Connect with us

การเมือง

นายกฯ ประชุม คตท. นัดแรก ขับเคลื่อนนโยบาย 1 กรม 1 โปร่งใสไร้เทา แก้ปัญหาทุจริตภาครัฐ

Published

on

นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการประสานงานเพื่อการต่อต้านการทุจริต (คตท.) ครั้งที่ 1/2569 ณ ตึกภักดีบดินทร์ ทำเนียบรัฐบาล

สำนักข่าวบริคอินโฟ – นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการประสานงานเพื่อการต่อต้านการทุจริต (คตท.) ครั้งที่ 1/2569 ณ ตึกภักดีบดินทร์ ทำเนียบรัฐบาล เพื่อติดตามการแก้ปัญหาการเรียกรับผลประโยชน์ภาครัฐและพิจารณามาตรการยกระดับความโปร่งใสในระบบราชการ

นางสาวรัชดา ธนาดิเรก โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า ที่ประชุมรับทราบหลักการสำคัญของ พระราชบัญญัติการอำนวยความสะดวกในการพิจารณาอนุญาตและการให้บริการแก่ประชาชน พ.ศ. 2569 รวมถึงรับทราบแผนงานของคณะทำงาน Zero Corruption และโครงการ “เพื่อน ไม่ทน” โดยกฎหมายดังกล่าวมีเป้าหมายเพื่อปรับปรุงระบบบริการภาครัฐ ปิดจุดเสี่ยงการเรียกรับผลประโยชน์ และลดต้นทุนแฝงของภาคเอกชนและประชาชน

นายอนุทิน ระบุว่า พรบ. ฉบับนี้เป็นเครื่องมือเชิงโครงสร้างที่จะช่วยยกระดับระบบราชการไทย จึงขอให้ทุกหน่วยงานปฏิรูปกระบวนงานจากระบบที่สร้างภาระไปสู่ระบบบริการที่สะดวกและโปร่งใส โดยถือเป็นนโยบายเร่งด่วนที่ต้องดำเนินการทันที

นอกจากนี้ ที่ประชุมมีมติเห็นชอบจัดตั้ง คณะอนุกรรมการอำนวยการต่อต้านสินบนและความเสี่ยงทุจริตภาครัฐ เพื่อทำหน้าที่กลั่นกรองข้อเสนอแนะเชิงนโยบายและแก้ปัญหาการทุจริตของเจ้าหน้าที่รัฐอย่างเป็นระบบ โดยมี พลตำรวจเอก เพิ่มพูน ชิดชอบ เป็นที่ปรึกษา นายภราดร ปริศนานันทกุล รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เป็นประธานอนุกรรมการ และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม เป็นรองประธานอนุกรรมการ

Advertisement

พร้อมกันนี้ ที่ประชุมเห็นชอบโครงการ “1 กรม 1 โปร่งใสไร้เทา” (One Agency One Integrity) ให้หน่วยงานรัฐ 355 แห่ง คัดเลือกงานบริการหรือกระบวนการที่มีความเสี่ยงทุจริตสูงมาปรับปรุงแก้ไข รวมถึงพิจารณามาตรการป้องกันการทุจริตในการสอบเข้าทำงานภาครัฐ โดยเตรียมเสนอคณะรัฐมนตรีมอบหมายให้สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกายกร่างกฎหมายเฉพาะเพื่อกำหนดบทลงโทษและมาตรการทางกฎหมายต่อไป

นายกรัฐมนตรี กล่าวเพิ่มเติมถึงกรณีการทุจริตสอบคัดเลือกเข้ารับราชการขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นว่า เป็นเรื่องที่ขัดต่อกฎหมายและทำลายโอกาสของผู้แข่งขันอย่างสุจริต การป้องกันที่ดีที่สุดคือการสร้างระบบที่รัดกุม พร้อมเน้นย้ำว่าการประชุมครั้งนี้เป็นการทำงานร่วมกันระหว่างภาครัฐและภาคเอกชนเพื่อผลักดันมาตรการตามมาตรฐาน OECD และยกระดับค่าดัชนีการรับรู้การทุจริต (CPI: Corruption Perceptions Index) เพื่อสร้างความไว้วางใจในสังคม

Continue Reading
Advertisement