ข่าว
สวทช. เปิดวิสัยทัศน์ “สร้างชาติด้วยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี” วาระที่ 2 มุ่งขับเคลื่อนงานวิจัยสู่การใช้ประโยชน์จริง ยกระดับคุณภาพชีวิตและเศรษฐกิจประเทศ
สำนักข่าวบริคอินโฟ – สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) หรือ National Science and Technology Development Agency (NSTDA) ประกาศวิสัยทัศน์การทำงานในวาระที่ 2 ภายใต้แนวคิด “สร้างชาติด้วยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี” หลังจากพิสูจน์ผลงานเด่นในวาระแรกที่สามารถสร้างผลกระทบเชิงรูปธรรมให้กับสังคม โดยมีผลงานอย่างแพลตฟอร์ม Traffy Fondue และ Digital Healthcare ที่เข้ามายกระดับการบริการภาครัฐและสาธารณสุข พร้อมสานต่อความร่วมมือกับหน่วยงานพันธมิตรในหลายภาคส่วน เพื่อนำงานวิจัยและเทคโนโลยีไปแก้ปัญหาสำคัญของประเทศ ทั้งในด้านการเกษตร สาธารณสุข อุตสาหกรรม และการศึกษา
นางสาวสุดาวรรณ หวังศุภกิจโกศล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) ในฐานะประธานกรรมการพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (กวทช.) ได้มอบนโยบายให้ สวทช. เดินหน้าขับเคลื่อนงานวิจัยและพัฒนาเพื่อแก้ปัญหาประเทศอย่างเป็นรูปธรรม โดยเน้นย้ำภารกิจหลักในการนำวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีไปใช้ประโยชน์ รวมถึงการพัฒนากำลังคนให้พร้อมต่อความต้องการของโลก ไม่ว่าจะเป็นด้านงานวิจัยนวัตกรรมและยานยนต์ไฟฟ้ารวมถึงแขนงอื่นๆที่เกี่ยวข้อง โดยเฉพาะการเป็นหน่วยงานหลักในการขับเคลื่อนกรอบการพัฒนา AI แห่งชาติ
ศาสตราจารย์ ดร.ชูกิจ ลิมปิจำนงค์ ผู้อำนวยการ สวทช. ได้กล่าวถึงผลงานเด่นในวาระที่ 1 ซึ่งได้พิสูจน์ให้เห็นถึงศักยภาพในการนำเทคโนโลยีไปรับใช้สังคมได้อย่างเป็นรูปธรรม อาทิ Traffy Fondue (ทราฟฟี่ ฟองดูว์) แพลตฟอร์มบริหารจัดการเมืองที่ถูกนำไปใช้ใน 29 จังหวัดทั่วประเทศ และ Digital Healthcare แพลตฟอร์มบริการการแพทย์ดิจิทัลที่ช่วยลดภาระโรงพยาบาลใหญ่และสนับสนุนนโยบาย 30 บาทรักษาทุกที่ ขณะเดียวกัน ยังมีผลงานด้านความมั่นคงทางอาหาร เช่น การพัฒนา ข้าวพันธุ์ใหม่ ได้แก่ ข้าวเจ้าพันธุ์ไบโอเทค 1 (A1) ข้าวเจ้าพันธุ์หอมชลสิทธิ์ 2 (S16) และข้าวหอมสยาม ที่ทนทานต่อโรคและสภาพอากาศ พร้อมทั้งการพัฒนา คลินิกคุณภาพน้ำ ที่ช่วยให้ 24,000 ครัวเรือนในหลายจังหวัดได้เข้าถึงน้ำสะอาด

สำหรับเป้าหมายการดำเนินงานในวาระต่อไป สวทช. จะร่วมมือกับกระทรวงต่าง ๆ เพื่อนำเทคโนโลยีไปใช้ประโยชน์อย่างกว้างขวาง เช่น ร่วมกับกระทรวงศึกษาธิการในการใช้ AI เพื่อลดความเหลื่อมล้ำทางการศึกษาผ่านแพลตฟอร์ม LEAD Education และ KidBright μAI ร่วมกับกระทรวงเกษตรและสหกรณ์เพื่อเปลี่ยนการเกษตรดั้งเดิมสู่ เกษตรสมัยใหม่ ทั้งการพัฒนาโรงเรือนอัจฉริยะและการใช้ชีวภัณฑ์ควบคุมศัตรูพืช ร่วมกับกระทรวงสาธารณสุขในการขับเคลื่อน การแพทย์แม่นยำ ด้วยการสร้างแพลตฟอร์มข้อมูลกลางการแพทย์ (Medical AI Data Platform) และร่วมกับกระทรวงอุตสาหกรรมในการผลักดันให้โรงงานเข้าสู่ อุตสาหกรรม 4.0 ผ่านแพลตฟอร์ม Industry 4.0 Platform เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการผลิต
ผู้อำนวยการ สวทช. กล่าวถึงทิศทางการดำเนินงานในวาระที่ 2 ว่าจะใช้หลัก “สร้าง-ปรับ-รักษา-ละทิ้ง” โดยให้ความสำคัญกับการนำปัญหาของประเทศเป็นตัวตั้งในการทำงานวิจัย เพื่อให้งานวิจัยไปถึงผู้ใช้ประโยชน์จริง และเน้นย้ำว่า สวทช. จะละทิ้งความเชื่อเดิมที่ว่าความสำเร็จเท่ากับการตีพิมพ์หรือจดสิทธิบัตรเพียงอย่างเดียว โดยจะมุ่งมั่นสร้างความร่วมมือกับหน่วยงานพันธมิตรจากทุกภาคส่วน
“ทิศทางการทำงานของ สวทช. ในปัจจุบันมุ่งเน้นงานวิจัยที่สามารถนำไปใช้งานได้จริงมากกว่าความเป็นเลิศทางวิชาการ เนื่องจากงานวิจัยที่ใช้งานได้จริงนั้นทำได้ยากกว่า โดยได้เปลี่ยนแนวทางการวิจัยจากการคิดค้นเพื่อตีพิมพ์ผลงานหรือจดสิทธิบัตร มาเป็นการสร้างนวัตกรรมที่ใช้งานได้จริงในภาคส่วนต่างๆ ทั้งภาครัฐ ภาคอุตสาหกรรม และภาคประชาสังคม”
“ประเทศไทยไม่ได้ร่ำรวยมากเพียงพอในการจัดตั้งหน่วยงานทำวิจัยและนวัตกรรมแบบ สวทช. ในทุกกระทรวง ดังนั้นแผนในระดับประเทศคือการนำงบประมาณรวมและลงทุนใน สวทช. ภายใต้กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) จึงทำให้เราต้องทำงานกับทุกกระทรวงเพื่อส่งต่องานวิจัยไปสู่การใช้งานจริงในกระทรวงอื่นๆ ทั้งกระทรวงศึกษาธิการ, กระทรวงเกษตรและสหกรณ์, กระทรวงสาธารณสุข, กระทรวงอุตสาหกรรม, กระทรวงมหาดไทย, กรมสรรพากร, กระทรวงพาณิชย์ และกระทรวงอื่นๆ ของไทย” ศาสตราจารย์ ดร.ชูกิจ กล่าว
- อ่าน : กรมสรรพากร ผนึก สวทช. และกรุงไทย พัฒนา AI ยกระดับบริการภาครัฐและการจัดเก็บภาษี
- อ่าน : สวทช. เปิดตัว “ไผ่ตัดอายุ” นวัตกรรมใหม่แก้ปัญหาไผ่ออกดอกแล้วตาย ยกระดับอุตสาหกรรมไผ่ไทยสู่ความยั่งยืน
ศาสตราจารย์ ดร.ชูกิจ กล่าวถึงทิศทางการดำเนินงานในวาระต่อไป ว่า สวทช. จะรับเอาโจทย์ประเทศจากผู้ที่มีปัญหาจริง และนักวิจัยรวมพลังทำจริง สวทช. จับมือกับกระทรวงต่าง ๆ ทำเพื่อให้หน่วยงานภาครัฐ ที่มีหน้าที่บริการประชาชนทำได้ดีขึ้น โดยเดินหน้าทำงาน ผ่านวิสัยทัศน์และทิศทางการดำเนินงานในวาระที่ 2 คือ “สวทช. เป็นขุมพลังหลักด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี เพื่อขับเคลื่อนการพัฒนาประเทศอย่างยั่งยืน” ด้วย 4 กลยุทธ์ ได้แก่ (1) ขับเคลื่อนแผน S&T Implementation for Sustainable Thailand ร่วมกับพันธมิตรสำคัญเพื่อขยายผลสู่การใช้ประโยชน์งานวิจัยในสังคม (2) สร้างความเข้มแข็ง ความเชี่ยวชาญในเทคโนโลยีที่สำคัญเพื่อตอบโจทย์ วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีของประเทศ (3) สร้างการใช้ประโยชน์โครงสร้างพื้นฐานของ สวทช. และพัฒนาบุคลากรด้าน วทน. และ (4) เพิ่มประสิทธิภาพการบริหารจัดการและวัฒนธรรมการทำงานที่ไร้รอยต่อเพื่อประโยชน์ของประเทศเป็นอันดับแรก
“ทั้งหมดนี้ คือตัวอย่างการสร้างระบบนิเวศวิจัยที่ยั่งยืนและใช้ประโยชน์ได้จริง โดย สวทช. มุ่งมั่นในการส่งมอบ ‘พิมพ์เขียว’ ระบบนิเวศวิจัยแบบใหม่ของประเทศ เพื่อสร้างชาติ พัฒนาประเทศ ด้วยความร่วมมือกับพันธมิตรวิจัยและทุกภาคส่วน เดินหน้าเพื่อสร้างชาติด้วยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี และพัฒนาประเทศไทยไปด้วยกัน” ผู้อำนวยการ สวทช. กล่าวทิ้งท้าย
