การเมือง
ณัฐพงษ์ จี้ อนุทิน อย่าหลงกล ฮุน เซน แนะใช้การทูตควบปราบสแกมเมอร์ ยุติขัดแย้งไทย-กัมพูชา
สำนักข่าวบริคอินโฟ – ณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ หัวหน้า พรรคประชาชน (People’s Party) แถลงเตือนรัฐบาล อนุทิน ชาญวีรกูล อย่าตกหลุมพรางของ ฮุน เซน ในสถานการณ์ความขัดแย้ง ไทย-กัมพูชา ชี้การใช้กำลังทหารตอบโต้เพียงอย่างเดียวอาจเข้าทางฝ่ายตรงข้ามที่ต้องการสร้างภาพให้ไทยเป็นผู้รุกราน พร้อมเสนอทางออกผ่าน 3 แนวรบ ได้แก่ การทหารที่ได้สัดส่วน การทูตเพื่อดึงกลับสู่โต๊ะเจรจา และการปราบปรามขบวนการ สแกมเมอร์ (Scammer) ซึ่งเป็นท่อน้ำเลี้ยงหลักของระบอบฮุน เซน เพื่อยุติปัญหาอย่างยั่งยืน
วันที่ 9 ธันวาคม 2568 ณ อาคารอนาคตใหม่ ณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ หัวหน้าพรรคประชาชน ได้แถลงข่าวถึงสถานการณ์การปะทะกันบริเวณชายแดน ไทย-กัมพูชา ที่ดำเนินมาต่อเนื่องเป็นวันที่ 3 ส่งผลให้ประชาชนใน 6 จังหวัดต้องอพยพกว่า 100,000 คน โรงเรียนและโรงพยาบาลต้องปิดทำการ มีทหารเสียชีวิตอย่างน้อย 3 นาย และบาดเจ็บจำนวนมาก โดยนายณัฐพงษ์ระบุว่า ความสูญเสียเหล่านี้เป็นสิ่งที่หลีกเลี่ยงได้หากรัฐบาลแก้ปัญหาที่ต้นเหตุ นั่นคือขบวนการ สแกมเมอร์ พร้อมเตือนว่าการรบเพื่อชิงประเทศหรือรบให้แตกหักเป็นไปไม่ได้ในยุคปัจจุบัน เพราะจะทำให้ไทยถูกนานาชาติโจมตี และสูญเสียชีวิตทหารโดยเปล่าประโยชน์ เป้าหมายที่แท้จริงควรเป็นการคืนความสงบสุขให้ประชาชนกลับมาทำมาหากินได้ตามปกติ
ณัฐพงษ์ ได้อ้างถึงคำกล่าวของ พลตรีณัฏฐ์ ศรีอินทร์ รองแม่ทัพภาค 2 ที่ว่า “ไม่มีการรบใดไม่จบด้วยการเจรจา” พร้อมเสนอ 3 แนวทางหลักในการจัดการปัญหา ได้แก่
- แนวรบทางการทหาร: ต้องเป็นการป้องกันตนเองตามกฎหมายระหว่างประเทศและตอบโต้อย่างได้สัดส่วน เพื่อไม่ให้ไทยตกเป็นฝ่ายเพลี่ยงพล้ำในแง่ความชอบธรรม
- แนวรบด้านการทูต: ต้องใช้กลไกระหว่างประเทศกดดันให้กัมพูชากลับสู่การเจรจาตาม ข้อตกลงสันติภาพกัวลาลัมเปอร์ และสนับสนุนการทำงานของ ทีมสังเกตการณ์อาเซียน (AOT – ASEAN Observer Team)
- แนวรบปราบสแกมเมอร์: ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญ โดยเสนอให้ไทยเป็นเจ้าภาพร่วมมือกับนานาชาติในการกวาดล้างเครือข่ายนี้
หัวหน้า พรรคประชาชน ยังตั้งข้อสังเกตว่า การปะทะครั้งนี้เกิดขึ้นหลังจากการอายัดทรัพย์ที่ปรึกษาคนสนิทของ ฮุน เซน ที่ดูแลธุรกิจกาสิโนและสแกมเมอร์ จึงมีความเป็นไปได้ว่านี่คือแผนเบี่ยงประเด็นของทางกัมพูชา เพื่อเปลี่ยนสถานการณ์จากการถูกโลกล้อมกรอบเรื่อง สแกมเมอร์ ให้กลายเป็นไทยถูกกล่าวหาว่ารังแกประเทศที่อ่อนแอกว่าแทน ดังนั้น การที่รัฐบาล อนุทิน ประกาศไม่เจรจาสันติภาพ จึงถือเป็นท่าทีที่อันตรายและอาจเข้าทางฝ่ายตรงข้าม
ในช่วงท้าย ณัฐพงษ์ เรียกร้องให้รัฐบาลเร่งสั่งการ สำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ป.ป.ง.) ให้ดำเนินการอายัดทรัพย์บุคคลไทยที่เกี่ยวข้องกับขบวนการนี้อย่างจริงจัง ไม่ใช่ตัดตอนเฉพาะชาวต่างชาติ เพื่อแสดงความจริงใจในเวทีโลก และใช้โอกาสนี้ในการกวาดล้างกลุ่มผลประโยชน์ที่หากินบนความเดือดร้อนของประชาชน โดยย้ำว่าต้องหยุดเดินอ้อมและมุ่งจัดการที่แกนกลางของปัญหาคือการปราบปราม สแกมเมอร์ ให้สิ้นซาก
