การเมือง
ศุภจี-สิริพงศ์-ภัทรพงศ์ ลงพื้นที่สุวรรณภูมิติดตามการแก้ปัญหาความแออัด พร้อมกางแผนขยายอาคารทิศใต้และทางวิ่งเส้นที่ 4
สำนักข่าวบริคอินโฟ – กระทรวงคมนาคมลงพื้นที่ตรวจความพร้อมการให้บริการ ณ ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ เพื่อติดตามแนวทางลดความแออัดของผู้โดยสารในระยะสั้น พร้อมเผยแผนพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานระยะยาว ทั้งโครงการก่อสร้างส่วนต่อขยายอาคารผู้โดยสาร อาคารผู้โดยสารทิศใต้ และทางวิ่งเส้นที่ 4 เพื่อรองรับปริมาณการเดินทางและการขนส่งทางอากาศ
นายสิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ และนายภัทรพงศ์ ภัทรประสิทธิ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม ร่วมคณะของนางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ลงพื้นที่ตรวจสอบการดำเนินงาน โดยมีผู้แทนจากกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา บริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) หรือ AOT กองบัญชาการตำรวจท่องเที่ยว และสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง ร่วมหารือแนวทางการลดระยะเวลากระบวนการตรวจคนเข้าเมือง ทั้งนี้ ข้อมูลปริมาณการจราจรทางอากาศระบุว่า ในปี 2568 ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิมีผู้โดยสารรวม 62.90 ล้านคน และเที่ยวบิน 370,823 เที่ยวบิน ขณะที่ปี 2569 มีการคาดการณ์ปริมาณผู้โดยสารอยู่ที่ 61.85 ล้านคน และเที่ยวบิน 368,959 เที่ยวบิน
สำหรับแนวทางระยะสั้นเพื่อบรรเทาความหนาแน่นของผู้โดยสาร กระทรวงคมนาคมและ AOT มีแผนเพิ่มพื้นที่เช็กอินสำหรับผู้โดยสารกลุ่มเดินทางเป็นหมู่คณะและผู้โดยสารที่เดินทางมาล่วงหน้า ขนาดพื้นที่ประมาณ 2,250 ตารางเมตร รองรับที่นั่งได้ 610 ที่นั่ง ติดตั้งตู้เช็กอินอัตโนมัติ (CUSS Kiosk) จำนวน 18 จุด เคาน์เตอร์เช็กอิน 8 จุด พื้นที่จัดสัมภาระใหม่ จุดประชาสัมพันธ์ จุดตรวจความปลอดภัย ร้านค้า จุดคืนภาษี จุดเติมน้ำดื่ม และสิ่งอำนวยความสะดวกอื่นๆ



ด้านแผนพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานระยะกลางและระยะยาว โครงการก่อสร้างส่วนต่อขยายอาคารผู้โดยสารด้านทิศตะวันออก (East Expansion) เพื่อเพิ่มขีดความสามารถรองรับผู้โดยสารเป็น 70 ล้านคนต่อปี มีกำหนดก่อสร้างระหว่างปี 2570–2574 ส่วนการพัฒนาพื้นที่ด้านทิศใต้จะดำเนินการก่อสร้างอาคารผู้โดยสารทิศใต้ (South Terminal) รองรับผู้โดยสารได้ 120 ล้านคนต่อปี โดยมีแผนก่อสร้างช่วงปี 2572–2578 และโครงการก่อสร้างทางวิ่งเส้นที่ 4 (4th Runway) ที่จะเพิ่มความสามารถในการรองรับเป็น 120 เที่ยวบินต่อชั่วโมง มีเป้าหมายเปิดใช้งานในปี 2583
นอกจากนี้ ยังมีแผนพัฒนาพื้นที่เชิงพาณิชย์โดยรอบร่วมกับภาคเอกชน ได้แก่ แปลงที่ดิน Airport Business (A37) พื้นที่ประมาณ 548 ไร่ หรือ 876,800 ตารางเมตร ในรูปแบบสัญญาเช่าเพื่อสร้างโรงแรม และแปลงศูนย์บริการและสนับสนุนกิจการซึ่งมีภาคเอกชนกลุ่มโลจิสติกส์สนใจร่วมลงทุน โดยพื้นที่ทิศใต้ของท่าอากาศยานจะแบ่งสัดส่วนเป็นศูนย์ซ่อมบำรุงอากาศยาน (MRO) คลังสินค้า (Cargo Terminal) กิจกรรมสนับสนุน ครัวการบิน และโรงแรมสนามบิน เพื่อสนับสนุนเป้าหมายการเป็นศูนย์กลางการบิน (Aviation Hub) ในภูมิภาค
