ข่าวบันเทิง
อาย จิงจิง ส่งซิงเกิลใหม่ “นะคับเตง” เพลงรักสายอ้อนดึง บ๊อบบี้ สามบาทห้าสิบ ร่วมสร้างสรรค์ผลงาน
สำนักข่าวบริคอินโฟ – ศิลปินสาว อาย จิงจิง (Eye Jingjing) กลับมาสร้างสีสันให้กับวงการเพลงไทยอีกครั้งด้วยการปล่อยซิงเกิลล่าสุดในชื่อ “นะคับเตง” ผลงานเพลงรักจังหวะสนุกสนานที่เน้นความขี้เล่นและขี้อ้อน โดยได้โปรดิวเซอร์และนักแต่งเพลงมือดีอย่าง บ๊อบบี้ สามบาทห้าสิบ หรือ อภิชา ชิตาวรพันธุ์ มาดูแลทั้งเนื้อร้องและทำนอง เพื่อถ่ายทอดตัวตนความสดใสของศิลปินออกมาให้ชัดเจนที่สุด พร้อมให้แฟนเพลงได้รับชมผ่านทาง YouTube GRAMMY GOLD OFFICIAL และแพลตฟอร์มสตรีมมิ่งตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป
สำหรับเบื้องหลังการทำงานในเพลง “นะคับเตง” มีความน่าสนใจตั้งแต่จุดเริ่มต้น โดย อาย จิงจิง เป็นฝ่ายติดต่อประสานงานไปยัง บ๊อบบี้ สามบาทห้าสิบ (Bobby Sambathasib) ด้วยตัวเอง เนื่องจากชื่นชอบผลงานและมีความตั้งใจที่จะร่วมงานกันมานาน จนนำมาสู่การสร้างสรรค์ดนตรีที่ฟังง่าย ติดหู โดยมี ธนกร ทองเกษม หรือ FORD B LOFT เข้ามารับหน้าที่ร่วมเรียบเรียงดนตรี ทำให้เพลงนี้มีเอกลักษณ์เฉพาะตัวและเข้ากับสไตล์การร้องของศิลปินได้อย่างลงตัว

นอกจากบทบาทในฐานะนักร้องแล้ว อาย จิงจิง (Eye Jingjing) ยังได้เข้าไปมีส่วนร่วมในกระบวนการผลิตเกือบทุกขั้นตอน โดยเฉพาะในส่วนของมิวสิกวิดีโอที่เจ้าตัวเป็นคนคัดเลือกนักแสดงด้วยตัวเอง เพื่อให้ได้เคมีที่ตรงตามความต้องการของเนื้อหาเพลง รวมถึงการคิดค้นท่าเต้นเบื้องต้นด้วยตนเอง ก่อนที่จะส่งต่อให้ทีมงานช่วยพัฒนาและปรับปรุงให้มีความสมบูรณ์แบบ จนกลายเป็นท่าเต้นที่สามารถเต้นตามได้ง่ายในโซเชียลมีเดีย
อาย จิงจิง ได้เปิดเผยถึงที่มาและความประทับใจในการทำเพลงครั้งนี้ว่า “จุดเริ่มต้นของเพลงนี้เกิดจากการที่อายทักไปหาพี่ บ๊อบบี้ สามบาทห้าสิบ ด้วยตัวเองเลยค่ะ เพราะติดตามผลงานมานานและอยากร่วมงานด้วยสักครั้ง จนในที่สุดก็ได้เพลงที่ตรงกับตัวตนของอายมากที่สุด” ซึ่งเธอมองว่าความพิเศษของเพลงนี้คือการถ่ายทอดน้ำเสียงอย่างเป็นธรรมชาติในสไตล์ขี้เล่น เพื่อให้เข้ากับภาพลักษณ์ในมิวสิกวิดีโอที่เป็นการเล่าเรื่องราวความรักแบบง้องอนของคู่รัก
เนื้อหาของเพลง “นะคับเตง” ถูกวางคอนเซปต์ให้เป็นสื่อกลางสำหรับคู่รักที่ต้องการหาเพลงไว้ใช้สำหรับง้อกันในมุมที่น่ารักและเป็นกันเอง ซึ่งสอดคล้องกับเทรนด์การใช้เพลงสั้นประกอบคลิปวิดีโอในปัจจุบัน ทั้งนี้ผลงานดังกล่าวอยู่ภายใต้การดูแลของสังกัด แกรมมี่ โกลด์ (GRAMMY GOLD) ซึ่งยังคงมุ่งเน้นการนำเสนอผลงานเพลงที่เข้าถึงกลุ่มผู้ฟังหลากหลายช่วงวัยผ่านช่องทางดิจิทัลทุกรูปแบบ
