ข่าว
ปอร์เช่ เผยโฉม Cayenne Electric ครั้งแรกที่ดูไบ โชว์สมรรถนะ 1,156 แรงม้า ลุยทะเลทรายด้วยเทคโนโลยี E-Performance
สำนักข่าวบริคอินโฟ – เทศกาล Icons of Porsche ครั้งที่ 5 ณ เมือง ดูไบ (Dubai) ได้กลายเป็นเวทีสำคัญในการเปิดตัวรถยนต์คันจริงของ Porsche Cayenne Electric (คาเยนน์ อิเล็กทริค) ต่อสาธารณชนเป็นครั้งแรก ภายหลังจากที่มีการเปิดตัวในรูปแบบดิจิทัลไปก่อนหน้านี้ โดยรถยนต์ SUV ไฟฟ้า รุ่นใหม่นี้ ไม่เพียงแต่จัดแสดงความสวยงามของการออกแบบ แต่ยังได้พิสูจน์สมรรถนะผ่านการทดสอบบนเส้นทางทะเลทรายอาหรับ ซึ่งถือเป็นหนึ่งในพื้นที่ทดสอบที่ท้าทายที่สุดแห่งหนึ่งของโลก เพื่อยืนยันขีดความสามารถของเทคโนโลยี E-Performance
- ปอร์เช่ (Porsche) เผยยอดส่งมอบ 3 ไตรมาสแรกปี 2025 ชี้รถยนต์พลังงานไฟฟ้าโตเด่น ชู “มาคันน์” (Macan) ทำยอดสูงสุด
- เปิดตัว Porsche Cayenne EV ไฟฟ้าเต็มรูปแบบ สู่ยุคใหม่ของ SUV สมรรถนะสูง
การปรากฏตัวของ Porsche (ปอร์เช่) รุ่นล่าสุดนี้ เกิดขึ้นท่ามกลางสภาพแวดล้อมจริงนอกเขตเมือง ดูไบ ซึ่งห่างออกไปเพียงหนึ่งชั่วโมง พื้นที่ดังกล่าวถูกใช้ทดสอบการขับขี่แบบออฟโรด โดยเฉพาะการไต่เนินทราย หรือ Dune Surfing ที่เป็นบททดสอบดั้งเดิมของตระกูล Cayenne (คาเยนน์) ทุกเจเนอเรชัน โดย ไมเคิล แชทซ์เลอ (Michael Schätzle) รองประธานฝ่ายผลิตรถยนต์รุ่นคาเยนน์ เปิดเผยถึงสมรรถนะการขับขี่ว่า Porsche Cayenne Electric มอบความรู้สึกคล่องตัวเสมือนรถที่มีน้ำหนักเบาเมื่ออยู่บนเนินทราย การควบคุมทำได้ง่ายดายจนน่าประหลาดใจ โดยเฉพาะในสถานการณ์ที่ใช้ความเร็วต่ำแต่ต้องใชมุมเลี้ยวมาก ซึ่งรถรุ่นนี้สามารถสร้างศักยภาพการควบคุมในระดับที่ไม่เคยพบมาก่อน
ในด้านขุมพลังและระบบขับเคลื่อน Porsche Cayenne Electric ในรุ่น Cayenne Turbo (คาเยนน์ เทอร์โบ) สามารถสร้างพละกำลังสูงสุดได้ถึง 850 kW หรือ 1,156 แรงม้า พร้อมแรงบิดมหาศาล 1,500 นิวตันเมตร โดยมอเตอร์ไฟฟ้าที่มีแรงเฉื่อยต่ำจะทำงานร่วมกับโหมด Sand และคันเร่งที่ตอบสนองฉับไว ช่วยให้ผู้ขับขี่ควบคุมรถได้อย่างแม่นยำ แชทซ์เลอ อธิบายเสริมว่า การตั้งค่าดังกล่าวช่วยสร้างอัตราการลื่นไถลที่เหมาะสม เพื่อให้เกิดการยึดเกาะสูงสุดบนพื้นผิวทรายที่ร่วนซุย ซึ่งในการทดสอบรถต้นแบบพรางตัวนั้น ทีมงานได้ใช้ยางฤดูร้อนมาตรฐานเพื่อพิสูจน์ประสิทธิภาพของระบบช่วงล่างและการขับเคลื่อน
เทคโนโลยีช่วงล่างถือเป็นหัวใจสำคัญของการขับขี่ออฟโรดในรุ่นนี้ โดยระบบ Adaptive Air Suspension ที่ทำงานร่วมกับ PASM สามารถเพิ่มความสูงใต้ท้องรถได้อีก 55 มิลลิเมตร ทำให้มีความสูงรวมถึง 245 มิลลิเมตรในโหมดออฟโรด นอกจากนี้ สำหรับรุ่น Cayenne Turbo ยังมีอุปกรณ์เสริมอย่าง Porsche Active Ride ที่ช่วยเพิ่มแรงยึดเกาะและสร้างความสมดุล โดยระบบจะชดเชยความไม่สม่ำเสมอของพื้นผิวถนนที่ล้อโดยตรง ทำให้ตัวรถนิ่งและมีการถ่ายเทน้ำหนักที่ล้อเปลี่ยนแปลงน้อยลง แชทซ์เลอระบุว่าระบบนี้ช่วยสร้างความรู้สึกเหมือนตัวรถลอยอยู่เหนือพื้น แม้จะขับขี่ในทรายลึก

เพื่อให้รองรับการใช้งานในทุกสภาพพื้นที่ ปอร์เช่ ได้ติดตั้งนวัตกรรมสำคัญหลายรายการ อาทิ Porsche Traction Management (ePTM) ระบบขับเคลื่อน 4 ล้อที่ควบคุมด้วยอิเล็กทรอนิกส์ ซึ่งทำงานเร็วกว่าระบบเดิมถึง 5 เท่า รองรับโหมดออฟโรดทั้ง Sand, Gravel, Mud และ Rocks รวมถึงมี Offroad Package ที่เพิ่มมุมไต่ถึง 25 องศา พร้อมการเสริมความแข็งแกร่งบริเวณสเกิร์ตข้างและแผ่นกันกระแทก ด้านระบบจัดการพลังงาน มีการใช้แผ่นระบายความร้อน 2 ชิ้นต่อหนึ่งโมดูลเป็นครั้งแรก เพื่อคุมอุณหภูมิแบตเตอรี่แรงดันสูงขนาด 113 kWh และใช้ระบบหล่อลื่นด้วยน้ำมันโดยตรง (Direct Oil Cooling) ที่ถอดแบบมาจากมอเตอร์สปอร์ต เพื่อรักษาการส่งกำลังของมอเตอร์ไฟฟ้าที่เพลาหลังให้ต่อเนื่องยาวนาน เสริมด้วย Porsche Torque Vectoring Plus (PTV Plus) ที่ช่วยเพิ่มความเสถียรในการเข้าโค้งบนพื้นผิวที่ต้องการการควบคุมสูง
