Connect with us

ข่าว

World Animal Protection ชี้ COP30 ล้มเหลวแก้ปัญหาฟาร์มสัตว์อุตสาหกรรม เผยไทยติดอันดับ 5 โลกใช้ยาปฏิชีวนะในสัตว์สูง

Published

on

World Animal Protection ชี้ COP30 ล้มเหลวแก้ปัญหาฟาร์มสัตว์อุตสาหกรรม เผยไทยติดอันดับ 5 โลกใช้ยาปฏิชีวนะในสัตว์สูง เร่งวิกฤตเชื้อดื้อยาและโลกร้อน

สำนักข่าวบริคอินโฟ – องค์กรพิทักษ์สัตว์แห่งโลก (World Animal Protection) เปิดเผยรายงานหลังจบการประชุม COP30 ชี้เวทีระดับโลกล้มเหลวในการปกป้องระบบนิเวศแอมะซอนและเพิกเฉยต่อวิกฤต ฟาร์มสัตว์อุตสาหกรรม ซึ่งเป็นต้นตอสำคัญของปัญหาสิ่งแวดล้อม พร้อมเปิดเผยดัชนีชี้วัดสถานการณ์โลกว่า ระบบการผลิตเนื้อสัตว์ในปัจจุบันเร่งให้เกิดภาวะโลกร้อนและวิกฤต เชื้อดื้อยา (AMR) โดยข้อมูลที่น่าจับตามองคือ ประเทศไทย ถูกจัดให้อยู่ในกลุ่มประเทศผู้ผลิตรายใหญ่ที่สร้างผลกระทบสูง ติดอันดับ 5 ของโลกด้านการใช้ยาต้านจุลชีพในสัตว์ฟาร์ม สะท้อนความจำเป็นเร่งด่วนในการปรับเปลี่ยนโครงสร้างการผลิตอาหารให้ยั่งยืน

จากการประชุม COP30 ที่เมืองเบเลง ประเทศบราซิล แม้ที่ประชุมจะบรรลุ “ชุดข้อตกลงทางการเมืองเบเลง” (Belém Political Package) เพื่อพัฒนากลไกการเปลี่ยนผ่านอย่างเป็นธรรม แต่ World Animal Protection ระบุว่าผลลัพธ์โดยรวมยังน่าผิดหวัง โดยเฉพาะการขาดความคืบหน้าเรื่องโรดแมปยุติการตัดไม้ทำลายป่าและการลดใช้เชื้อเพลิงฟอสซิลในภาคเกษตรกรรม

เคลลี่ เดนท์ ผู้อำนวยการฝ่ายการมีส่วนร่วมภายนอก องค์กรพิทักษ์สัตว์แห่งโลก กล่าวถึงประเด็นนี้ว่า แม้ COP30 จะถูกเรียกว่าเป็น COP แห่งความจริง แต่กลับหันหลังให้กับความจริงเรื่องความเสียหายจากการเลี้ยงสัตว์เชิงอุตสาหกรรม โดยกลุ่มธุรกิจเกษตรยักษ์ใหญ่ (Big Ag) ยังคงหลุดรอดจากการตรวจสอบ ทั้งที่ประเด็นสวัสดิภาพสัตว์มีความเชื่อมโยงโดยตรงกับวิกฤตสภาพภูมิอากาศ แม้จะมีสัญญาณที่ดีขึ้นจากการพูดถึงเกษตรกรรายย่อยในปฏิญญาเบเลง แต่การละเลยมิติของสัตว์และสิ่งแวดล้อมยังคงเป็นปัญหาใหญ่

ข้อมูลจากรายงาน ดัชนีฟาร์มอุตสาหกรรมทั่วโลก (Factory Farming Index – FFI) ปี 2025 ระบุชัดเจนว่า ระบบการเลี้ยงสัตว์เชิงอุตสาหกรรมปล่อยก๊าซเรือนกระจกสูงถึง 29.7% ของการปล่อยทั้งหมดทั่วโลก และเป็นสาเหตุของมลพิษทางน้ำจากกิจกรรมมนุษย์ราว 1 ใน 4 นอกจากนี้ยังมีการใช้พื้นที่เพาะปลูกพืชอาหารสัตว์มหาศาลถึง 350 ล้านเฮกตาร์ หรือเทียบเท่าขนาดประเทศอินเดีย รายงานยังชี้ว่าระบบนี้ส่งผลกระทบต่อสุขภาพมนุษย์ โดยทำให้สูญเสีย “ปีสุขภาวะ” (Healthy Life Years) เฉลี่ย 1.8 ปีต่อคน ซึ่งสาเหตุหลักมาจากปัญหา เชื้อดื้อยา ที่เกิดจากการใช้ยาปฏิชีวนะในสัตว์มาถึง 66,000 ตันต่อปี หรือมากกว่าปริมาณที่ใช้ในมนุษย์ถึงสองเท่า ส่วนใหญ่ใช้เพื่อป้องกันโรคในสภาพการเลี้ยงที่แออัดมากกว่าการรักษา

Advertisement

สำหรับสถานการณ์ใน ประเทศไทย ข้อมูลปี 2020 พบว่าไทยเป็นหนึ่งในฐานการผลิตสัตว์ฟาร์มอุตสาหกรรมที่สำคัญของโลก โดยผลิตสัตว์ในระบบกว่า 1,400 ล้านตัวต่อปี คิดเป็น 1.85% ของการผลิตทั่วโลก ส่งผลให้มีการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสูงถึง 30 ล้านตันคาร์บอนไดออกไซด์ และมีการใช้น้ำกว่า 2.8 ล้านล้านลิตรต่อปี ประเด็นที่น่ากังวลที่สุดคือ ไทยมีการใช้ยาต้านจุลชีพ (Antimicrobials) สูงถึง 2,096 ตันต่อปี ทำให้อยู่ในอันดับที่ 5 ของโลก ในการใช้ยากับสัตว์ฟาร์ม และติด Top 10 ของโลกด้าน FFI Production หรือกลุ่มประเทศที่ผลิตและก่อผลกระทบสูงสุด สะท้อนว่าไทยเป็นผู้แบกรับต้นทุนทางสิ่งแวดล้อมและสุขภาพแทนประเทศผู้บริโภคปลายทาง

ทางด้าน โชคดี สมิทธิ์กิตติผล หัวหน้าฝ่ายโครงการ องค์กรพิทักษ์สัตว์แห่งโลก ประเทศไทย ให้ความเห็นว่า ข้อมูลดัชนีดังกล่าวชี้ชัดว่าไทยเป็นผู้ผลิตรายใหญ่ที่ต้องเผชิญผลกระทบโดยตรง ทั้งเรื่องการใช้น้ำ ยาปฏิชีวนะ และความเสื่อมโทรมของระบบนิเวศ จึงจำเป็นต้องมีการเปลี่ยนผ่านอย่างเป็นธรรม (Just Transition) เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตเกษตรกรและคุ้มครองสัตว์ ซึ่งจะช่วยแก้ปัญหา PM2.5 และลดความเสี่ยงเรื่องเชื้อดื้อยาไปพร้อมกัน ทั้งนี้ World Animal Protection ยืนยันว่าจะผลักดันประเด็นสวัสดิภาพสัตว์เข้าสู่การเจรจาภายใต้ UNFCCC ต่อไป โดยคาดหวังว่าในการประชุม COP31 รัฐบาลทั่วโลกจะหันมาให้ความสำคัญกับระบบอาหารที่ยั่งยืนอย่างแท้จริง

Continue Reading
Advertisement