Connect with us

ข่าว

ศุลกากรสนธิกำลังสกัดขบวนการลักลอบค้าสัตว์ป่าข้ามชาติเข้าประเทศ พบซุกซ่อนตะกวด-หนูป่า คาสนามบินสุวรรณภูมิ

Published

on

เจ้าหน้าที่ศุลกากรสุวรรณภูมิรวบชายไทยลักลอบนำตะกวดและหนูป่าเข้าประเทศ ฝ่าฝืน พ.ร.บ. สงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า และอนุสัญญา CITES เร่งขยายผลหาความเชื่อมโยงขบวนการข้ามชาติ

สำนักข่าวบริคอินโฟ – เจ้าหน้าที่สนธิกำลังสกัดจับกุมผู้โดยสารชายชาวไทยที่เดินทางมาจากสาธารณรัฐฟิลิปปินส์ หลังตรวจพบการลักลอบนำสัตว์ป่าคุ้มครองมีชีวิตซุกซ่อนในสัมภาระส่วนตัวเข้าประเทศผ่านทาง ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ (Suvarnabhumi Airport) โดยเหตุการณ์ดังกล่าวสะท้อนให้เห็นถึงปัญหาขบวนการค้าสัตว์ป่าข้ามชาติที่ยังคงพยายามหาวิธีหลบเลี่ยงการตรวจค้นของเจ้าหน้าที่อย่างต่อเนื่อง

นางสันธนี ไพรัตนากร ผู้อำนวยการสำนักงานศุลกากรตรวจของผู้โดยสารท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ เปิดเผยรายละเอียดว่า เมื่อวันที่ 2 กุมภาพันธ์ 2569 เจ้าหน้าที่ศุลกากร (Thai Customs) ร่วมกับ ด่านตรวจสัตว์ป่าท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช ได้ดำเนินการตรวจค้นผู้โดยสารเป้าหมายอย่างละเอียด ผลการตรวจสอบพบสัตว์ป่ามีชีวิตประกอบด้วย ตะกวด จำนวน 1 ตัว และ หนูป่าใหญ่ จำนวน 1 ตัว รวมมูลค่าความเสียหายเบื้องต้นประมาณ 50,000 บาท เจ้าหน้าที่จึงได้ทำการตรวจยึดของกลางและควบคุมตัวผู้กระทำผิดเพื่อดำเนินคดีตามกฎหมาย

การกระทำในครั้งนี้เข้าข่ายความผิดตามกฎหมายหลายฉบับ ประกอบด้วย พระราชบัญญัติสงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า พ.ศ. 2562 ในข้อหานำเข้าสัตว์ป่าคุ้มครองและสัตว์ป่าควบคุมโดยไม่ได้รับอนุญาตจากอธิบดี ความผิดตาม พระราชบัญญัติโรคระบาดสัตว์ พ.ศ. 2558 ฐานนำเข้าสัตว์ในราชอาณาจักรโดยไม่ได้รับอนุญาต และความผิดตาม พระราชบัญญัติศุลกากร พ.ศ. 2560 ฐานนำของที่ยังมิได้ผ่านพิธีการศุลกากรเข้ามาในราชอาณาจักร

นางสันธนี ระบุว่า “คดีนี้เป็นอีกหนึ่งตัวอย่างของความพยายามลักลอบค้าสัตว์ป่าที่ยังคงเกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง และอาจเชื่อมโยงกับขบวนการค้าสัตว์ป่าข้ามชาติ ซึ่งสร้างความเสียหายต่อทรัพยากรธรรมชาติ ระบบนิเวศ และภาพลักษณ์ของประเทศ” โดยยืนยันว่าทางหน่วยงานจะเพิ่มมาตรการความเข้มงวดในการตรวจสอบผู้โดยสารและสัมภาระให้มากขึ้น เพื่อสกัดกั้นวงจรการค้าผิดกฎหมายเหล่านี้

Advertisement

นอกจากนี้ กรมศุลกากร (Customs Department) ยังมุ่งเน้นการบูรณาการความร่วมมือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อปราบปรามการลักลอบนำเข้าและส่งออกสัตว์ป่าอย่างจริงจัง เพื่อให้เป็นไปตามข้อตกลงใน อนุสัญญาไซเตส (CITES) หรืออนุสัญญาว่าด้วยการค้าระหว่างประเทศซึ่งชนิดสัตว์ป่าและพืชป่าที่ใกล้สูญพันธุ์ เพื่อรักษาความสมดุลของระบบนิเวศในระดับสากลต่อไป

Continue Reading
Advertisement