฝ่าฝืนกฎหมายหรือไม่ ซึ่งผมได้มอบหมายให้นายครรชิตไปตรวจสอบให้แล้วเสร็จภายใน 2 วัน หากพบว่ามีมูลความจริง กกต. จะปฏิบัติตามมาตรา 124 ของกฎหมายเลือกตั้งทันที เพื่อให้เกิดความชอบธรรมและเป็นไปตามกรอบที่กฎหมายกำหนด”
นอกจากนี้ กกต. ยังได้ชี้แจงกรณีความผิดพลาดในพื้นที่อื่น เช่น จังหวัดมหาสารคาม ที่พบตัวเลขคลาดเคลื่อนบนป้ายประกาศผลที่อำเภอ โดยระบุว่าเป็นเพียงข้อผิดพลาดในการกรอกข้อมูลจากหน่วยเลือกตั้งที่ตกหล่นไป 1 หน่วย ซึ่งเมื่อตรวจสอบจากเอกสาร สส. 5/18 ของทุกหน่วยแล้วก็ได้ดำเนินการแก้ไขให้ถูกต้องทันที รวมถึงกรณี จังหวัดปทุมธานี ที่มีการเปลี่ยนแปลงเฉพาะหมายเลขซึ่งเป็นการวินิจฉัยของกรรมการ และยืนยันว่าไม่ส่งผลกระทบต่อผลการเลือกตั้งในภาพรวมแต่อย่างใด
“สิ่งที่สมบูรณ์ที่สุดคือการประกาศผลเลือกตั้งอย่างเป็นทางการ (6/1) ที่ลงนามโดย กกต. ประจำเขตเลือกตั้ง ยืนยันว่าไม่มีใครสามารถแก้ไขผลคะแนนได้ เพราะคะแนนตัวจริงถูกติดประกาศไว้ที่หน้าหน่วยเลือกตั้งตั้งแต่วันเลือกตั้งแล้ว ทุกขั้นตอนตรวจสอบได้ และ กกต. ยินดีให้ความเป็นธรรมกับทุกฝ่ายเพื่อคลายข้อสงสัยของประชาชน” รองเลขาธิการ กกต. กล่าวทิ้งท้าย
