Connect with us

ข่าว

สภาอุตฯ-AIS ชี้ความท้าทาย SMEs ไทย แนะปรับตัวรับมือเศรษฐกิจโลกและเทคโนโลยีดิจิทัลผ่านโครงการ AIS infinite SME

Published

on

สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) และ AIS เผยความท้าทายที่ SMEs ไทยเผชิญ ทั้งจากปัจจัยเศรษฐกิจโลกและปัญหาภายใน พร้อมนำเสนอแนวทางการพัฒนาและยกระดับศักยภาพผู้ประกอบการผ่านเทคโนโลยีและองค์ความรู้

สำนักข่าวบริคอินโฟ – ภาคธุรกิจเอสเอ็มอี (SMEs) ของไทยกำลังเผชิญกับความท้าทายรอบด้าน ทั้งจากปัจจัยภายนอกและปัญหาเชิงโครงสร้างภายในประเทศ ซึ่งส่งผลกระทบต่อขีดความสามารถในการแข่งขันและการเข้าถึงโอกาสใหม่ๆ ในตลาดโลก อย่างไรก็ตาม สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) และ บริษัท แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส จำกัด (มหาชน) หรือ AIS มองเห็นโอกาสในการพัฒนาและยกระดับศักยภาพของผู้ประกอบการ ด้วยการสนับสนุนด้านเทคโนโลยี องค์ความรู้ และช่องทางการตลาด เพื่อให้ SMEs ไทย สามารถเติบโตอย่างยั่งยืนในยุคดิจิทัล

นายอภิชิต ประสพรัตน์ รองประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) ระบุในปาฐกถาพิเศษหัวข้อ “อุตสาหกรรม SMEs: พลังขับเคลื่อนการปฏิรูปโครงสร้างเศรษฐกิจไทย” ว่า สถานการณ์โลกปัจจุบัน นับว่ามีความท้าทายเป็นอย่างมากไม่ว่าจะเป็นนโยบายของประธานาธิบดีสหรัฐ นายโดนัลด์ ทรัมป์ ตั้งแต่การดำรงตำแหน่งในสมัยที่ 1 ของเขา (ปี 2019) ทั้งสงครามการค้า , สงครามด้านเทคโนโลยี , การดิสรัปชั่นของเทคโนโลยี , สภาพอากาศ , สถานการณ์ภูมิรัฐศาสตร์ จากการเติบโตของจีนที่รวดเร็วจนสหรัฐฯ ไม่ทันตั้งตัว จนส่งผลให้สินค้าจากจีนหลั่งไหลเข้ามาในประเทศ ทั้งยังได้รับการสนับสนุนจากรัฐบาลในการนำโรงงานเข้ามาผลิตแข่งขันกับไทยด้วย ซึ่งปัจจัยทั้งหมดเหล่านี้นับว่าส่งผลต่อผู้ประกอบการไทยทั้งสิ้น

“การเข้ามาของจีนไม่ได้เป็นผลเสียเพียงอย่างเดียว ประโยชน์ก็ยังมี แต่เพียงแค่ประตูของเราในการปกป้องประเทศไม่ทำงาน ที่จีนเทาเข้ามาได้ก็เพราะมีไทยดำ“

ขณะเดียวกัน SMEs ของไทยเอง ปัญหาที่พบเจอเป็นหลัก อาทิ

  • การทำงบการเงินไม่เป็นทำให้กู้-เข้าถึงแหล่งทุนไม่ได้และไม่สามารถเข้าถึงโครงการช่วยเหลือของรัฐได้
  • การขาดเทคโนโลยี , ความเข้าใจเกี่ยวกับงานวิจัยและนวัตกรรมเบื้องต้น เช่น พื้นฐานการใช้ AI ง่ายๆ เป็นต้น
  • ขาดความรู้ด้านธุรกิจ
  • มีข้อมูลในการประกอบกิจการที่ไม่ทันท่วงทีต่อสถานการณ์โลกที่เปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็ว
  • การสร้างมาตรฐานและบริการที่ไม่ทันต่อความต้องการของลูกค้าที่เปลี่ยนแปลงไป
  • การขาดช่องทางการตลาดที่เหมาะสม
  • การขาดแรงงานที่มีทักษะ

รองประธาน ส.อ.ท. ระบุว่า หลังจากนี้สภาอุตสาหกรรมฯ จะพยายามพัฒนาอุตสาหกรรมและ SMEs ของประเทศผ่านนโยบายต่างๆ เช่นการนำเทคโนโลยีดิจิทัลและเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์เบื้องต้นไปให้ความรู้กับ SMEs , การชี้ให้เห็นถึงการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมไปพร้อมกับการพัฒนาธุรกิจให้มีกิน และการพา SMEs ออกไปสู่ระดับโลก รวมถึงการจัดตั้งกองทุนอินโนเวชั่นวัน เพื่อสนับสนุนสตาร์ทอัพให้เติบโตอย่างยังยืน นอกจากนี้ยังมีการออกใบรับรอง Made in Thailand เพื่อสนับสนุนสินค้าไทยอีกทางหนึ่งด้วย

ด้านนายสมชัย เลิศสุทธิวงค์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร AIS ระบุต่อในปาฐกถาพิเศษหัวข้อ “AIS กับบทบาทผู้นำด้านเศรษฐกิจ เพื่อการขับเคลื่อน SMEs ไทย” ว่า เดิมเราเป็นผู้ให้บริการด้านโทรคมนาคม แต่ตลอดช่วงเวลา 10 ปีที่ผ่านมาที่ผมได้มีโอกาสบริหาร เราได้แสดงว่าวิสัยทัศน์ออกมาตลอดว่าเราจะเป็นผู้ให้บริการด้านดิจิทัลให้กับคนไทย (Digital Service Provider) ไม่ว่าจะเป็นการทำให้คนไทยได้มีชีวิตที่ดีขึ้นจากเทคโนโลยีดิจิทัล , การส่งเสริมให้คนไทยเข้าถึง เทคโนโลยีดิจิทัลได้ จากแคมเปญ Digital for Thais และ ในปีนี้บริษัทอยากผลักดันแคมเปญใหม่ คือ AI for Sustainable Nation ที่จะทำให้ประเทศเล็กๆอย่างไทยสามารถแข่งขันกับประเทศใหญ่ๆได้

แคมเปญ AI for Sustainable Nation ประกอบด้วย 4 เสาหลัก คือ โครงสร้างพื้นฐานด้านดิจิทัลที่ดี , ผู้มีความสามารถพิเศษการดิจิทัล (Digital Talents) , ความปลอดภัยด้านดิจิทัล และ เทคโนโลยีดิจิทัลที่คำนึงถึงสิ่งแวดล้อม แล้วมีฐานหลักที่มั่นคงคือเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์

Advertisement

“เมื่อพูดถึง SMEs เอไอเอสเอง ก็ให้การสนับสนุนมาโดยตลอดตั้งแต่ปี 2011 จนไปถึงการสนับสนุนการก่อตั้งสตาร์ทอัพในปี 2013 ในโครงการ AIS The Startup , พาผู้ประกอบการเข้าสู่ตลาด ซึ่งส่วนหนึ่งที่ AIS ไม่ได้ทำคือการให้ทุนเพราะเราเป็นผู้ให้บริการด้านเทคโนโลยีดิจิทัล แต่จะสนับสนุนในช่องทางอื่น ๆ ดังที่ผ่านมา ทั้งเทคโนโลยีและองค์ความรู้ต่าง ๆ เพราะเราเองก็มี Intouch ที่ทำหน้าที่ลงทุนอยู่แล้ว”

นายสมชัย ระบุว่า แม้ว่าอุตสาหกรรมสตาร์ทอัพจะเติบโตอย่างชะลอตัว แต่ในมุมมองหนึ่ง สตาร์ทอัพก็มองได้ว่าเป็น SMEs ประเภทหนึ่ง และกำลังมีแนวโน้มเติบโตอย่างรวดเร็ว โดยปัญหาที่ผ่านมาคือการเข้าถึงเงินทุนที่ยากลำบากรวมถึงพฤติกรรมของผู้บริโภคที่เปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็วจึงเป็นความท้าทายของผู้ประกอบการ SMEs เป็นอย่างมาก ดังนั้นวันนี้ AIS จึงชวนภาคีเครือข่าย เปิดตัวโครงการ AIS infinite SME ผ่าน กลยุทธ์ 3ส. คือ “เสริม” ทักษะ , “สร้าง” ระบบ และให้ผู้ประกอบการ ”สยายปีก“ เติบโตอย่างแข็งแกร่งในทุกมิติ ปัจจุบันมีผู้ประกอบการดิจิทัลที่เข้ามาแล้วกว่า 200 รายจากหลากหลายธุรกิจ

ปัจจุบันแบ่งระหว่าง SMEs กับสตาร์ทอัพเริ่มมีเส้นกันที่บางลงมากขึ้น ในอดีตใครมีแพลตฟอร์ม ใครใช้เทคโนโลยีก็จะเป็นสตาร์ทอัพ แต่วันนี้ SMEs เองก็ใช้เทคโนโลยีดิจิทัลเช่นกัน ดังนั้น นายสมชัย มองว่า โครงการนี้จึงเป็นการที่จะช่วยให้ผู้ประกอบการไทยแข็งแกร่งมากขึ้น

Advertisement
Continue Reading
Advertisement