ข่าว
นักวิจัย AIT สำรวจ “ขยะสมุย” หลังโควิด-19 พบขยะเปียกสูงสุด
ทีมนักวิจัยสถาบันเทคโนโลยีแห่งเอเชีย (AIT) ลงพื้นที่สำรวจขยะรอบเกาะสมุย หลังปิดเกาะเพราะโควิด-19 นานร่วม 6 เดือน เพื่อรวบรวมข้อมูลขยะที่ถูกผลิตขึ้นบนเกาะอย่างละเอียด ทั้ง ปริมาณ และประเภทของขยะจากชุมชนต่างๆ ซึ่งเป็นต้นทางของขยะ ก่อนถูกส่งไปบ่อขยะ (landfill) พบภาพรวมของขยะทั้งเกาะ เป็นขยะเปียก (organic waste) มากที่สุด กว่าร้อยละ 50 ขณะที่ขยะพลาสติก (plastic waste) ตามมาเป็นอันดับ 2 ส่วนปริมาณขยะที่ถูกเก็บ ณ บ่อขยะรวมต่อวัน ช่วงปิดเกาะไร้นักท่องเที่ยวอยู่ที่ราว 90-100 ตัน ลดลงจากช่วงเวลาปกติประมาณ 50 ตัน และลดลงจากช่วงไฮซีซั่นประมาณ 100 ตัน เตรียมนำข้อมูลเชิงลึกไปวิเคราะห์เพื่อคิดค้นเครื่องมือแก้ปัญหาขยะล้นเกาะที่ตรงจุดได้ผลจริง และแปรรูปขยะบางประเภทให้เป็นรายได้สู่ชุมชน ด้านคนสมุย เตรียมปรับตัวสร้างการท่องเที่ยวท้องถิ่นแบบยั่งยืน
นายธนพัฒน์ จันทร์สระคู หนึ่งในทีมนักวิจัยสถาบัน AIT กล่าวว่า โครงการนี้ชื่อว่า “การศึกษาความเป็นไปได้ในการจัดการขยะมูลฝอยและขยะประเภทอื่นๆ ตามหลักเศรษฐกิจหมุนเวียนบนเกาะสมุย” ภายใต้สาขาวิชาการจัดการขยะพลาสติกทางทะเล (MPA) และวิศวกรรมสิ่งแวดล้อมฯ (EEM) โดยการลงพื้นที่เดือนตุลาคม 2563 ที่ผ่านมา เป็นการเก็บข้อมูลปริมาณขยะและประเภทขยะตามต้นทาง ซึ่งเป็นแหล่งสร้างขยะที่แท้จริง กระจายไปพื้นที่ต่างๆรอบเกาะ โดยทีมวิจัยแบ่งตามประเภทการใช้ประโยชน์จากที่ดิน คือ ตลาด, บ้านพักอาศัย, เกษตรกรรม, ชายหาด และ พื้นที่โรงแรมและบริการ แตกต่างจากการไปเก็บตัวอย่างจากบ่อขยะเพียงแหล่งเดียว ซึ่งเป็นปลายทาง เช่น การสำรวจขยะบริเวณตลาดเจริญลาภ พบว่ามีขยะเปียกมากที่สุด ขณะที่เส้นเลียบหาดเฉวง ซึ่งเป็นพื้นที่โรงแรม ท่องเที่ยว ในช่วงเวลาที่สำรวจพบว่ามีขยะพลาสติกมากกว่าขยะประเภทอื่น ทั้งนี้ การได้ข้อมูลของประเภทขยะที่ผลิตมากที่สุดในแต่ละพื้นที่ช่วยให้การนำไปต่อยอดคิดค้นเครื่องมือ และออกแบบเทคโนโลยีในการแก้ปัญหาขยะบนเกาะสมุยได้เฉพาะเจาะจงและเห็นผลขึ้น

ด้าน นายพีรวิชญ์ จันทร์ตา หนึ่งในทีมนักวิจัยสถาบัน AIT กล่าวเพิ่มเติมว่า “เราไปเก็บขยะพื้นที่ที่ใช้จริง เราจะเห็นว่าแต่ละพื้นที่ มีองค์ประกอบของขยะที่ไม่เหมือนกัน เป็นประโยชน์ที่ทำให้เรารู้ว่าจะสามารถดึงเทคโนโลยี หรือเครื่องมือแบบไหนมาใช้ได้ดียิ่งขึ้น เช่น จุดที่พบขยะเปียกมากที่สุด ก็ต้องออกแบบว่าควรใช้วิธีกำจัดอย่างไร การใช้นำขยะเปียกมาทำเป็นเชื้องเพลิง (Refuse Derived Fuel: RDF) คงไม่เหมาะสม แต่อาจทำเป็นปุ๋ย ซึ่งมีคนสมุยจำนวนหนึ่งทำอยู่แล้ว งานวิชาการจะมาสนับสนุนคนบนเกาะให้ใช้ประโยชน์จากขยะเปียกที่มีมากที่สุดให้กว้างขวาง และช่วยออกแบบเทคโนโลยีในการทำปุ๋ยให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น ขณะที่บางจุดพบขยะพลาสติกมากที่สุด ก็ต้องมาคิดต่อว่าจะใช้วิธี RDF หรือจะเป็นการรีไซเคิล ต้องมาคำนวณให้ละเอียดจากชนิดพลาสติกและความคุ้มค่า คุ้มทุนในการใช้แต่ละวิธี”
ทีมนักวิจัย ซึ่งประกอบด้วย นายธนพัฒน์ จันทร์สระคู, นายพีรวิชญ์ จันทร์ตา, นางสาวณิชกุล โพธิ์ศิริกุล, นางสาวเกศิรินทร์ จินดา และนายสิทธิกร คำงาม อธิบายว่า การศึกษาขยะบนเกาะสมุยในช่วงยังไม่เปิดเกาะเต็มรูปแบบ และยังไม่มีนักท่องเที่ยวมากนัก นับเป็นช่วงเวลาที่ดี ซึ่งจะทำให้ทีมวิจัยได้ข้อมูลขยะที่เกือบทั้งหมดสร้างขึ้นโดยคนสมุย ไม่ใช่ประชากรแฝง หรือ นักท่องเที่ยว การนำข้อมูลขยะมาชี้ให้คนในพื้นที่เห็นจะชัดเจนและนำไปสู่การร่วมกันแก้ปัญหาได้มากขึ้น ทั้ง การลดขยะ และนำขยะมาสร้างประโยชน์รูปแบบต่างๆ แทนที่การขนขยะจำนวนมากออกไปทิ้งนอกเกาะเพียงอย่างเดียว ขณะเดียวกันเกาะสมุยนับเป็นพื้นที่ตัวอย่างในการศึกษาปัญหาขยะที่ดี เพราะเป็นพื้นที่ปิด ขยะที่พบเกือบทั้งหมดเป็นขยะที่ผลิตขึ้นบนเกาะ ทำให้ได้ข้อมูลที่เป็นจริง

จากข้อมูลเดือนกุมภาพันธ์ 2563 ระบุว่า จำนวนคนบนเกาะสมุย แบ่งเป็น ผู้ที่มีภูมิลำเนา หรือมีทะเบียนบ้านบนเกาะสมุย ประมาณ 70,000 คน ประชากรแฝง ประมาณ 300,000 คน และนักท่องเที่ยวประมาณ 3,000 คนต่อวัน
ด้าน ษมาภรณ์ บุญสา ชาวเกาะสมุย กล่าวว่า การลงพื้นที่เก็บข้อมูลอย่างละเอียดโดยทีมนักวิจัย เป็นเรื่องดีที่จะทำให้คนสมุยได้ข้อมูลขยะในพื้นที่ชัดเจนขึ้น ทั้งยังเป็นข้อมูลที่ชาวบ้านเข้าถึงได้ง่าย และรู้ว่าขยะแต่ละประเภทมาจากไทย พื้นที่ไหนผลิตขยะอะไรเยอะที่สุด ที่ผ่านมารู้ว่าช่วงปิดเกาะมีขยะ 90 ตันต่อวัน แต่ไม่รู้ว่าใน 90 ตันนั้นมีขยะอะไรบ้าง
“ถ้าเรานำสิ่งนี้มาสื่อสารและบอกว่า เช่น ตอนนี้พลาสติกมีเยอะ เราจะลดปริมาณยังไง จะนำไปสู่การปฎิบัติที่ง่าย ช่วงนี้คนที่ไม่มีงานทำเยอะ ก็จะเห็นช่องทางว่าขยะพลาสติกขายได้ แยกออกมาแล้วก็เป็นรายได้ ตอนนี้เป็นช่วงที่ดี โควิด-19 ทำให้ไม่มีนักท่องเที่ยว มีแต่คนสมุยล้วนๆ ประชากรแฝงก็น้อย ถ้าเป็นการตั้งต้นเริ่มเปลี่ยนแปลง การจัดการขยะในสมุยก็เป็นสิ่งที่เกิดได้ หากมีคนกล้าลุกขึ้นมาผลักดัน เพราะเรามีฐานข้อมูลจากสถาบัน AIT มารองรับ” ษมาภรณ์ กล่าวเสริม
ทั้งนี้ หลังจากได้ข้อมูลตัวเลขปริมาณขยะ และประเภทของขยะนำมาวิเคราะห์อย่างละเอียด ทีมวิจัยจะนำมาประมวลผล เพื่อออกแบบวิธีแก้ปัญหาขยะ รวมถึงแนวทางสร้างเครื่องมือ และเทคโนโลยีรูปแบบใหม่ๆ ใช้ในการเพิ่มมูลค่าให้กับขยะ สร้างรายได้รูปแบบใหม่ให้ชุมชน เป็นธุรกิจสีเขียวของคนบนเกาะ โดยจะนำโครงการไปเสนอขอทุนเพิ่มเติมจาก Alliance to End Plastic Waste (AEPW) องค์กรไม่แสวงหากำไรที่สนับสนุนการแก้ปัญหาขยะพลาสติกในสิ่งแวดล้อม เพื่อนำทุนมาสร้างเครื่องและพัฒนาเทคโนโลยี เข้าไปติดตั้งและทดลองใช้แก้ปัญหาขยะบนเกาะสมุย โดยคาดว่าจะสามารถนำเสนอโครงการให้กับ AEPW ได้ภายในสิ้นปี 2563 นี้
